Table of Contents

AI Agent Opportunity: ธุรกิจสามารถทำอะไรได้มากกว่าแชตบอตทั่วไป

Facebook
X
LinkedIn
AI Agent Opportunity

ธุรกิจจำนวนมากใช้ AI เพื่อตอบคำถาม สรุปเอกสาร และช่วยให้พนักงานทำงานประจำวันได้สะดวกขึ้น แม้การใช้งานเหล่านี้จะมีประโยชน์ แต่ก็เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของสิ่งที่ AI สามารถทำได้ 

AI Agent Opportunity ที่แท้จริงคือการก้าวข้ามการสนทนาไปสู่ระบบที่สามารถดำเนินงาน เชื่อมต่อแอปพลิเคชันทางธุรกิจ และประสานงานเวิร์กโฟลว์ที่มีหลายขั้นตอนได้ 

AI Agent แตกต่างจากแชตบอตแบบดั้งเดิม เพราะสามารถออกแบบให้เข้าใจเป้าหมาย ค้นหาข้อมูล ใช้เครื่องมือที่เชื่อมต่อไว้ และดำเนินการต่าง ๆ ภายใต้สิทธิ์ที่กำหนดได้ ความสามารถเหล่านี้ทำให้ AI Agent มีประโยชน์ต่อองค์กรที่ต้องการลดงานที่ต้องทำด้วยตนเอง เพิ่มผลิตภาพ และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ 

เปลี่ยนงานธุรการที่ซ้ำซ้อนให้เป็นระบบอัตโนมัติ 

พนักงานใช้เวลาจำนวนมากไปกับการจัดการอีเมล อัปเดตข้อมูล จัดทำรายงาน และส่งต่อคำขอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง งานเหล่านี้มักประกอบด้วยขั้นตอนที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซึ่งสามารถนำมาทำให้เป็นระบบอัตโนมัติได้บางส่วนหรือทั้งหมด 

AI Agent สามารถช่วยจัดหมวดหมู่คำขอที่เข้ามา ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สร้างงาน และส่งต่องานไปยังแผนกที่เหมาะสมได้ 

ตัวอย่างเช่น AI Agent สามารถตรวจสอบอีเมลจากลูกค้า ระบุประเภทคำขอ สร้าง Ticket สำหรับฝ่ายสนับสนุน และมอบหมายงานให้ทีมที่เกี่ยวข้อง จากนั้นพนักงานจะสามารถมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน แทนการจัดการขั้นตอนธุรการที่เกิดขึ้นเป็นประจำ 

โอกาสอื่น ๆ ได้แก่ การจัดเตรียมสรุปผลหลังการประชุม การจัดระเบียบคำขอ การอัปเดตข้อมูลทางธุรกิจ และการสร้างรายงานตามรอบเวลา 

จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุดคือกระบวนการที่เกิดขึ้นบ่อย ใช้เวลาของพนักงานมาก และมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการพิจารณาว่างานเสร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมายหรือไม่ 

ปรับปรุงการประมวลผลเอกสารและการป้อนข้อมูล 

กระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสารจำนวนมากเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการใช้ระบบอัตโนมัติ ทีมการเงิน จัดซื้อ ทรัพยากรบุคคล และฝ่ายปฏิบัติการ มักต้องดึงข้อมูลจากใบแจ้งหนี้ แบบฟอร์ม สัญญา และเอกสารทางธุรกิจประเภทอื่น ๆ 

AI Agent สามารถประสานงานเวิร์กโฟลว์การประมวลผลเอกสาร โดยผสานเทคโนโลยี OCR การดึงข้อมูล กฎการตรวจสอบความถูกต้อง และการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันทางธุรกิจเข้าด้วยกัน 

ตัวอย่างเช่น เวิร์กโฟลว์การประมวลผลใบแจ้งหนี้สามารถดึงรายละเอียดจากใบแจ้งหนี้ เปรียบเทียบข้อมูลกับใบสั่งซื้อ ตรวจหาความไม่ตรงกัน และส่งเอกสารไปขออนุมัติได้ 

เทคโนโลยี OCR ทำหน้าที่ดึงข้อความจากเอกสาร ขณะที่ AI Agent สามารถประสานงานขั้นตอนถัดไปและดำเนินการข้ามระบบต่าง ๆ ได้ การตรวจสอบโดยมนุษย์ยังคงมีความสำคัญเมื่อข้อมูลไม่ชัดเจน หรือเมื่อการตัดสินใจทางการเงินจำเป็นต้องได้รับอนุมัติ 

การลดการป้อนข้อมูลซ้ำ ๆ และการจัดการเอกสารด้วยตนเองช่วยให้ธุรกิจประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น และลดข้อผิดพลาดที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ 

เชื่อมต่อแอปพลิเคชันและเวิร์กโฟลว์ทางธุรกิจ 

หลายองค์กรใช้ระบบแยกกันสำหรับ CRM, ERP, HR การเงิน และการบริหารโครงการ พนักงานจึงมักต้องสลับไปมาระหว่างแอปพลิเคชันและถ่ายโอนข้อมูลด้วยตนเอง 

AI Agent สามารถช่วยเชื่อมโยงกระบวนการเหล่านี้ โดยค้นหาข้อมูลและดำเนินการที่ได้รับอนุญาตผ่านระบบที่เชื่อมต่อกัน 

ตัวอย่างเช่น AI Agent สำหรับงานขายสามารถดึงประวัติลูกค้าจากระบบ CRM รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุมัติ และจัดเตรียมข้อเสนอเพื่อให้พนักงานตรวจสอบ ส่วน AI Agent สำหรับฝ่ายปฏิบัติการภายในสามารถค้นหานโยบายบริษัท สร้างคำขอรับบริการ และแจ้งทีมผู้รับผิดชอบได้ 

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ ได้แก่ 

  • CRM: จัดเตรียมสรุปข้อมูลลูกค้าและสนับสนุนการติดตามงานขาย 
  • ERP: ดึงข้อมูลการดำเนินงานและประสานเวิร์กโฟลว์ที่ได้รับอนุมัติ 
  • HR: จัดระเบียบงานต้อนรับพนักงานใหม่และส่งต่อคำขอของพนักงาน 
  • IT Support: จัดหมวดหมู่เหตุขัดข้องและค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหา 

การเชื่อมต่อระบบให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีการเข้าถึงข้อมูลอย่างปลอดภัย API ที่เชื่อถือได้ และการควบคุมสิทธิ์ที่เหมาะสม เป้าหมายคือการลดขั้นตอนการส่งต่องานที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทางธุรกิจ ไม่ใช่เพียงเชื่อมต่อเครื่องมือให้ได้มากขึ้นเท่านั้น 

ยกระดับงานบริการลูกค้าให้มากกว่าแชตบอต 

แชตบอตแบบดั้งเดิมมักเน้นการตอบคำถาม แต่ลูกค้าจำนวนมากต้องการให้ระบบดำเนินการบางอย่าง เช่น ตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อ นัดหมาย เปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชี หรือสร้างคำขอรับบริการ 

AI Agent สามารถช่วยจัดการงานเหล่านี้ได้โดยทำความเข้าใจคำขอ ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และโต้ตอบกับระบบที่เชื่อมต่อไว้ 

ตัวอย่างเช่น AI Agent สามารถตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อ อธิบายสาเหตุของความล่าช้าในการจัดส่ง สร้าง Ticket สำหรับฝ่ายสนับสนุน และส่งต่อปัญหาให้ผู้รับผิดชอบเมื่อจำเป็น 

แนวทางนี้ช่วยลดงานซ้ำซ้อนของทีมบริการลูกค้า พร้อมช่วยให้ลูกค้าได้รับคำตอบรวดเร็วยิ่งขึ้น 

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการคืนเงิน การเปลี่ยนแปลงบัญชี หรือข้อมูลลูกค้าที่ละเอียดอ่อน ควรกำหนดให้มีการยืนยันตัวตนและการอนุญาตอย่างเหมาะสม ธุรกิจควรระบุให้ชัดเจนว่างานใดที่ AI Agent สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง และงานใดต้องได้รับอนุมัติจากมนุษย์ 

เปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริง 

AI Agent ยังช่วยให้องค์กรก้าวจากการเปิดดูรายงาน ไปสู่การตรวจสอบปัญหาและประสานงานเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ 

ตัวอย่างเช่น ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการอาจต้องการทราบว่าเหตุใดระยะเวลาในการประมวลผลคำสั่งซื้อจึงเพิ่มขึ้น AI Agent สามารถดึงข้อมูลที่ได้รับอนุญาต เปรียบเทียบผลการดำเนินงานในแต่ละช่วงเวลา สรุปสาเหตุที่เป็นไปได้ และจัดเตรียมข้อเสนอแนะสำหรับการตรวจสอบเพิ่มเติม 

โอกาสอื่น ๆ ได้แก่ การติดตามตัวชี้วัดการดำเนินงาน การระบุงานที่เกินกำหนด การจัดทำสรุปสำหรับผู้บริหาร และการแจ้งเตือนเมื่อพบการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ 

ผลการวิเคราะห์ที่สร้างโดย AI ควรได้รับการตรวจสอบกับข้อมูลที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะเมื่อผลลัพธ์มีผลต่อการตัดสินใจทางการเงินหรือการดำเนินงาน 

คุณค่าที่สำคัญคือการช่วยให้พนักงานตรวจสอบปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และจัดเตรียมขั้นตอนดำเนินการที่เหมาะสมได้อย่างเป็นระบบ 

สนับสนุนการจัดการองค์ความรู้ภายในองค์กร 

พนักงานมักเสียเวลาไปกับการค้นหานโยบายภายใน เอกสารทางเทคนิค ขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) และข้อมูลโครงการต่าง ๆ 

AI Agent สามารถค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากแหล่งความรู้ที่ได้รับอนุมัติ และช่วยให้พนักงานดำเนินงานที่เกี่ยวข้องได้สะดวกขึ้น 

ตัวอย่างเช่น พนักงานที่กำลังเตรียมเริ่มโครงการใหม่สามารถขอให้ AI Agent ค้นหาขั้นตอนการทำงานฉบับล่าสุด สรุปเอกสารที่เกี่ยวข้อง และจัดทำรายการตรวจสอบสำหรับการดำเนินงานได้ 

แนวทางนี้ช่วยสนับสนุนการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ การให้ความช่วยเหลือด้าน IT ภายในองค์กร การให้คำแนะนำเกี่ยวกับนโยบาย และการแบ่งปันองค์ความรู้ 

เพื่อสร้างความเชื่อมั่น องค์กรควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า AI Agent เคารพสิทธิ์การเข้าถึงเอกสาร อ้างอิงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เมื่อทำได้ และใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน 

วิธีค้นหา AI Agent Opportunity ที่เหมาะสมกับธุรกิจ 

ไม่ใช่ทุกกระบวนการที่จำเป็นต้องใช้ AI Agent งานบางประเภทอาจเหมาะกับระบบอัตโนมัติแบบดั้งเดิมหรือเวิร์กโฟลว์ที่กำหนดขั้นตอนไว้ล่วงหน้ามากกว่า 

ธุรกิจควรจัดลำดับความสำคัญของโอกาสในการใช้งาน โดยพิจารณาจากผลกระทบต่อธุรกิจ ความถี่ของงาน ความพร้อมของข้อมูล ความซับซ้อนในการเชื่อมต่อระบบ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข้อผิดพลาด 

จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมคือเวิร์กโฟลว์ที่เกิดขึ้นซ้ำ มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ และสามารถวัดผลลัพธ์ได้ องค์กรสามารถกำหนดค่าประสิทธิภาพพื้นฐาน ทดลองใช้งานในขอบเขตที่ควบคุมได้ และเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนขยายการใช้งาน 

ตัวชี้วัดที่เป็นประโยชน์ ได้แก่ ระยะเวลาในการประมวลผล อัตราข้อผิดพลาด จำนวนครั้งที่ต้องให้มนุษย์เข้ามาดำเนินการ ต้นทุนต่อธุรกรรม และอัตราการยอมรับการใช้งานของพนักงาน 

ธุรกิจควรพิจารณาด้านความปลอดภัย ธรรมาภิบาล และการบำรุงรักษาในระยะยาว ก่อนอนุญาตให้ AI Agent ดำเนินการในระบบที่ใช้งานจริง 

การเลือกพาร์ทเนอร์สำหรับการนำ AI Agent ไปใช้งาน 

การเปลี่ยนโอกาสในการทำงานอัตโนมัติให้กลายเป็นโซลูชันทางธุรกิจที่เชื่อถือได้ จำเป็นต้องอาศัยมากกว่าเทคโนโลยี AI องค์กรต้องการพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจกระบวนการทางธุรกิจ การบูรณาการระบบระดับองค์กร ความปลอดภัย และข้อกำหนดในการนำระบบไปใช้งานจริง 

Fusion Solution ช่วยให้ธุรกิจค้นหาโอกาสในการใช้ AI ที่นำไปปฏิบัติได้จริง และเชื่อมต่อความสามารถของ AI เข้ากับแอปพลิเคชันและเวิร์กโฟลว์ทางธุรกิจที่มีอยู่เดิม การมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานช่วยให้องค์กรสามารถระบุกรณีการใช้งานที่เหมาะสม และพัฒนากลยุทธ์การนำ AI ไปใช้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ 

การเริ่มต้นด้วยกรณีการใช้งานที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนและการทดลองพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept หรือ PoC) ภายใต้ขอบเขตที่ควบคุมได้ จะช่วยตรวจสอบความเป็นไปได้ก่อนลงทุนขยายการใช้งานในวงกว้าง 

สรุป

AI Agent เปิดโอกาสให้ธุรกิจทำงานอัตโนมัติได้มากกว่าการสนทนา ตั้งแต่การประมวลผลเอกสารและการบริการลูกค้า ไปจนถึงการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันทางธุรกิจและการจัดการองค์ความรู้ โดยสามารถช่วยลดภาระงานที่ต้องทำด้วยตนเองและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน 

หัวใจสำคัญคือการเลือกกระบวนการที่เหมาะสม กำหนดมาตรการควบคุมที่จำเป็น และวัดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม 

สำหรับบริษัทที่พร้อมก้าวข้ามการใช้แชตบอตทั่วไป ขั้นตอนต่อไปคือการสำรวจกระบวนการทำงานในแต่ละวัน และค้นหาว่างานที่ต้องทำซ้ำหลายขั้นตอนใดบ้างที่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย AI Agent

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol Blog, IP Phone Blog, Chat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI

Digital Signature

E Signature

E Learning

Online Learning

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Fusionsol Blog in Vietnamese

Related Articles

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts