AI agents and AI models

Differences between AI agents and AI models

ความแตกต่างระหว่าง AI Agents และ AI Models Facebook X LinkedIn ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ได้พัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พร้อมนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินธุรกิจขององค์กร หนึ่งในคำศัพท์ที่มักถูกใช้สลับกันอยู่บ่อยครั้ง แต่แท้จริงแล้วเป็นเทคโนโลยีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ AI Agents และ AI Models การเข้าใจความแตกต่างระหว่างสองแนวคิดนี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อองค์กรเริ่มนำโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้งาน แม้ว่า AI Models จะเป็นกลไกด้านความฉลาดที่อยู่เบื้องหลังระบบ AI แต่ AI Agents คือระบบที่นำความฉลาดนั้นไปใช้ในการดำเนินงาน ตัดสินใจ และโต้ตอบกับกระบวนการทางธุรกิจ กล่าวง่าย ๆ คือ AI Model สามารถคิดได้ แต่ AI Agent สามารถคิดและลงมือทำได้ AI Model คืออะไร? AI Model คือกลไกด้านความฉลาดที่อยู่เบื้องหลังระบบ AI โดยเรียนรู้รูปแบบจากข้อมูลที่ใช้ในการฝึกสอน (Training Data) และสร้างผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ข้อความ รูปภาพ การแปลภาษา การคาดการณ์ หรือการตอบคำถาม อย่างไรก็ตาม AI Models ส่วนใหญ่มักทำงานในลักษณะเชิงตอบสนอง (Reactive) กล่าวคือ เมื่อได้รับข้อมูลนำเข้า (Input) ระบบจะประมวลผลและส่งผลลัพธ์กลับมา ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณถามคำถามกับแชตบอต AI Model จะสร้างคำตอบขึ้นมาจากข้อมูลที่ได้รับการฝึกฝนและบริบทที่มีอยู่ AI Agent คืออะไร? AI Agent คือระบบที่ใช้ AI Models หนึ่งตัวหรือหลายตัวเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ แตกต่างจาก AI Model ที่เพียงสร้างคำตอบ AI Agent สามารถโต้ตอบกับระบบภายนอก รวบรวมข้อมูล ตัดสินใจ และดำเนินงานต่าง ๆ ได้ ตัวอย่างเช่น แทนที่จะเพียงตอบคำถามเกี่ยวกับผลการขาย AI Agent สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบ CRM สร้างรายงาน จัดทำงานนำเสนอ และส่งผลลัพธ์ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้โดยอัตโนมัติ กล่าวโดยสรุป AI Model เป็นผู้มอบความฉลาด ส่วน AI Agent เป็นผู้เปลี่ยนความฉลาดนั้นให้กลายเป็นการลงมือปฏิบัติ ความแตกต่างหลักระหว่าง AI Agents และ AI Models วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำความเข้าใจ AI Agents และ Models คือการเปรียบเทียบบทบาทของทั้งสอง AI Model มีหน้าที่สร้างความฉลาด AI Agent…

Copilot Cowork Tasks Types

Copilot Cowork Tasks Types: The New Era of AI Collaboration

ประเภทของงานใน Copilot Cowork: ยุคใหม่ของการทำงานร่วมกับ AI Facebook X LinkedIn ปัญญาประดิษฐ์กำลังก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเครื่องมือสนทนาแบบง่าย ๆ ไปสู่ระบบที่สามารถจัดการงานที่ซับซ้อนและมีหลายขั้นตอน ซึ่งในอดีตจำเป็นต้องอาศัยความพยายามจากมนุษย์อย่างมาก Microsoft ได้เปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดอย่าง Copilot Cowork เพื่อรองรับยุคใหม่ของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI แตกต่างจากผู้ช่วย AI แบบดั้งเดิมที่ตอบสนองต่อคำสั่งทีละคำสั่ง Copilot Cowork ทำงานเสมือนเพื่อนร่วมงานดิจิทัลที่สามารถดำเนินงานระยะยาว ประสานการทำงานระหว่างเครื่องมือต่าง ๆ รวบรวมข้อมูล และส่งมอบผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ได้ การทำความเข้าใจ Copilot Cowork Tasks Types มีความสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด พร้อมทั้งบริหารจัดการต้นทุนและการใช้งาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Copilot Cowork คืออะไร? Copilot Cowork คือระบบ Agentic AI ของ Microsoft ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการงานทางธุรกิจที่ซับซ้อนผ่าน Microsoft 365 และระบบธุรกิจที่เชื่อมต่อกัน แทนที่จะเพียงตอบคำถามทีละข้อ Copilot Cowork สามารถดำเนินงานที่มีความหมายแทนผู้ใช้งานได้ โดยสามารถค้นคว้าข้อมูลจากหลายแหล่ง วิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ ประสานเวิร์กโฟลว์ ใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ ระหว่างการดำเนินงาน และสร้างผลลัพธ์ เช่น รายงานและงานนำเสนอ นอกจากนี้ยังสามารถจัดการงานที่ใช้เวลานานได้โดยแทบไม่ต้องมีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้พนักงานสามารถมอบหมายงานส่วนสำคัญให้ AI ดำเนินการได้ ในขณะที่ยังคงมองเห็นและควบคุมกระบวนการทำงานได้ตลอดเวลา เป้าหมายคือช่วยให้พนักงานสามารถมอบหมายงานให้ AI ได้ พร้อมกับยังคงรักษาความโปร่งใสและการควบคุมกระบวนการทำงานไว้ อะไรที่ทำให้ Copilot Cowork แตกต่าง? ผู้ช่วย AI แบบดั้งเดิมมักถูกออกแบบมาเพื่อการโต้ตอบแบบครั้งต่อครั้ง ผู้ใช้ถามคำถาม รับคำตอบ และเริ่มต้นบทสนทนาใหม่เมื่อมีคำถามเพิ่มเติม Copilot Cowork นำเสนอแนวทางที่ล้ำหน้ากว่า ด้วยความสามารถในการดำเนินงานหลายขั้นตอนที่อาจใช้เวลาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยผสานความสามารถด้านการให้เหตุผลเชิงลึกเข้ากับการประสานงานระหว่างเครื่องมือต่าง ๆ การดึงบริบทจากข้อมูลใน Microsoft 365 และการสร้างผลลัพธ์หลายรูปแบบจากคำขอเพียงครั้งเดียว สิ่งนี้ช่วยให้ระบบก้าวข้ามจากการตอบคำถามแบบง่าย ๆ ไปสู่การสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น แทนที่จะทำหน้าที่เป็นแชตบอต Copilot Cowork ทำงานเสมือนเพื่อนร่วมทีม AI ที่สามารถจัดการงานที่ซับซ้อนได้อย่างอิสระ Copilot Cowork มีประเภทของงานกี่ประเภท? Microsoft แบ่งประเภทงานของ Copilot Cowork ออกเป็น 3 ระดับตามความซับซ้อน การให้เหตุผล และปริมาณผลลัพธ์ที่สร้างขึ้น: Light Tasks งานที่มีความซับซ้อนต่ำ ใช้บริบทและการวิเคราะห์ในระดับจำกัด และโดยทั่วไปจะสร้างผลลัพธ์เพียงหนึ่งรายการ ตัวอย่างเช่น การสรุปเอกสาร การร่างอีเมล หรือการสรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม Medium Tasks งานที่ต้องอาศัยข้อมูลจากหลายแหล่งและการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดยมักสร้างผลลัพธ์หลายรายการ ตัวอย่างเช่น การจัดทำรายงาน การเตรียมอัปเดตโครงการ หรือการเปรียบเทียบข้อมูลทางธุรกิจ Heavy Tasks งานที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง…

Payables Agent

Payables Agent: Automating Invoice Processing in Dynamics 365 Business Central

Payables Agent: การทำงานอัตโนมัติสำหรับการประมวลผลใบแจ้งหนี้ใน Dynamics 365 Business Central Facebook X LinkedIn การจัดการใบแจ้งหนี้จากผู้ขายเป็นหนึ่งในงานที่สำคัญที่สุดแต่ใช้เวลามากสำหรับทีมการเงินและบัญชี ทุกใบแจ้งหนี้ต้องได้รับการรับ ตรวจสอบ จับคู่กับข้อมูลผู้ขาย บันทึกเข้าสู่ระบบ ERP และได้รับการอนุมัติก่อนที่จะสามารถดำเนินการชำระเงินได้ เมื่อองค์กรเติบโตขึ้น ปริมาณใบแจ้งหนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้การประมวลผลด้วยตนเองไม่มีประสิทธิภาพและมีความเสี่ยงต่อข้อผิดพลาด เพื่อแก้ไขความท้าทายนี้ Microsoft ได้เปิดตัว Payables Agent ใน Dynamics 365 Business Central ซึ่งเป็นโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้การจัดการใบแจ้งหนี้เป็นระบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งยังคงรักษาการกำกับดูแลโดยมนุษย์และการควบคุมทางการเงินไว้ Payables Agent คืออะไร? Payables Agent เป็นเอเจนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใน Dynamics 365 Business Central ซึ่งทำงานอัตโนมัติในการประมวลผลใบแจ้งหนี้จากผู้ขายที่ได้รับผ่านทางอีเมล เอเจนต์จะตรวจสอบกล่องจดหมายที่กำหนดไว้แบบต่อเนื่อง ดึงข้อมูลจากเอกสารใบแจ้งหนี้ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลกับข้อมูลใน Business Central และสร้าง Purchase Invoice ฉบับร่างเพื่อให้ผู้ใช้งานตรวจสอบ แทนที่จะเข้ามาแทนที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน AI Agent จะช่วยกำจัดงานด้านเอกสารที่ทำซ้ำ ๆ ทำให้ทีมบัญชีสามารถมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมทางการเงินที่มีมูลค่าสูงกว่าได้ Payables Agent ทำงานอย่างไร กระบวนการเริ่มต้นเมื่อผู้ขายส่งใบแจ้งหนี้มายังกล่องจดหมายที่กำหนดไว้สำหรับเอเจนต์ ขั้นตอนที่ 1: การตรวจสอบกล่องจดหมายอัตโนมัติ Payables Agent จะสแกนกล่องจดหมายที่กำหนดไว้เพื่อค้นหาใบแจ้งหนี้จากผู้ขายที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้รับอีเมลใบแจ้งหนี้ใหม่ เอเจนต์จะเริ่มกระบวนการทำงานโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องมีการดำเนินการด้วยตนเอง ขั้นตอนที่ 2: การดึงข้อมูลใบแจ้งหนี้อย่างชาญฉลาด ด้วยการใช้ Azure Document Intelligence เอเจนต์จะวิเคราะห์ไฟล์ PDF ของใบแจ้งหนี้และดึงข้อมูลสำคัญออกมา ได้แก่: ชื่อผู้ขาย หมายเลขใบแจ้งหนี้ วันที่ในใบแจ้งหนี้ ยอดเงินในใบแจ้งหนี้ รายละเอียดรายการสินค้า/บริการ ข้อมูลการชำระเงิน สิ่งนี้ช่วยลดความจำเป็นในการป้อนข้อมูลด้วยตนเองและลดระยะเวลาในการประมวลผล ขั้นตอนที่ 3: การจับคู่และตรวจสอบข้อมูลผู้ขาย หลังจากดึงข้อมูลจากใบแจ้งหนี้แล้ว เอเจนต์จะเปรียบเทียบข้อมูลดังกล่าวกับข้อมูลที่มีอยู่ใน Business Central ระบบสามารถ: จับคู่ใบแจ้งหนี้กับผู้ขายที่มีอยู่ ตรวจสอบข้อมูลผู้ขาย ระบุความไม่สอดคล้องที่อาจเกิดขึ้น…

แอปบันทึกเวลาเข้าออกที่ดีที่สุดในประเทศไทย

The best time tracking app in Thailand – Jarviz

แอปบันทึกเวลาเข้าออกที่ดีที่สุดในประเทศไทย – Jarviz Facebook X LinkedIn Jarviz คือแพลตฟอร์มบริหารจัดการพนักงานยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามเวลาเข้างาน ตรวจสอบชั่วโมงการทำงานของพนักงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างง่ายดาย Jarviz ถูกพัฒนาสำหรับองค์กรทุกขนาด โดยช่วยให้พนักงานสามารถเช็กอินและเช็กเอาต์ผ่านสมาร์ตโฟนได้โดยตรง พร้อมมอบข้อมูลการเข้างานและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานแบบเรียลไทม์ให้กับผู้บริหารและผู้จัดการ ทำไม Jarviz จึงเป็นแอปบันทึกเวลาทำงานที่ดีที่สุด ปลอดภัยและเชื่อถือได้ – ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีของ Microsoft และ Azure Defender พร้อมระบบป้องกันการปลอมแปลงตำแหน่งที่ตั้ง ปรับแต่งแบรนด์ได้ง่าย – สามารถปรับแต่งแพลตฟอร์มให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ขององค์กร เริ่มต้นใช้งานฟรี – ทดลองใช้งาน Jarviz ได้ฟรีก่อนตัดสินใจอัปเกรด รองรับผู้ใช้งานไม่จำกัด – ขยายการใช้งานได้ตามการเติบโตขององค์กรโดยไม่มีข้อจำกัดด้านจำนวนผู้ใช้งาน รองรับ 5 ภาษา – ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภาษาเวียดนาม ภาษาพม่า และภาษาจีน บันทึกเวลาเข้างานผ่านมือถือ – พนักงานสามารถเช็กอินและเช็กเอาต์ผ่านสมาร์ตโฟนได้โดยตรง สิ่งที่ Jarviz มอบให้ ความมุ่งมั่นทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังแพลตฟอร์มมุ่งมั่นพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบอย่างต่อเนื่องในทุกวัน มุ่งสู่ความเป็นเลิศเป้าหมายสูงสุดของเราคือการส่งมอบแอปพลิเคชันบนมือถือและเว็บที่มีคุณภาพสูงและทำงานได้อย่างไร้ที่ติแก่ผู้ใช้งาน ความคิดสร้างสรรค์การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของทีมงานถือเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรของเรา ความเรียบง่ายการบริหารจัดการที่ง่าย แต่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้องค์กรทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ความตรงต่อเวลาเรามุ่งมั่นส่งมอบผลลัพธ์และพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและทันเวลา การทดสอบอย่างเข้มงวดเราพยายามมองทุกอย่างจากมุมมองของผู้ใช้งาน พร้อมดำเนินการทดสอบระบบอย่างละเอียด แก้ไขข้อผิดพลาดต่าง…

Gemini 3-5 Live Translate

Gemini 3.5 Live Translate: Real-time, more natural voice translation

Gemini 3.5 Live Translate: การแปลเสียงแบบเป็นธรรมชาติและลื่นไหลสำหรับโลกที่เชื่อมต่อกัน Facebook X LinkedIn อุปสรรคด้านภาษาเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการสื่อสารระดับโลกมาอย่างยาวนาน แม้ว่าเทคโนโลยีการแปลภาษาจะพัฒนาไปอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่เครื่องมือแปลภาษาแบบเรียลไทม์จำนวนมากยังคงมีข้อจำกัดในการสร้างบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ ความล่าช้าในการแปล เสียงที่ฟังดูเหมือนหุ่นยนต์ และการหยุดชะงักระหว่างการสนทนา ล้วนทำให้การสื่อสารข้ามภาษารู้สึกไม่ต่อเนื่องและไม่เป็นธรรมชาติ Google กำลังพยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ด้วย Gemini 3.5 Live Translate โมเดล AI สำหรับการแปลเสียงเป็นเสียง (Speech-to-Speech Translation) รุ่นล่าสุด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อมอบการแปลภาษาแบบเกือบเรียลไทม์ พร้อมรักษาน้ำเสียง จังหวะการพูด และบุคลิกของผู้พูดไว้ได้อย่างใกล้เคียงต้นฉบับ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญสู่การสื่อสารข้ามภาษาที่เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง Gemini 3.5 Live Translate คืออะไร? Gemini 3.5 Live Translate คือโมเดล AI ด้านเสียงรุ่นใหม่ล่าสุดของ Google ที่สามารถแปลคำพูดแบบสด (Live Speech Translation) ได้มากกว่า 70 ภาษา แตกต่างจากระบบแปลภาษาแบบดั้งเดิมที่ต้องรอให้ผู้พูดพูดจบก่อนจึงเริ่มแปล Gemini Live Translate สามารถแปลคำพูดได้อย่างต่อเนื่องในระหว่างที่บทสนทนากำลังดำเนินอยู่ ผลลัพธ์ที่ได้คือการสนทนาที่ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ให้ความรู้สึกคล้ายการสื่อสารผ่านล่ามมืออาชีพ มากกว่าการใช้งานแอปพลิเคชันแปลภาษาแบบทั่วไป Google ระบุว่าเทคโนโลยีนี้สามารถสร้างเสียงแปลที่ฟังดูเป็นธรรมชาติ พร้อมรักษาลักษณะสำคัญของเสียงผู้พูดไว้ได้ เช่น น้ำเสียง (Intonation) จังหวะการพูด (Speaking Rhythm) ระดับเสียงสูงต่ำ (Pitch) ความต่อเนื่องของบทสนทนา (Conversational Flow) องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยถ่ายทอดอารมณ์และบริบทของการสนทนาได้ดีกว่าการแปลแบบเสียงหุ่นยนต์ที่เรียบและไร้อารมณ์ Gemini 3.5 Live Translate ทำงานอย่างไร ระบบแปลเสียงแบบดั้งเดิมมักทำงานตามลำดับดังนี้ ผู้พูดพูดจนจบประโยค ระบบประมวลผลเสียง สร้างคำแปล ผู้ฟังได้รับคำแปล กระบวนการดังกล่าวมักทำให้เกิดช่วงเวลาหยุดรอ และส่งผลให้การสนทนาไม่ต่อเนื่อง Gemini Live Translate ใช้วิธีที่แตกต่างออกไป โดยประมวลผลคำพูดในขณะที่ผู้ใช้กำลังพูด และสร้างเสียงแปลออกมาอย่างต่อเนื่อง ระบบจะสร้างสมดุลระหว่างสองปัจจัยสำคัญ ได้แก่…

Sale Order Agents

Sales Order Agents in Dynamics 365 Business Central: An AI-Powered Sales Automation Guide

Sale Order Agents ใน Dynamics 365 Business Central: คู่มือระบบขายอัตโนมัติด้วย AI Facebook X LinkedIn ทีมขายในปัจจุบันต้องใช้เวลาไม่น้อยไปกับงานที่ทำซ้ำ ๆ เช่น การอ่านอีเมลจากลูกค้า การดึงรายละเอียดคำสั่งซื้อ การตรวจสอบสินค้าคงคลัง และการสร้างใบเสนอราคาด้วยตนเอง ในธุรกิจที่มีการดำเนินงานอย่างรวดเร็ว ขั้นตอนเหล่านี้อาจทำให้การตอบสนองลูกค้าล่าช้าและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาด Microsoft Dynamics 365 Business Central ได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ด้วย Sale Order Agents ความสามารถที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำงานอัตโนมัติในการจัดการคำขอซื้อสินค้าจากลูกค้าที่ส่งผ่านอีเมล แทนที่จะเป็นเพียงแชทบอททั่วไป Business Central ใช้ Intelligent Agents ที่สามารถโต้ตอบกับข้อมูลการขาย สินค้าคงคลัง และเอกสารต่าง ๆ ได้โดยตรง เพื่อช่วยให้กระบวนการขายตั้งแต่การรับคำขอจนถึงการสร้างร่างเอกสารคำสั่งซื้อเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ Sale Order Agents คืออะไร? Sale Order Agents คือเครื่องมืออัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ใน Dynamics 365 Business Central ซึ่งทำหน้าที่ประมวลผลคำขอสั่งซื้อจากลูกค้าที่ส่งเข้ามาทางอีเมล เป้าหมายหลักคือการลดภาระงานที่ต้องทำด้วยตนเองของทีมขาย พร้อมเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า เมื่อลูกค้าส่งอีเมลมายังกล่องจดหมายที่กำหนดไว้ ระบบจะทำการวิเคราะห์ข้อความโดยอัตโนมัติ ระบุรายการสินค้าและจำนวนที่ต้องการ ตรวจสอบสินค้าคงคลัง และสร้างร่างเอกสาร Sales Quote หรือ Sales Order เพื่อรอการตรวจสอบจากทีมขาย Sale Order Agents ทำงานอย่างไร กระบวนการทำงานเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ลูกค้าส่งอีเมลมายัง Shared Mailbox ที่กำหนดไว้สำหรับการรับคำสั่งซื้อและได้รับการตั้งค่าใน Business Central โดยเฉพาะ จากนั้นระบบจะเริ่มดำเนินการประมวลผลคำขอโดยอัตโนมัติทันที. การติดตามอีเมลอัตโนมัติ(Email Monitoring) Agent จะเฝ้าติดตามกล่องจดหมายที่กำหนดไว้ตลอดเวลา ทันทีที่มีอีเมลใหม่เข้ามา ระบบจะเริ่มกระบวนการทำงานอัตโนมัติโดยทันที การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยAI (AI-Powered Data Analysis) เมื่อได้รับอีเมล ระบบจะใช้ AI เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าและดึงข้อมูลสำคัญออกมา เช่น รายการสินค้าหรือรหัสสินค้า จำนวนที่ต้องการสั่งซื้อ ความต้องการด้านการจัดส่ง…

Introducing Microsoft Scout

Microsoft Scout: A personal AI agent that works for you 24/7

Microsoft Scout: ผู้ช่วยส่วนตัว AI ที่พร้อมทำงานตลอดเวลา Facebook X LinkedIn วิวัฒนาการขั้นต่อไปของ AI กำลังก้าวข้ามจากการเป็นแชตบอตและผู้ช่วยที่คอยตอบคำถามเพียงอย่างเดียว แทนที่จะรอรับคำสั่งจากผู้ใช้ AI Agent รุ่นใหม่กำลังเริ่มทำงานเชิงรุกอยู่เบื้องหลัง ช่วยจัดการงาน ประสานเวิร์กโฟลว์ และทำให้งานต่าง ๆ เดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง นี่คือวิสัยทัศน์เบื้องหลัง Microsoft Scout เอเจนต์ AI ส่วนตัวตัวใหม่ที่เปิดตัวโดย Scout เป็นตัวแทนของ AI Agent ประเภทใหม่ที่เรียกว่า Autopilot ซึ่งเป็นเอเจนต์ที่พร้อมทำงานตลอดเวลา สามารถดำเนินการแทนผู้ใช้ได้อย่างอัตโนมัติ พร้อมเชื่อมต่อกับเครื่องมือและเวิร์กโฟลว์ที่ผู้ใช้ใช้งานอยู่ทุกวัน แตกต่างจากผู้ช่วย AI แบบดั้งเดิมที่ต้องอาศัยการโต้ตอบอย่างต่อเนื่อง Scout ถูกออกแบบมาเพื่อทำความเข้าใจลำดับความสำคัญของงาน ติดตามความคืบหน้าของงาน และช่วยดำเนินงานต่าง ๆ ได้แม้ในขณะที่ผู้ใช้ไม่ได้กำลังใช้งานอยู่ Microsoft Scout คืออะไร? Scout คือ AI Agent ส่วนตัวที่พร้อมทำงานตลอดเวลา และทำงานร่วมกับระบบนิเวศของ Microsoft 365 โดยถูกออกแบบมาเพื่อเรียนรู้รูปแบบการทำงานของผู้ใช้ จดจำความชอบ และช่วยจัดการงานประจำวันผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Outlook และ Teams Microsoft อธิบายว่า Scout เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม AI Agent ประเภทใหม่ที่เรียกว่า Autopilot ซึ่งเป็นเอเจนต์ที่มีตัวตนของตนเอง ทำงานอย่างต่อเนื่อง และสามารถดำเนินการแทนผู้ใช้ภายใต้สิทธิ์การใช้งานและนโยบายควบคุมขององค์กร แทนที่จะเป็นเพียงแชตบอตอีกตัวหนึ่ง Scout ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยดิจิทัลส่วนตัวที่พร้อมทำงานอยู่ตลอดทั้งวัน AI ประเภทใหม่: Autopilot ผู้ช่วย AI ส่วนใหญ่ในปัจจุบันทำงานในรูปแบบ “ถาม-ตอบ” ผู้ใช้ตั้งคำถาม และ AI จะให้คำตอบกลับมา Scout นำเสนอแนวทางที่แตกต่างออกไป ในฐานะ Autopilot Agent…

Codex Role-specific Plugins

Codex Role-Specific Plugins: Enhancing AI Workflows to Meet Specific Roles

Codex Role-specific Plugins: วิวัฒนาการขั้นต่อไปของเวิร์กโฟลว์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Facebook X LinkedIn ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นเพียงแชตบอตหรือผู้ช่วยเขียนโค้ดแบบเดิม ๆ ระบบ AI สมัยใหม่มีความสามารถในการเข้าใจเวิร์กโฟลว์ เชื่อมต่อกับเครื่องมือทางธุรกิจ และช่วยให้ผู้ใช้ดำเนินงานที่ซับซ้อนตั้งแต่ต้นจนจบได้มากขึ้น วิสัยทัศน์ดังกล่าวกำลังกลายเป็นความจริงผ่าน Codex Role-specific Plugins ซึ่งเป็นความสามารถใหม่ที่สำคัญของ OpenAI Codex แทนที่จะให้ผู้ใช้ต้องตั้งค่าเครื่องมือ พรอมต์ และเวิร์กโฟลว์ด้วยตนเอง ปลั๊กอินเหล่านี้จะรวบรวมทุกอย่างไว้ในประสบการณ์การใช้งานที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบทบาทการทำงานแต่ละประเภท ผลลัพธ์คือวิธีการใช้งาน AI ที่มีประสิทธิภาพและใช้งานได้จริงมากขึ้น ช่วยให้ทีมสามารถมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ของงานได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาในการตั้งค่าเวิร์กโฟลว์ Codex Role-specific Plugins คืออะไร? Codex Role-specific Plugins คือชุดเวิร์กโฟลว์สำเร็จรูปที่รวมแอปพลิเคชัน ความสามารถ คำสั่ง และการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ไว้ในโซลูชันเดียว ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับบทบาทหรือหน้าที่ทางธุรกิจเฉพาะด้าน แทนที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย AI แบบทั่วไป ปลั๊กอินเหล่านี้ช่วยให้ Codex เข้าใจบริบท เครื่องมือ และกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานแต่ละประเภทได้อย่างลึกซึ้ง OpenAI อธิบายว่าปลั๊กอินเป็นวิธีที่ช่วยให้ Codex สามารถทำงานในรูปแบบเดียวกับที่ทีมงานใช้งานอยู่แล้ว ผ่านการเชื่อมต่อกับเครื่องมือ เวิร์กโฟลว์ และแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ ทำให้ผู้ใช้สามารถเริ่มทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการตั้งค่าทางเทคนิคที่ซับซ้อน เหตุใด Codex Role-specific Plugins จึงมีความสำคัญ ผู้ช่วย AI แบบดั้งเดิมมักต้องการให้ผู้ใช้ระบุคำสั่งอย่างละเอียด และเชื่อมต่อเครื่องมือต่าง ๆ ด้วยตนเองก่อนที่จะเริ่มทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมีความสามารถสูง แต่กระบวนการดังกล่าวอาจสร้างความยุ่งยากและเป็นอุปสรรคต่อการนำ AI ไปใช้งานจริง Codex Role-specific Plugins ช่วยลดความซับซ้อนเหล่านี้ด้วยการรวบรวมความสามารถที่เกี่ยวข้องไว้ในเวิร์กโฟลว์พร้อมใช้งาน โดยแต่ละปลั๊กอินจะมีเครื่องมือ ทักษะ และคำสั่งที่จำเป็นสำหรับบทบาทเฉพาะ ช่วยให้ผู้ใช้มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหา แทนที่จะเสียเวลาในการตั้งค่าระบบ AI แนวทางนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านจาก AI แบบอเนกประสงค์ ไปสู่ AI ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานในโลกจริงตามหน้าที่งานเฉพาะ ปลั๊กอินตามบทบาทที่เปิดตัวในปัจจุบัน OpenAI เปิดตัวปลั๊กอินเฉพาะบทบาทจำนวน 6 รายการสำหรับงานด้านความรู้ (Knowledge Work) ประเภทต่าง ๆ โดยรวมแล้วรองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันยอดนิยม 62 รายการ และมีความสามารถมากกว่า 110 รูปแบบ Data Analytics Plugin Data Analytics Plugin ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสำรวจข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลผลิตภัณฑ์ วิเคราะห์แนวโน้มประสิทธิภาพ ตรวจสอบสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัด และสร้างรายงานหรือแดชบอร์ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรองรับการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ชั้นนำ เช่น Snowflake, Databricks Genie, Hex และ Tableau ซึ่งช่วยให้ทีมสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น Creative Production Plugin Creative Production Plugin ได้รับการออกแบบมาสำหรับงานด้านการตลาดและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ช่วยเปลี่ยนแนวคิดและบรีฟงานให้กลายเป็นสื่อภาพ วัสดุสำหรับแคมเปญ โฆษณาหลากหลายรูปแบบ และภาพประกอบสินค้า โดยสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือยอดนิยมอย่าง Figma, Canva, Shutterstock, Picsart และ Fal ทำให้กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น…

Microsoft 365 Business with Copilot

Introducing Microsoft 365 Business with Copilot

Microsoft 365 Business with Copilot: มาตรฐานใหม่สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก Facebook X LinkedIn ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMBs) ต้องเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เหมือนใครมาโดยตลอด นั่นคือการสร้างประสิทธิภาพการทำงานในระดับองค์กร (Enterprise-Level Productivity) ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เมื่อการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้นและเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้นำธุรกิจจึงมองหาวิธีที่จะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ และเร่งการเติบโตของธุรกิจ โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว Microsoft ได้เปิดตัว Microsoft 365 Business with Copilot ซึ่งเป็นโซลูชันใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อนำพลังของ AI เข้ามาสู่การดำเนินงานประจำวันของธุรกิจโดยตรง ด้วยการผสานเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานใน Microsoft 365 เข้ากับ Microsoft Copilot ทำให้ Microsoft กำลังกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับธุรกิจขนาดเล็กในการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้เพื่อแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Microsoft 365 Business with Copilot คืออะไร? Microsoft 365 Business with Copilot เป็นการรวมแอปพลิเคชันด้านประสิทธิภาพการทำงานที่สำคัญ เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams และ OneDrive เข้ากับความสามารถ AI ที่ขับเคลื่อนโดย Microsoft Copilot แทนที่ธุรกิจจะต้องซื้อเครื่องมือ AI แยกต่างหาก โมเดลใหม่นี้ได้ผสานความสามารถของ AI เข้าไว้ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานใช้งานอยู่แล้วในทุกวัน ทำให้ AI เข้าถึงได้ง่าย ใช้งานได้จริง และสร้างคุณค่าได้มากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่อาจไม่มีทีม IT เฉพาะทางหรือมีงบประมาณด้านเทคโนโลยีจำกัด เมื่อ Copilot ถูกฝังอยู่ภายใน Microsoft 365 ผู้ใช้งานสามารถสร้างเนื้อหา สรุปข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ทำงานซ้ำ ๆ แบบอัตโนมัติ และทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องออกจากเครื่องมือที่ใช้งานอยู่ เปรียบเทียบโมเดลเดิมกับโมเดลใหม่ Feature Microsoft 365 Business Microsoft 365 Business with Copilot Productivity Apps รวมอยู่แล้ว รวมอยู่แล้ว AI Assistant ซื้อเพิ่มแยกต่างหาก รวมอยู่ในแพ็กเกจ…

Copilot Health in Preview

Copilot Health (in Preview): Personalized Health Insights Powered by AI

Copilot Health in Preview: ข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพเฉพาะบุคคลด้วยพลัง AI Facebook X LinkedIn ข้อมูลด้านสุขภาพมีอยู่มากมายในปัจจุบัน แต่การทำความเข้าใจว่าข้อมูลทั้งหมดเชื่อมโยงกันอย่างไรอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย อุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Devices) ของคุณอาจติดตามการนอนหลับและกิจกรรมในแต่ละวัน เวชระเบียนของคุณอาจเก็บประวัติสุขภาพย้อนหลังหลายปี และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการก็ให้ข้อมูลสุขภาพอีกมิติหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้มักกระจายอยู่ในหลายระบบ ทำให้ยากต่อการมองเห็นภาพรวมสุขภาพทั้งหมด เพื่อแก้ไขปัญหานี้ Microsoft ได้เปิดตัว Copilot Health in Preview ซึ่งเป็นประสบการณ์ด้านสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI รูปแบบใหม่ โดยออกแบบมาเพื่อรวบรวมข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล เวชระเบียน และข้อมูลด้านสุขภาพจากแหล่งต่าง ๆ ไว้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียว Copilot Health ถูกสร้างขึ้นภายใน Microsoft Copilot และมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจสุขภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้นผ่านข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคล ข้อมูลทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ และคำแนะนำอัจฉริยะจาก AI ปัจจุบันบริการนี้เปิดให้ใช้งานในรูปแบบ Preview สำหรับผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ในสหรัฐอเมริกา โดยถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Microsoft ในการนำ AI มาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจด้านสุขภาพที่มีข้อมูลครบถ้วนและเชิงรุกมากยิ่งขึ้น Copilot Health in Preview คืออะไร? Copilot Health in Preview คือประสบการณ์ AI ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับด้านสุขภาพภายใน Microsoft Copilot โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถรวมโปรไฟล์สุขภาพ เวชระเบียน ข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ และคำถามด้านสุขภาพไว้ในพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียว แทนที่จะให้ข้อมูลสุขภาพแบบทั่วไป Copilot Health ถูกออกแบบมาเพื่อมอบข้อมูลเชิงลึกที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยอ้างอิงจากประวัติสุขภาพ เป้าหมายด้านสุขภาพ และข้อมูลสุขภาพที่มีอยู่ของผู้ใช้งาน แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจข้อมูลทางการแพทย์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการพูดคุยกับแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ เป้าหมายของ Microsoft คือการสร้างประสบการณ์ด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงและเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานะสุขภาพของตนเอง และพิจารณาแนวทางที่ควรนำไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม คุณสมบัติเด่นของ Copilot Health Personalized Health Profile ผู้ใช้สามารถสร้างโปรไฟล์สุขภาพส่วนบุคคลโดยเพิ่มข้อมูลสุขภาพและเป้าหมายด้านสุขภาพของตนเอง สิ่งนี้ช่วยให้ Copilot Health สามารถนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคลได้ดียิ่งขึ้น Connected Health Data Copilot Health สามารถรวมข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ แอปพลิเคชันด้านสุขภาพ และเวชระเบียนต่าง ๆ มาแสดงในมุมมองเดียว การรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นภาพรวมของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีได้อย่างครบถ้วนมากขึ้น Intelligent Health Insights ด้วยพลังของ AI และองค์ความรู้ทางการแพทย์ แพลตฟอร์มสามารถช่วยอธิบายแนวโน้มด้านสุขภาพ ตีความข้อมูลสุขภาพ และให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลจากข้อมูลที่มีอยู่และบทสนทนาอย่างต่อเนื่อง Trusted Health…