Table of Contents

ความแตกต่างระหว่าง AI Agents และ AI Models

Facebook
X
LinkedIn
AI agents and AI models

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ได้พัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พร้อมนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินธุรกิจขององค์กร หนึ่งในคำศัพท์ที่มักถูกใช้สลับกันอยู่บ่อยครั้ง แต่แท้จริงแล้วเป็นเทคโนโลยีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ AI Agents และ AI Models 

การเข้าใจความแตกต่างระหว่างสองแนวคิดนี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อองค์กรเริ่มนำโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้งาน แม้ว่า AI Models จะเป็นกลไกด้านความฉลาดที่อยู่เบื้องหลังระบบ AI แต่ AI Agents คือระบบที่นำความฉลาดนั้นไปใช้ในการดำเนินงาน ตัดสินใจ และโต้ตอบกับกระบวนการทางธุรกิจ 

กล่าวง่าย ๆ คือ AI Model สามารถคิดได้ แต่ AI Agent สามารถคิดและลงมือทำได้

AI Model คืออะไร?

AI Model คือกลไกด้านความฉลาดที่อยู่เบื้องหลังระบบ AI โดยเรียนรู้รูปแบบจากข้อมูลที่ใช้ในการฝึกสอน (Training Data) และสร้างผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ข้อความ รูปภาพ การแปลภาษา การคาดการณ์ หรือการตอบคำถาม

อย่างไรก็ตาม AI Models ส่วนใหญ่มักทำงานในลักษณะเชิงตอบสนอง (Reactive) กล่าวคือ เมื่อได้รับข้อมูลนำเข้า (Input) ระบบจะประมวลผลและส่งผลลัพธ์กลับมา

ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณถามคำถามกับแชตบอต AI Model จะสร้างคำตอบขึ้นมาจากข้อมูลที่ได้รับการฝึกฝนและบริบทที่มีอยู่

AI Agent คืออะไร?

AI Agent คือระบบที่ใช้ AI Models หนึ่งตัวหรือหลายตัวเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

แตกต่างจาก AI Model ที่เพียงสร้างคำตอบ AI Agent สามารถโต้ตอบกับระบบภายนอก รวบรวมข้อมูล ตัดสินใจ และดำเนินงานต่าง ๆ ได้

ตัวอย่างเช่น แทนที่จะเพียงตอบคำถามเกี่ยวกับผลการขาย AI Agent สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบ CRM สร้างรายงาน จัดทำงานนำเสนอ และส่งผลลัพธ์ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้โดยอัตโนมัติ

กล่าวโดยสรุป AI Model เป็นผู้มอบความฉลาด ส่วน AI Agent เป็นผู้เปลี่ยนความฉลาดนั้นให้กลายเป็นการลงมือปฏิบัติ

ความแตกต่างหลักระหว่าง AI Agents และ AI Models

วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำความเข้าใจ AI Agents และ Models คือการเปรียบเทียบบทบาทของทั้งสอง

  • AI Model มีหน้าที่สร้างความฉลาด
  • AI Agent มีหน้าที่นำความฉลาดนั้นไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ

ลองนึกภาพว่า AI Model คือ “สมอง” ส่วน AI Agent คือ “ผู้ปฏิบัติงาน” ที่ใช้สมองนั้นในการทำงานให้สำเร็จ

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง AI Agents และ AI Models

หัวข้อ

AI Models

AI Agents

วัตถุประสงค์ (Purpose)

สร้างการคาดการณ์ เนื้อหา หรือคำตอบ

ดำเนินงานและบรรลุเป้าหมาย

 

มุ่งเน้นการประมวลผลข้อมูลและสร้างผลลัพธ์

มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจ

ความเป็นอิสระ (Autonomy)

ต้องอาศัยคำสั่งจากผู้ใช้หรือแอปพลิเคชัน

สามารถทำงานได้ด้วยระดับความเป็นอิสระที่แตกต่างกัน

 

ไม่สามารถลงมือทำงานได้เอง

สามารถเริ่มดำเนินการตามเป้าหมายและคำสั่งที่ได้รับ

การเชื่อมต่อระบบ (System Integration)

มักทำงานอยู่ภายในแอปพลิเคชัน

สามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูล API และระบบธุรกิจต่าง ๆ

 

มีปฏิสัมพันธ์กับระบบธุรกิจโดยตรงค่อนข้างจำกัด

สามารถทำงานร่วมกับหลายระบบระหว่างการดำเนินงาน

การดำเนินงานหลายขั้นตอน (Multi-Step Execution)

จัดการคำขอทีละรายการ

สามารถดำเนินการหลายขั้นตอนเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ใหญ่กว่า

 

 

ประสานงานระหว่างเครื่องมือและบริการต่าง ๆ

การตัดสินใจ (Decision-Making)

สร้างคำแนะนำและคำตอบ

ประเมินทางเลือกและกำหนดการดำเนินการถัดไปภายใต้ขอบเขตที่กำหนด

 

ตัวอย่างการใช้งานจริง

ตัวอย่างที่ 1: การบริการลูกค้า

AI Model

ลูกค้าถามคำถาม และ AI Model สร้างคำตอบกลับไป

AI Agent

AI Agent สามารถ:

  • ตรวจสอบข้อมูลบัญชีลูกค้า
  • ตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อ
  • สร้าง Ticket สำหรับฝ่ายสนับสนุน
  • ส่งคำตอบกลับให้ลูกค้า
  • กำหนดเวลาติดตามผล

AI Agent เป็นผู้ดำเนินงานทั้งหมด ขณะที่ AI Model ทำหน้าที่ให้ความฉลาดตลอดกระบวนการ

ตัวอย่างที่ 2: การประมวลผลใบแจ้งหนี้

AI Model

ดึงข้อมูลจากใบแจ้งหนี้

AI Agent

  • อ่านใบแจ้งหนี้ที่เข้ามา
  • ดึงข้อมูลจากใบแจ้งหนี้
  • ตรวจสอบข้อมูลผู้ขาย
  • สร้างข้อมูลทางบัญชี
  • ส่งเอกสารเข้าสู่กระบวนการอนุมัติ

ลักษณะนี้คล้ายกับระบบอัตโนมัติทางการเงินสมัยใหม่ที่หลายองค์กรใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

ตัวอย่างที่ 3: การดำเนินงานด้านการขาย

AI Model

สร้างสรุปผลการขาย

AI Agent

  • รวบรวมข้อมูลจาก CRM
  • วิเคราะห์โอกาสทางการขาย
  • สร้างรายงาน
  • ร่างข้อความสื่อสารกับลูกค้า
  • อัปเดตข้อมูลในระบบธุรกิจ

AI Agent สามารถจัดการทั้งเวิร์กโฟลว์ได้ ไม่ใช่เพียงงานเดียวเท่านั้น

infographic visual agents and models

AI Agents และ Models ทำงานร่วมกันอย่างไร

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ AI Agents และ Models ไม่ใช่เทคโนโลยีที่แข่งขันกัน

ในความเป็นจริง AI Agents ต้องพึ่งพา AI Models ในการทำงาน

AI Agent หนึ่งตัวอาจใช้ AI Models หลายตัวสำหรับงานต่าง ๆ เช่น

  • การทำความเข้าใจภาษาธรรมชาติ (Natural Language Understanding)
  • การวิเคราะห์ข้อมูล
  • การสร้างเนื้อหา
  • การจดจำภาพ
  • การสนับสนุนการตัดสินใจ

AI Model ทำหน้าที่มอบความฉลาด ขณะที่ AI Agent ทำหน้าที่ประสานงานและดำเนินการ

เมื่อเทคโนโลยี AI พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ความสัมพันธ์ระหว่าง AI Agents และ Models จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น

อนาคตของ Enterprise AI

ยุคถัดไปของการนำ AI มาใช้งานกำลังเปลี่ยนจาก AI ที่มีหน้าที่เพียงตอบคำถาม ไปสู่ AI ที่สามารถลงมือทำงานได้จริง

แพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Microsoft Copilot, Dynamics 365 Agents, Autonomous Business Agents และระบบ Enterprise AI รุ่นใหม่ ล้วนถูกพัฒนาขึ้นบนแนวคิดนี้

องค์กรจำนวนมากกำลังเริ่มใช้งาน AI Agents ที่สามารถทำงานร่วมกับพนักงาน บริหารจัดการเวิร์กโฟลว์ และทำให้กระบวนการทางธุรกิจที่ซับซ้อนเป็นระบบอัตโนมัติ

แนวโน้มนี้ถือเป็นวิวัฒนาการครั้งสำคัญของการนำ AI มาสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ

สรุป

การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Agents และ Models เป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรที่กำลังวางกลยุทธ์ด้าน AI 

AI Models คือแหล่งกำเนิดความฉลาดที่ขับเคลื่อนระบบ AI สมัยใหม่ ขณะที่ AI Agents นำความฉลาดนั้นไปใช้ในการดำเนินงาน จัดการเวิร์กโฟลว์ และบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ

เมื่อองค์กรก้าวข้ามจากผู้ช่วย AI แบบพื้นฐานไปสู่พนักงานดิจิทัลที่สามารถทำงานได้อย่างอิสระ AI Agents จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มความคล่องตัว และเปลี่ยนแปลงกระบวนการดำเนินธุรกิจ

AI Agents ไม่ได้เข้ามาแทนที่ AI Models แต่เป็นการต่อยอดความสามารถของ AI Models เพื่อเปลี่ยน “ความฉลาด” ให้กลายเป็น “การลงมือทำ” อย่างแท้จริง.

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI

Digital Signature

E Signature

E Learning

Online Learning

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Fusionsol Blog in Vietnamese

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

Microsoft Copilot คือฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใช้ AI เพื่อช่วยในการทำงานภายในแอปของ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams โดยทำหน้าที่ช่วยสรุป เขียน วิเคราะห์ และจัดการข้อมูล

ปัจจุบัน Copilot รองรับ Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, OneNote, และอื่น ๆ ในตระกูล Microsoft 365

จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Copilot ทำงานร่วมกับโมเดล AI บนคลาวด์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอัปเดตข้อมูลล่าสุด

ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปรายงานในย่อหน้าเดียว” หรือ “เขียนอีเมลตอบลูกค้าอย่างเป็นทางการ” และ Copilot จะสร้างข้อความให้ตามคำสั่ง

ใช่ Copilot ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักความปลอดภัยและการปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลของผู้ใช้จะไม่ถูกใช้ในการฝึกโมเดล AI และมีระบบการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts