ระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ กับ AI OCR: เชื่อมเอกสารเข้ากับกระบวนการทำงานอย่างไร

หลายองค์กรได้เปลี่ยนจากการจัดเก็บเอกสารในตู้แฟ้มแบบเดิมมาเป็นการจัดเก็บเอกสารดิจิทัลแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ สัญญา ประวัติพนักงาน และแบบฟอร์มทางธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันจัดเก็บอยู่ในรูปแบบไฟล์ PDF ภาพสแกน หรือไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บเอกสารในรูปแบบดิจิทัลไม่ได้หมายความว่าข้อมูลภายในเอกสารจะพร้อมนำไปใช้งานได้ทันที
พนักงานอาจยังต้องเปิดไฟล์ทีละรายการ อ่านเนื้อหา ดึงรายละเอียดที่สำคัญด้วยตนเอง และนำข้อมูลไปกรอกในโปรแกรมบัญชี ระบบ ERP หรือแอปพลิเคชันทางธุรกิจอื่น ๆ
นี่คือจุดที่การผสาน ระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document Management System: EDMS) เข้ากับเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ
เทคโนโลยีทั้งสองทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้องค์กรก้าวข้ามการจัดเก็บเอกสารดิจิทัลแบบทั่วไป ไปสู่กระบวนการจัดการเอกสารที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การรับเอกสาร การดึงข้อมูล การจัดระเบียบ ไปจนถึงการส่งต่อข้อมูลระหว่างระบบธุรกิจ โดยลดขั้นตอนที่ต้องดำเนินการด้วยตนเอง
ทำไมการจัดเก็บเอกสารดิจิทัลเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอ
การแปลงเอกสารให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรยังคงพบปัญหา แม้จะนำระบบจัดเก็บเอกสารดิจิทัลมาใช้งานแล้วก็ตาม
ลองพิจารณาตัวอย่างบริษัทแห่งหนึ่งที่ได้รับใบแจ้งหนี้จากซัพพลายเออร์หลายร้อยรายการในแต่ละเดือน พนักงานอัปโหลดใบแจ้งหนี้เข้าสู่ระบบจัดการเอกสาร เพื่อจัดเก็บและจัดระเบียบไฟล์ให้เป็นระบบ
แม้ว่าเอกสารเหล่านั้นจะสามารถเข้าถึงผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว แต่พนักงานก็ยังอาจต้องดึงข้อมูลชื่อซัพพลายเออร์ เลขที่ใบแจ้งหนี้ วันที่ และยอดเงินที่ต้องชำระด้วยตนเอง ก่อนนำข้อมูลไปกรอกในโปรแกรมบัญชี
สิ่งนี้ก่อให้เกิดความท้าทายหลายประการ ได้แก่
การดึงข้อมูลด้วยตนเอง: พนักงานต้องอ่านข้อความจากเอกสารและป้อนข้อมูลซ้ำเข้าสู่ระบบอื่น ๆ
กระบวนการทำงานที่ไม่เชื่อมโยงกัน: เอกสารที่จัดเก็บไว้ไม่ได้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอนุมัติ การชำระเงิน หรือการตรวจสอบโดยอัตโนมัติ
การค้นหาที่ใช้เวลานาน: พนักงานอาจพบปัญหาในการค้นหาข้อมูลเฉพาะภายในไฟล์ PDF ที่ผ่านการสแกน
ข้อผิดพลาดจากการป้อนข้อมูล: การกรอกข้อมูลซ้ำด้วยตนเองเพิ่มโอกาสที่จะเกิดข้อมูลผิดพลาดหรือไม่ครบถ้วน
ข้อจำกัดด้านระบบอัตโนมัติ: ไฟล์ดิจิทัลยังคงแยกออกจากกระบวนการทางธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลภายในเอกสารเหล่านั้น
ปัญหาที่แท้จริงจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเอกสารถูกจัดเก็บไว้ที่ใดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีการส่งต่อข้อมูลจากเอกสารไปสู่การดำเนินงานในแต่ละวันของธุรกิจด้วย
ทำความเข้าใจบทบาทของระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
ระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document Management System: EDMS) คือแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการเอกสารดิจิทัลตลอดวงจรชีวิตของเอกสาร
แทนที่จะจัดเก็บไฟล์ไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไฟล์แนบในอีเมล หรือโฟลเดอร์ที่แยกออกจากกัน องค์กรสามารถใช้ระบบส่วนกลางเพื่อจัดระเบียบ เข้าถึง บริหารจัดการ และติดตามเอกสารได้อย่างเป็นระบบ
ความสามารถทั่วไปของระบบ EDMS ประกอบด้วย
การจัดเก็บเอกสารส่วนกลาง (Centralized Document Storage): จัดเก็บเอกสารทางธุรกิจไว้ในคลังเอกสารดิจิทัลที่เป็นระบบ โดยพนักงานสามารถเข้าถึงเอกสารได้ตามสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาต
การจำแนกประเภทเอกสาร (Document Classification): จัดหมวดหมู่ไฟล์ตามประเภทเอกสาร แผนก ลูกค้า ซัพพลายเออร์ โครงการ หรือข้อกำหนดทางธุรกิจอื่น ๆ
การจัดการเวอร์ชันเอกสาร (Version Management): จัดเก็บและติดตามเวอร์ชันของเอกสาร เพื่อลดความสับสนเมื่อมีพนักงานหลายคนทำงานกับไฟล์เดียวกัน
การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง (Access Control): กำหนดว่าใครสามารถดู แก้ไข ดาวน์โหลด หรือบริหารจัดการเอกสารแต่ละรายการได้
การค้นหาและเรียกดูเอกสาร (Search and Retrieval): ค้นหาเอกสารผ่านชื่อไฟล์ Metadata คำสำคัญ หรือเนื้อหาภายในเอกสารที่รองรับการค้นหา
การจัดการ Workflow (Workflow Management): สนับสนุนกระบวนการตรวจสอบเอกสาร การอนุมัติ และกระบวนการทางธุรกิจอื่น ๆ
ความสามารถเหล่านี้ช่วยให้องค์กรจัดระเบียบและควบคุมเอกสารได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเอกสารมีข้อมูลที่จำเป็นต้องส่งต่อไปยังระบบอื่น องค์กรอาจต้องใช้เทคโนโลยีเพิ่มเติมเข้ามาช่วย
AI OCR เชื่อมโยงเอกสารเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างไร
AI OCR ช่วยเชื่อมช่องว่างระหว่างการจัดเก็บเอกสารกับระบบอัตโนมัติทางธุรกิจ
OCR แบบดั้งเดิมทำหน้าที่รู้จำตัวอักษรในภาพเอกสารที่ผ่านการสแกน และแปลงตัวอักษรเหล่านั้นให้เป็นข้อความที่คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้ ส่วนการประมวลผลเอกสารด้วย AI สามารถทำได้มากกว่านั้น โดยช่วยระบุประเภทเอกสาร ทำความเข้าใจรูปแบบการจัดวาง และดึงข้อมูลเฉพาะจากฟิลด์ต่าง ๆ ภายในเอกสาร
ตัวอย่างเช่น เมื่อองค์กรได้รับใบแจ้งหนี้ที่ผ่านการสแกน AI OCR สามารถช่วยระบุข้อมูลต่อไปนี้ได้
- ชื่อซัพพลายเออร์และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- เลขที่ใบแจ้งหนี้และวันที่ในเอกสาร
- เลขอ้างอิงใบสั่งซื้อ (Purchase Order)
- ยอดรวมก่อนภาษีและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- ยอดเงินรวมที่ต้องชำระ
แทนที่จะมองใบแจ้งหนี้เป็นเพียงรูปภาพที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ระบบสามารถเปลี่ยนเนื้อหาภายในให้กลายเป็นข้อมูลที่มีโครงสร้างได้
จากนั้น EDMS หรือแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่ออยู่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้สนับสนุนกระบวนการทำงานในขั้นตอนถัดไปได้
การทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยสร้าง Workflow การจัดการเอกสารที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น โดย EDMS ทำหน้าที่บริหารจัดการเอกสาร AI OCR ทำหน้าที่ดึงข้อมูลจากเอกสาร และแอปพลิเคชันทางธุรกิจนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์
วิธีเชื่อมต่อ AI OCR เข้ากับ Workflow การจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
องค์กรสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาทำงานร่วมกันผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกันได้ดังนี้
- รับและอัปโหลดเอกสาร (Capture and Upload Documents)
กระบวนการเริ่มต้นเมื่อพนักงานหรือบุคคลภายนอกส่งเอกสารผ่านเครื่องสแกน อีเมล แบบฟอร์มออนไลน์ หรือช่องทางดิจิทัลอื่น ๆ
เอกสารจะถูกอัปโหลดเข้าสู่คลังเอกสารส่วนกลาง ซึ่งสามารถจัดระเบียบและบริหารจัดการได้จากระบบเดียว
- จำแนกประเภทเอกสารโดยอัตโนมัติ (Automatically Recognize Document Types)
ระบบประมวลผลเอกสารด้วย AI สามารถระบุได้ว่าไฟล์ที่อัปโหลดเป็นใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ สัญญา แบบฟอร์มใบสมัคร หรือเอกสารประเภทอื่น ๆ
การจำแนกประเภทเอกสารช่วยให้ระบบเลือกใช้กฎการดึงข้อมูลและ Workflow ที่เหมาะสมกับเอกสารแต่ละประเภทได้
- ดึงข้อมูลสำคัญด้วย AI OCR (Extract Important Information with AI OCR)
ระบบ OCR จะทำหน้าที่รู้จำข้อความและดึงข้อมูลในฟิลด์ที่เกี่ยวข้อง โดยอ้างอิงจากประเภทของเอกสาร
ตัวอย่างเช่น Workflow สำหรับประมวลผลใบแจ้งหนี้อาจดึงรายละเอียดซัพพลายเออร์และยอดเงินทางการเงิน ขณะที่ Workflow สำหรับจัดการสัญญาอาจระบุเลขที่สัญญา คู่สัญญา และวันหมดอายุของสัญญาได้
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ดึงออกมา (Validate the Extracted Information)
ข้อมูลที่ดึงออกมาควรผ่านการตรวจสอบก่อนนำไปใช้ในกระบวนการทางธุรกิจที่สำคัญ
องค์กรสามารถกำหนดกฎสำหรับตรวจสอบข้อมูลได้ เช่น ตรวจสอบว่ายอดรวมในใบแจ้งหนี้ตรงกับผลรวมของรายการย่อยหรือไม่ หรือมีข้อมูลในฟิลด์ที่จำเป็นขาดหายไปหรือไม่
หากระบบมีความมั่นใจในการรู้จำข้อมูลต่ำ หรือเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญสูง สามารถส่งข้อมูลดังกล่าวให้พนักงานตรวจสอบเพิ่มเติมได้
- ส่งต่อข้อมูลเข้าสู่แอปพลิเคชันทางธุรกิจ (Transfer Information into Business Applications)
เมื่อข้อมูลผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ระบบสามารถส่งต่อข้อมูลไปยังแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่ออยู่ผ่าน API แพลตฟอร์ม Automation หรือการเชื่อมต่อที่ระบบรองรับ
ตัวอย่างเช่น การส่งรายละเอียดใบแจ้งหนี้เข้าสู่โปรแกรมบัญชี การอัปเดตข้อมูลลูกค้าในระบบ CRM หรือการส่งข้อมูลการจัดซื้อเข้าสู่แพลตฟอร์ม ERP
- เริ่มต้น Workflow อัตโนมัติ (Trigger Automated Workflows)
ข้อมูลที่ดึงออกมายังสามารถใช้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการดำเนินการทางธุรกิจโดยอัตโนมัติได้อีกด้วย
ตัวอย่างเช่น เมื่อระบบประมวลผลใบแจ้งหนี้ใหม่เสร็จสิ้น อาจเริ่มส่งคำขออนุมัติ แจ้งเตือนไปยังแผนกการเงิน หรือย้ายเอกสารไปยังขั้นตอนถัดไปของกระบวนการชำระเงิน
แนวทางนี้ช่วยสร้างกระบวนการที่เอกสารไม่ได้เป็นเพียงไฟล์ที่ถูกจัดเก็บไว้เท่านั้น แต่ข้อมูลภายในยังสามารถนำมาใช้สนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิจได้โดยตรง
ตัวอย่างการนำไปใช้งานจริงในธุรกิจ
การผสาน EDMS เข้ากับ AI OCR สามารถช่วยสนับสนุนการทำงานของหลายแผนกภายในองค์กรได้
แผนก | Workflow การจัดการเอกสาร | ประโยชน์ทางธุรกิจ |
การเงิน (Finance) | ดึงข้อมูลใบแจ้งหนี้และใบเสร็จเพื่อใช้ในงานบัญชี | ลดการป้อนข้อมูลซ้ำ ๆ |
จัดซื้อ (Procurement) | ประมวลผลใบสั่งซื้อและเอกสารจากซัพพลายเออร์ | เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อ |
ทรัพยากรบุคคล (HR) | ดึงข้อมูลจากแบบฟอร์มและใบสมัครของพนักงาน | ช่วยให้การบริหารจัดการพนักงานง่ายขึ้น |
กฎหมาย (Legal) | จัดระเบียบสัญญาและดึงข้อมูลวันที่สำคัญ | เพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาเอกสาร |
ปฏิบัติการ (Operations) | ประมวลผลแบบฟอร์มการให้บริการและคำขอภายในองค์กร | ลดขั้นตอนการทำงานด้วยตนเอง |
ผู้บริหาร (Management) | จัดเก็บข้อมูลธุรกิจและข้อมูล Workflow ไว้ที่ส่วนกลาง | เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล |
สำหรับองค์กรในประเทศไทย การรองรับเอกสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ธุรกิจควรประเมินความสามารถของระบบ OCR ด้วยรูปแบบเอกสารที่ใช้งานจริง เช่น ใบแจ้งหนี้ภาษาไทย เอกสารภาษี ใบเสร็จ และสัญญาที่มีเนื้อหาสองภาษา
สิ่งที่ธุรกิจควรพิจารณาก่อนเริ่มใช้งาน
การนำระบบมาใช้งานให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่อระบบ OCR เข้ากับคลังเอกสารเพียงอย่างเดียว
องค์กรควรเริ่มต้นจากการระบุก่อนว่ากระบวนการจัดการเอกสารใดใช้เวลาทำงานของพนักงานมากที่สุด และขั้นตอนการถ่ายโอนข้อมูลด้วยตนเองสร้างปัญหาในการดำเนินงานตรงจุดใดบ้าง
นอกจากนี้ ควรประเมินปัจจัยสำคัญต่อไปนี้
- ความแม่นยำของ OCR: ทดสอบประสิทธิภาพการรู้จำข้อความด้วยเอกสารทางธุรกิจจริง โดยเฉพาะเอกสารภาษาไทยและเอกสารที่มีรูปแบบการจัดวางซับซ้อน
- ความสามารถในการเชื่อมต่อระบบ (Integration Capabilities): ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโซลูชันสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบ ERP, CRM โปรแกรมบัญชี และแอปพลิเคชัน Workflow ที่องค์กรใช้งานอยู่ได้
- ความปลอดภัย (Security): กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง การเข้ารหัส และนโยบายการปกป้องข้อมูลให้เหมาะสม
- การตรวจสอบข้อมูล (Data Validation): วางกฎและขั้นตอนสำหรับตรวจสอบข้อมูลที่ดึงออกมาก่อนนำเข้าสู่ระบบธุรกิจ
- ความสามารถในการรองรับการขยายระบบ (Scalability): พิจารณาปริมาณเอกสาร ความสามารถในการประมวลผล และความต้องการด้านระบบอัตโนมัติในอนาคต
การเริ่มต้นจาก Workflow ที่มีขอบเขตชัดเจน เช่น การประมวลผลใบแจ้งหนี้ หรือการจัดการเอกสารพนักงาน จะช่วยให้องค์กรสามารถวัดผลการปรับปรุงได้ก่อนขยายระบบ Automation ไปยังแผนกอื่น ๆ
สำรวจโซลูชันจัดการเอกสารอัตโนมัติกับ Fusion Solution
การสร้าง Workflow จัดการเอกสารที่เชื่อมโยงกันจำเป็นต้องอาศัยการผสานเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทั้งระบบจัดการเอกสาร เทคโนโลยี OCR ความสามารถของ AI และการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันทางธุรกิจ
Fusion Solution ช่วยให้องค์กรสามารถสำรวจเทคโนโลยี Microsoft และโซลูชันดิจิทัลที่สนับสนุนการจัดการเอกสารและการทำงานอัตโนมัติของกระบวนการทางธุรกิจ
สำหรับธุรกิจในประเทศไทยที่ต้องการลดขั้นตอนการจัดการเอกสารด้วยตนเอง และเชื่อมต่อข้อมูลที่ดึงออกมาจากเอกสารเข้ากับระบบธุรกิจที่ใช้งานอยู่ Fusion Solution สามารถช่วยหาแนวทางที่เหมาะสมกับความต้องการในการดำเนินงานขององค์กรได้
สรุป
ระบบจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้องค์กรจัดเก็บและบริหารจัดการไฟล์ได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยกำจัดขั้นตอนการดึงข้อมูลด้วยตนเองหรือแก้ปัญหากระบวนการทำงานทางธุรกิจที่ไม่เชื่อมโยงกันโดยอัตโนมัติ
การผสานระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับ AI OCR ช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนเอกสารสแกนให้เป็นข้อมูลที่มีโครงสร้าง ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการค้นหา ตรวจสอบความถูกต้อง เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน และสร้าง Workflow อัตโนมัติได้
คุณค่าที่แท้จริงของการจัดการเอกสารดิจิทัลจึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้เอกสารสามารถเปิดดูผ่านระบบออนไลน์ได้เท่านั้น แต่คือการทำให้ข้อมูลภายในเอกสารสามารถเข้าถึง นำไปดำเนินการต่อ และเชื่อมโยงเข้ากับวิธีการทำงานขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่
สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา
หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol Blog, IP Phone Blog, Chat Framework Blog, และ OpenAI Blog.
New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI
ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!
Fusionsol Blog in Vietnamese
Related Articles
- Microsoft 365 คืออะไร?
- OCR Software คืออะไร?
- Data Warehouse คืออะไร?
- Microsoft Fabric คืออะไร?
- Convert Images to Text: How to Handle Data from Scanned Documents Without Retyping
- AI Document Reading: Turn OCR Text into Business-Ready Data
- AI Agent Opportunity: What Businesses Can Automate Beyond Simple Chatbots
Frequently Asked Questions (FAQ)
DOVA OCR รองรับเอกสารประเภทใดบ้าง?
DOVA OCR สามารถช่วยประมวลผลเอกสารทางธุรกิจ เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน แบบฟอร์ม และเอกสารที่สแกนเป็นไฟล์ดิจิทัล ช่วยให้การจัดการข้อมูลสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
DOVA OCR ช่วยลดขั้นตอนการทำงานของพนักงานได้อย่างไร?
ระบบช่วยอ่านข้อความและดึงข้อมูลสำคัญจากเอกสาร ลดการป้อนข้อมูลด้วยมือ และช่วยให้พนักงานใช้เวลากับการตรวจสอบข้อมูลและงานที่ต้องอาศัยการตัดสินใจได้มากขึ้น
ข้อมูลที่ระบบอ่านได้มีความแม่นยำแค่ไหน?
ความแม่นยำขึ้นอยู่กับคุณภาพของเอกสาร รูปแบบตัวอักษร และความซับซ้อนของข้อมูล ควรตรวจสอบผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้งาน โดยเฉพาะข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลสำคัญขององค์กร
DOVA OCR สามารถเชื่อมต่อกับระบบงานเดิมขององค์กรได้หรือไม่?
DOVA OCR รองรับความสามารถ เช่น การส่งออกข้อมูลเป็น CSV การจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล และ RESTful API ซึ่งสามารถนำไปใช้เชื่อมต่อกับระบบอื่นได้ตามความเหมาะสมของการติดตั้ง
ธุรกิจควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเริ่มใช้งาน DOVA OCR?
ควรเริ่มจากการระบุประเภทเอกสารที่ต้องการประมวลผล เตรียมตัวอย่างเอกสารจริง และทดสอบความแม่นยำในการดึงข้อมูล รวมถึงตรวจสอบความต้องการด้านความปลอดภัยและการเชื่อมต่อระบบ เพื่อให้เลือกแนวทางใช้งานได้เหมาะสมกับองค์กร










