Table of Contents

กำลังมองหา บริษัทรับ Implement OCR ในประเทศไทย? 7 ปัจจัยที่ควรพิจารณา

Facebook
X
LinkedIn
บริษัทรับ Implement OCR

การเลือก บริษัทรับ Implement OCR ที่เหมาะสมเป็นการตัดสินใจสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการลดขั้นตอนการประมวลผลเอกสารด้วยตนเองและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แม้ว่าเทคโนโลยี OCR หลายประเภทจะสามารถอ่านข้อความจากเอกสารสแกนได้ แต่การนำระบบมาใช้งานให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องอาศัยมากกว่าการติดตั้งซอฟต์แวร์หรือเชื่อมต่อ API เท่านั้น

ธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะ SMEs และองค์กรที่กำลังเติบโต มักต้องจัดการเอกสารหลากหลายประเภท ทั้งใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบสั่งซื้อ สัญญา แบบฟอร์มใบสมัคร และเอกสารอื่น ๆ ที่มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หากไม่มีแนวทางการติดตั้งและพัฒนาระบบที่เหมาะสม พนักงานก็อาจยังต้องแก้ไขข้อมูลที่ระบบดึงออกมา ถ่ายโอนข้อมูลด้วยตนเอง และจัดการ Workflow ที่แยกออกจากกัน

พันธมิตรด้านการ Implement OCR ที่เชื่อถือได้ควรเข้าใจกระบวนการทำงานของธุรกิจ สามารถแนะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสม เชื่อมต่อกับระบบที่องค์กรใช้งานอยู่ และให้การสนับสนุนทางเทคนิคอย่างต่อเนื่อง

ประสบการณ์ด้าน OCR และ AI Document Processing

ปัจจัยแรกที่ควรพิจารณาคือประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคของผู้ให้บริการ

การ Implement OCR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแปลงรูปภาพให้เป็นข้อความเท่านั้น โซลูชันประมวลผลเอกสารสมัยใหม่อาจต้องรองรับการรู้จำเอกสารที่มีรูปแบบแตกต่างกัน การดึงข้อมูลเฉพาะ การจำแนกประเภทเอกสาร และการเปลี่ยนข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างให้เป็นข้อมูลทางธุรกิจที่สามารถนำไปใช้งานได้ 

ควรมองหาผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ในด้านต่อไปนี้

  • เทคโนโลยี OCR แบบดั้งเดิมและ AI-powered OCR
  • การรู้จำเอกสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • การประมวลผลใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และแบบฟอร์ม
  • การดึงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่มีโครงสร้าง (Structured Data Extraction)
  • การจำแนกประเภทเอกสารและการตรวจสอบความถูกต้อง
  • โซลูชันประมวลผลเอกสารด้วย AI ที่พัฒนาตามความต้องการเฉพาะของธุรกิจ

ควรสอบถามว่าผู้ให้บริการเคยติดตั้งระบบสำหรับเอกสารที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเอกสารขององค์กรหรือไม่ ประสบการณ์จากการทำงานกับเอกสารธุรกิจจริงมีคุณค่ามากกว่าการสาธิตเทคโนโลยีในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมเพียงอย่างเดียว

ความสามารถในการรองรับเอกสารหลากหลายรูปแบบ

ในทางปฏิบัติ ธุรกิจมักได้รับเอกสารในรูปแบบที่ไม่เหมือนกันทั้งหมด

องค์กรของคุณอาจต้องจัดการไฟล์ PDF ที่ผ่านการสแกน ภาพถ่าย ไฟล์ PDF ดิจิทัล แบบฟอร์มกระดาษ ข้อมูลที่เขียนด้วยลายมือ และเอกสารจากซัพพลายเออร์หลายรายที่มีรูปแบบแตกต่างกัน

ผู้ให้บริการ OCR ที่มีความสามารถควรเข้าใจวิธีประมวลผลเอกสารเหล่านี้ในรูปแบบต่าง ๆ ได้

ตัวอย่างเช่น ใบแจ้งหนี้จากซัพพลายเออร์หลายรายอาจมีข้อมูลประเภทเดียวกัน แต่ตำแหน่งการแสดงผลของข้อมูลแต่ละช่องอาจแตกต่างกัน ระบบ OCR จึงควรได้รับการประเมินว่าสามารถตรวจจับฟิลด์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง แม้เอกสารจะมีรูปแบบแตกต่างกันหรือไม่

นอกจากนี้ ควรพิจารณาความสามารถในการรู้จำภาษาไทยด้วย หากธุรกิจของคุณต้องประมวลผลใบกำกับภาษีภาษาไทย ใบเสร็จ และสัญญาที่มีเนื้อหาสองภาษา ควรทดสอบเทคโนโลยีด้วยเอกสารตัวอย่างที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงก่อนตัดสินใจเริ่มโครงการ

ความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบธุรกิจที่มีอยู่ 

OCR จะมีประโยชน์มากขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อข้อมูลที่ดึงออกมาสามารถส่งต่อเข้าสู่แอปพลิเคชันทางธุรกิจได้โดยตรง 

ตัวอย่างเช่น โซลูชันประมวลผลใบแจ้งหนี้ควรสามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรมบัญชีหรือระบบ ERP ได้ แทนที่จะให้พนักงานต้องคัดลอกข้อมูลที่ระบบดึงออกมาไปกรอกด้วยตนเอง 

ควรประเมินว่าผู้ให้บริการสามารถเชื่อมต่อ OCR กับระบบต่อไปนี้ได้หรือไม่ 

  • ระบบ ERP และโปรแกรมบัญชี 
  • แพลตฟอร์ม CRM 
  • Microsoft 365 และ SharePoint 
  • ระบบจัดการเอกสาร (Document Management Systems: DMS) 
  • Microsoft Power Automate และเครื่องมือ Workflow อื่น ๆ 
  • ฐานข้อมูลและแอปพลิเคชันภายในองค์กรผ่าน API 

ผู้ให้บริการควรมีความเข้าใจเกี่ยวกับการจับคู่ข้อมูลระหว่างระบบ (Data Mapping) การยืนยันตัวตน (Authentication) การจัดการข้อผิดพลาด (Error Management) และการทดสอบการเชื่อมต่อระบบ (Integration Testing) ด้วย 

เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การดึงข้อมูลออกจากเอกสารเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้ข้อมูลเหล่านั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตลอดกระบวนการดำเนินงานของธุรกิจ 

ความแม่นยำ การตรวจสอบข้อมูล และการจัดการข้อผิดพลาด 

ความแม่นยำของ OCR เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการประเมินผู้ให้บริการ Implement OCR 

การรู้จำเลขที่ใบแจ้งหนี้ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี วันที่ หรือยอดเงินที่ต้องชำระผิดพลาด อาจสร้างปัญหาให้กับกระบวนการทางการเงินและงานธุรการได้ 

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรคาดหวังว่าระบบ OCR ใด ๆ จะให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องสมบูรณ์แบบกับเอกสารทุกประเภท 

ควรสอบถามผู้ให้บริการว่ามีวิธีวัดความแม่นยำในการรู้จำข้อมูลอย่างไร และสามารถสาธิตประสิทธิภาพของระบบโดยใช้เอกสารจริงขององค์กรได้หรือไม่ 

การ Implement ระบบอย่างมืออาชีพควรประกอบด้วย 

  • คะแนนระดับความมั่นใจในการรู้จำข้อมูล (Recognition Confidence Scores) ในกรณีที่ระบบรองรับ 
  • กฎการตรวจสอบความถูกต้องสำหรับฟิลด์ข้อมูลที่สำคัญ 
  • การให้พนักงานตรวจสอบผลลัพธ์ที่ระบบไม่มั่นใจ 
  • การแจ้งเตือนข้อผิดพลาดและการจัดการกรณีผิดปกติ 
  • การทดสอบด้วยเอกสารที่มีคุณภาพและรูปแบบแตกต่างกัน 

ผู้ให้บริการที่ดีควรอธิบายทั้งความสามารถและข้อจำกัดของเทคโนโลยีอย่างชัดเจน แทนที่จะรับประกันความแม่นยำในระดับที่เกินความเป็นจริง 

การเลือกเทคโนโลยีและความสามารถในการรองรับการเติบโต 

เทคโนโลยี OCR แต่ละประเภทได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการประมวลผลเอกสารที่แตกต่างกัน 

บางโซลูชันเหมาะสำหรับการรู้จำข้อความขั้นพื้นฐาน ขณะที่บางโซลูชันมีความสามารถขั้นสูงในการดึงข้อมูล ทำความเข้าใจเอกสาร และประมวลผลด้วย AI 

สำหรับธุรกิจที่ใช้งานระบบนิเวศของ Microsoft เทคโนโลยีอย่าง Microsoft Document Intelligence ใน Foundry Tools สามารถช่วยดึงข้อความ ตาราง ข้อมูลแบบ Key-Value และโครงสร้างเอกสารจากไฟล์ PDF รูปภาพ และแบบฟอร์มได้ 

พันธมิตรด้านการ Implement ควรแนะนำเทคโนโลยีโดยพิจารณาจากความต้องการจริงขององค์กร แทนที่จะบังคับให้ทุกโครงการต้องใช้แพลตฟอร์มเดียวกัน 

ปัจจัยที่ควรพิจารณา ได้แก่ 

  • ปริมาณเอกสารที่ต้องประมวลผลในแต่ละเดือน 
  • จำนวนประเภทเอกสารที่ต้องรองรับ 
  • ความต้องการด้านภาษา 
  • รูปแบบการติดตั้งระบบบน Cloud หรือ On-Premises 
  • ความเร็วในการประมวลผล 
  • ความพร้อมใช้งานของ API 
  • แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในอนาคต 

ความสามารถในการรองรับการขยายระบบมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ SMEs ที่คาดว่าปริมาณเอกสารจะเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจ 

ความปลอดภัยของข้อมูลและการปฏิบัติตามข้อกำหนด 

เอกสารทางธุรกิจมักมีข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น รายละเอียดลูกค้า บันทึกทางการเงิน ข้อมูลพนักงาน และสัญญาที่เป็นความลับ 

ก่อนเลือกผู้ให้บริการ OCR ควรทำความเข้าใจว่าเอกสารและข้อมูลที่ดึงออกมาจะได้รับการปกป้องอย่างไร 

คำถามสำคัญที่ควรสอบถาม ได้แก่ 

  • เอกสารและข้อมูลที่ดึงออกมาจะถูกจัดเก็บไว้ที่ใด? 
  • ใครบ้างที่สามารถเข้าถึงเอกสารที่ผ่านการประมวลผลแล้ว? 
  • มีการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการส่งผ่านและการจัดเก็บหรือไม่? 
  • ระบบบริหารจัดการสิทธิ์ของผู้ใช้งานอย่างไร? 
  • มีนโยบายการเก็บรักษาและลบข้อมูลอย่างไร? 
  • โซลูชันรองรับข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึง PDPA ของประเทศไทยอย่างไร? 

ผู้ให้บริการควรสามารถอธิบายสถาปัตยกรรมด้านความปลอดภัยของโซลูชันที่นำเสนอ และช่วยกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสมได้ 

ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ ไม่ใช่รอจนติดตั้งระบบเสร็จแล้วจึงค่อยพิจารณาเพิ่มเติม 

กระบวนการ Implement และบริการหลังการขาย 

แม้ว่าโซลูชัน OCR จะมีความสามารถทางเทคนิคที่ดี แต่ก็อาจไม่ประสบความสำเร็จได้หากบริหารจัดการการ Implement ไม่เหมาะสม 

ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีกระบวนการดำเนินโครงการอย่างชัดเจน ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการทางธุรกิจ การออกแบบโซลูชัน การพัฒนา การทดสอบ การติดตั้งใช้งาน ไปจนถึงการฝึกอบรมผู้ใช้งาน 

หลังจากติดตั้งระบบแล้ว การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน 

ควรสอบถามเกี่ยวกับ 

  • ช่องทางและช่วงเวลาให้บริการสนับสนุนทางเทคนิค 
  • การแก้ไขปัญหาและการจัดการข้อผิดพลาด 
  • การบำรุงรักษาระบบและการอัปเดต 
  • การติดตามประสิทธิภาพของ OCR 
  • การปรับเปลี่ยนเมื่อรูปแบบเอกสารหรือความต้องการในการดึงข้อมูลเปลี่ยนแปลง 
  • การฝึกอบรมและการถ่ายทอดความรู้ให้กับทีมงาน 

พันธมิตรด้านการ Implement ในระยะยาวควรสามารถสนับสนุนองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อ Workflow การจัดการเอกสารและความต้องการทางธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาไปในอนาคต 

วิธีประเมินบริษัทรับ Implement OCR ก่อนตัดสินใจ 

หลังจากพิจารณาปัจจัยทั้ง 7 ข้อแล้ว ธุรกิจควรเปรียบเทียบผู้ให้บริการที่มีศักยภาพด้วยกระบวนการประเมินที่นำไปใช้ได้จริง 

หัวข้อการประเมิน 

คำถามที่ควรถาม 

ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค 

เคยดำเนินโครงการ OCR ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับธุรกิจของเราหรือไม่? 

การรู้จำเอกสาร 

สามารถประมวลผลเอกสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้หรือไม่? 

การเชื่อมต่อระบบ 

สามารถเชื่อมต่อ OCR กับระบบ ERP หรือโปรแกรมบัญชีของเราได้หรือไม่? 

ความแม่นยำ 

สามารถสาธิตผลลัพธ์การดึงข้อมูลจากเอกสารจริงของเราได้หรือไม่? 

ความสามารถในการขยายระบบ 

ระบบสามารถรองรับปริมาณเอกสารที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่? 

ความปลอดภัย 

มีวิธีปกป้องเอกสารทางธุรกิจและข้อมูลที่ดึงออกมาอย่างไร? 

การสนับสนุน 

มีบริการบำรุงรักษาและสนับสนุนทางเทคนิคอะไรบ้าง? 

แนวทางหนึ่งที่มีประสิทธิภาพคือการขอให้ผู้ให้บริการทำ Proof of Concept (PoC) โดยใช้ตัวอย่างเอกสารจริงขององค์กร 

PoC ช่วยให้องค์กรประเมินคุณภาพการรู้จำข้อความ ความแม่นยำในการดึงข้อมูล ระยะเวลาการประมวลผล ความเป็นไปได้ในการเชื่อมต่อระบบ และความเหมาะสมโดยรวมของโซลูชัน ก่อนตัดสินใจลงทุน Implement ระบบเต็มรูปแบบ 

คำถามที่ควรถามบริษัทรับ Implement OCR ในประเทศไทย 

ก่อนลงนามในสัญญา ควรทำความเข้าใจขอบเขตทั้งหมดของโซลูชันที่ผู้ให้บริการนำเสนอให้ชัดเจน 

ควรสอบถามว่าราคาที่เสนอครอบคลุมเทคโนโลยี OCR บริการ Implement ระบบ การเชื่อมต่อกับระบบอื่น การทดสอบ การฝึกอบรม และบริการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องแล้วหรือไม่ 

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบว่าการใช้งาน Cloud จำนวนครั้งในการเรียก API ปริมาณเอกสารที่ประมวลผล และการปรับแต่งระบบเพิ่มเติมในอนาคต จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่ 

การเปรียบเทียบต้นทุนทั้งหมดทั้งในขั้นตอนการ Implement และการใช้งานต่อเนื่อง จะช่วยให้ธุรกิจหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด และเลือกโซลูชันที่สร้างความคุ้มค่าในระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น 

สรุป 

การเลือกพันธมิตรด้านการ Implement OCR ไม่ใช่เพียงการมองหาบริษัทที่สามารถแปลงเอกสารสแกนให้เป็นข้อความได้เท่านั้น แต่คือการค้นหาพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่เข้าใจความต้องการของธุรกิจ และสามารถเปลี่ยนข้อมูลจากเอกสารให้กลายเป็นข้อมูลทางธุรกิจที่มีประโยชน์และเชื่อมโยงกับระบบต่าง ๆ ได้ 

สำหรับ SMEs และองค์กรที่กำลังเติบโตในประเทศไทย ผู้ให้บริการที่เหมาะสมควรมีความเชี่ยวชาญด้าน OCR และ AI รองรับการรู้จำภาษาไทย มีประสบการณ์ในการเชื่อมต่อระบบ มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ และให้การสนับสนุนทางเทคนิคอย่างต่อเนื่อง 

การประเมินปัจจัยทั้ง 7 ข้อ และทดสอบโซลูชันด้วยเอกสารธุรกิจจริง จะช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น พร้อมสร้าง Workflow การประมวลผลเอกสารที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol Blog, IP Phone Blog, Chat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI

Digital Signature

E Signature

E Learning

Online Learning

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Fusionsol Blog in Vietnamese

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

DOVA OCR สามารถช่วยประมวลผลเอกสารทางธุรกิจ เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน แบบฟอร์ม และเอกสารที่สแกนเป็นไฟล์ดิจิทัล ช่วยให้การจัดการข้อมูลสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ระบบช่วยอ่านข้อความและดึงข้อมูลสำคัญจากเอกสาร ลดการป้อนข้อมูลด้วยมือ และช่วยให้พนักงานใช้เวลากับการตรวจสอบข้อมูลและงานที่ต้องอาศัยการตัดสินใจได้มากขึ้น

ความแม่นยำขึ้นอยู่กับคุณภาพของเอกสาร รูปแบบตัวอักษร และความซับซ้อนของข้อมูล ควรตรวจสอบผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้งาน โดยเฉพาะข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลสำคัญขององค์กร

DOVA OCR รองรับความสามารถ เช่น การส่งออกข้อมูลเป็น CSV การจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล และ RESTful API ซึ่งสามารถนำไปใช้เชื่อมต่อกับระบบอื่นได้ตามความเหมาะสมของการติดตั้ง

ควรเริ่มจากการระบุประเภทเอกสารที่ต้องการประมวลผล เตรียมตัวอย่างเอกสารจริง และทดสอบความแม่นยำในการดึงข้อมูล รวมถึงตรวจสอบความต้องการด้านความปลอดภัยและการเชื่อมต่อระบบ เพื่อให้เลือกแนวทางใช้งานได้เหมาะสมกับองค์กร

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts