Table of Contents

แปลงรูปภาพเป็นข้อความ ด้วย OCR: ทำงานอย่างไรและใช้กับอะไรได้บ้าง

Facebook
X
LinkedIn
แปลงรูปภาพเป็นข้อความ

รูปภาพมักมีข้อมูลสำคัญอยู่ภายใน ตั้งแต่ภาพหน้าจอ ภาพถ่าย ไปจนถึงใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และเอกสารทางธุรกิจที่ผ่านการสแกน อย่างไรก็ตาม การคัดลอกข้อความจากรูปภาพด้วยตนเองอาจใช้เวลานาน โดยเฉพาะเมื่อพนักงานต้องจัดการไฟล์จำนวนมากในแต่ละวัน 

เทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) ช่วยให้สามารถ แปลงรูปภาพเป็นข้อความ ด้วยการจดจำตัวอักษรที่อยู่ในรูปภาพและแปลงเป็นข้อความที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านและประมวลผลได้ ผู้ใช้จึงสามารถค้นหา คัดลอก แก้ไข หรือนำข้อมูลไปใช้งานต่อได้โดยไม่ต้องพิมพ์ทุกอย่างด้วยตนเอง 

สำหรับภาคธุรกิจ OCR ให้ประโยชน์มากกว่าความสะดวกสบาย เมื่อนำมาใช้ร่วมกับการดึงข้อมูลและระบบอัตโนมัติสำหรับเวิร์กโฟลว์ จะช่วยลดงานธุรการที่ต้องทำซ้ำ ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลเอกสาร DOVA OCR มีความสามารถในการประมวลผลเอกสารที่ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนข้อมูลที่อยู่ในเอกสารให้เป็นข้อมูลดิจิทัลที่พร้อมนำไปใช้งานต่อได้ 

OCR แปลงรูปภาพเป็นข้อความได้อย่างไร? 

OCR ทำงานโดยวิเคราะห์รูปภาพ ระบุตำแหน่งข้อความ และจดจำตัวอักษรที่อยู่ภายใน โดยทั่วไปกระบวนการนี้ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน 

  1. อัปโหลดรูปภาพหรือเอกสารที่สแกน

เริ่มต้นด้วยการนำเข้ารูปภาพ ภาพถ่าย ภาพหน้าจอ หรือไฟล์ PDF ที่ผ่านการสแกน คุณภาพของไฟล์ต้นฉบับมีความสำคัญ เนื่องจากข้อความที่เบลอ เงาที่บดบัง หรือความละเอียดต่ำ อาจส่งผลต่อความแม่นยำในการจดจำข้อความ 

  1. ปรับปรุงคุณภาพรูปภาพ

ซอฟต์แวร์ OCR อาจปรับปรุงคุณภาพของรูปภาพก่อนเริ่มจดจำข้อความ เช่น ปรับแนวหน้ากระดาษ แก้ไขความเอียง ปรับความคมชัด และลดสัญญาณรบกวนในรูปภาพ ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยให้ระบบระบุตัวอักษรได้ง่ายขึ้น 

  1. จดจำตัวอักษรและคำ

ซอฟต์แวร์จะวิเคราะห์บริเวณที่มีข้อความและระบุตัวอักษรกับคำที่ปรากฏอยู่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับโซลูชันที่เลือกใช้ ระบบอาจรองรับการจดจำภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวเลข และภาษาอื่น ๆ ตามที่กำหนด 

  1. ดึงข้อความและนำไปใช้งาน

เมื่อระบบจดจำข้อความแล้ว ผู้ใช้สามารถคัดลอก ค้นหา ส่งออก หรือนำข้อความไปใช้ในแอปพลิเคชันอื่นได้ โซลูชันประมวลผลเอกสารที่มีความสามารถสูงขึ้นยังสามารถดึงข้อมูลเฉพาะ เช่น หมายเลขใบแจ้งหนี้ วันที่ และยอดเงินรวม พร้อมจัดระเบียบข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่มีโครงสร้างได้อีกด้วย 

OCR สามารถนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง? 

OCR รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งในชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจ 

  1. ดึงข้อความจากรูปภาพและภาพหน้าจอ

OCR สามารถอ่านข้อความจากภาพหน้าจอ ภาพถ่าย โปสเตอร์ และรูปภาพประเภทอื่น ๆ ได้ เหมาะสำหรับกรณีที่ไม่สามารถเลือกหรือคัดลอกข้อความได้โดยตรง เช่น ข้อมูลที่อยู่ในรูปภาพซึ่งได้รับผ่านอีเมลหรือแอปพลิเคชันส่งข้อความ 

  1. แปลง PDF ที่สแกนให้เป็นเอกสารที่ค้นหาข้อความได้

ไฟล์ PDF ที่ผ่านการสแกนมักประกอบด้วยรูปภาพของแต่ละหน้า แทนที่จะเป็นข้อความที่เลือกได้ OCR ช่วยจดจำข้อความและทำให้สามารถค้นหาเนื้อหาภายในเอกสารได้ ผู้ใช้จึงค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดอ่านทุกหน้า 

ความสามารถนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่จัดเก็บเอกสารจำนวนมาก เช่น สัญญา รายงาน และบันทึกย้อนหลัง 

  1. ประมวลผลใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงิน

ทีมบัญชีและการเงินสามารถใช้ OCR เพื่อจดจำข้อมูล เช่น ชื่อผู้จำหน่าย หมายเลขใบแจ้งหนี้ วันที่ออกเอกสาร และยอดเงินรวม 

เมื่อนำมาใช้ร่วมกับการดึงข้อมูลแบบมีโครงสร้าง ข้อมูลเหล่านี้สามารถเตรียมไว้สำหรับระบบบัญชี ช่วยลดการป้อนข้อมูลซ้ำ ๆ และสนับสนุนการประมวลผลเอกสารที่รวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบตัวเลขทางการเงินที่สำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง 

  1. เปลี่ยนแบบฟอร์มและเอกสารทางธุรกิจให้เป็นข้อมูลดิจิทัล

ธุรกิจมักต้องจัดการแบบฟอร์มใบสมัคร ใบสั่งซื้อ สัญญา และเอกสารที่พิมพ์อยู่บนกระดาษ OCR ช่วยแปลงเนื้อหาในเอกสารเหล่านี้ให้เป็นข้อมูลดิจิทัล ซึ่งสามารถจัดเก็บ ค้นหา และประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ตัวอย่างเช่น องค์กรสามารถดึงข้อมูลจากแบบฟอร์มที่กรอกเสร็จแล้ว แทนการป้อนข้อมูลทุกช่องลงในสเปรดชีตหรือฐานข้อมูลด้วยตนเอง 

  1. รองรับการประมวลผลเอกสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

องค์กรจำนวนมากต้องจัดการเอกสารที่มีทั้งข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โซลูชัน OCR ที่รองรับการจดจำหลายภาษาช่วยดึงข้อมูลจากเอกสารเหล่านี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้พนักงานพิมพ์ข้อความทั้งหมดด้วยตนเอง 

อย่างไรก็ตาม ความแม่นยำในการจดจำขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์ ความชัดเจนของรูปภาพ รูปแบบการจัดวางเอกสาร และภาษาที่ระบบรองรับ ธุรกิจจึงควรทดลองกับเอกสารจริงก่อนตัดสินใจเลือกใช้โซลูชัน 

Dashboard-DOVA-4-1

OCR กับการป้อนข้อมูลด้วยตนเองแตกต่างกันอย่างไร? 

การป้อนข้อมูลด้วยตนเองต้องอาศัยพนักงานอ่านข้อความจากเอกสาร แล้วพิมพ์ข้อมูลลงในระบบอื่น ขณะที่ OCR ช่วยทำให้ขั้นตอนการจดจำข้อความเป็นระบบอัตโนมัติ ลดงานซ้ำ ๆ และช่วยให้พนักงานประมวลผลเอกสารได้มากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ 

อย่างไรก็ตาม OCR ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องสมบูรณ์แบบเสมอไป รูปภาพคุณภาพต่ำ รูปแบบเอกสารที่ซับซ้อน และตัวอักษรที่มีลักษณะคล้ายกันอาจทำให้ระบบอ่านข้อความผิดพลาดได้ สำหรับเอกสารทางธุรกิจ การตรวจสอบข้อมูลสำคัญจึงเป็นสิ่งจำเป็น 

ความแตกต่างจะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อใช้ OCR ร่วมกับการดึงข้อมูลและระบบอัตโนมัติ แทนที่จะทำเพียงการจดจำข้อความ เวิร์กโฟลว์ประมวลผลเอกสารสามารถระบุฟิลด์ที่ต้องการ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และส่งผลลัพธ์ไปยังระบบอื่นได้ 

DOVA OCR ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์กโฟลว์การประมวลผลเอกสารได้อย่างไร? 

DOVA OCR ช่วยให้ธุรกิจก้าวข้ามข้อจำกัดของการจดจำข้อความทั่วไป ด้วยการผสาน OCR เข้ากับความสามารถในการดึงข้อมูลจากเอกสาร การจำแนกประเภท การตรวจสอบ และการเชื่อมต่อกับระบบอื่น 

  1. ลดการป้อนข้อมูลซ้ำ ๆ ด้วยตนเอง

พนักงานสามารถใช้ OCR เพื่ออ่านข้อความจากเอกสารและดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และแบบฟอร์มได้ ช่วยลดความจำเป็นในการพิมพ์ข้อมูลทุกช่องด้วยตนเอง ทำให้บุคลากรมีเวลามากขึ้นสำหรับการตรวจสอบผลลัพธ์และจัดการกรณีที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ 

  1. จัดระเบียบเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การจำแนกประเภทเอกสารช่วยจัดหมวดหมู่เอกสารที่ได้รับเข้ามา เพื่อให้สามารถดำเนินการตามประเภทของเอกสารได้อย่างเหมาะสม สนับสนุนการจัดการเวิร์กโฟลว์ที่เป็นระบบมากขึ้นสำหรับใบแจ้งหนี้ แบบฟอร์มใบสมัคร และเอกสารทางธุรกิจประเภทอื่น 

  1. ตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปประมวลผล

DOVA OCR มีความสามารถในการตรวจสอบข้อมูล ช่วยให้พนักงานทบทวนข้อมูลที่ดึงออกมาและระบุข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นก่อนส่งข้อมูลไปยังขั้นตอนถัดไป ความสามารถนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับตัวเลขทางการเงิน หมายเลขอ้างอิง และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ 

  1. ลดการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างระบบด้วยตนเอง

DOVA OCR รองรับความสามารถต่าง ๆ เช่น การส่งออกไฟล์ CSV การจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล และ RESTful API ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการติดตั้งใช้งาน ความสามารถเหล่านี้สามารถช่วยส่งข้อมูลที่ดึงออกมาเข้าสู่ระบบธุรกิจที่มีอยู่ และลดการคัดลอกข้อมูลระหว่างแอปพลิเคชันด้วยตนเอง 

  1. สนับสนุนกระบวนการทำงานที่เป็นมาตรฐานมากขึ้น

การผสานการจดจำข้อความ การดึงข้อมูล การตรวจสอบ และการเชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกัน ช่วยให้ธุรกิจสร้างกระบวนการทำงานที่มีความสม่ำเสมอ ตั้งแต่การรับเอกสารไปจนถึงการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข้อมูลดิจิทัลที่พร้อมใช้งาน 

ประโยชน์ที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับคุณภาพของเอกสาร การออกแบบเวิร์กโฟลว์ ข้อกำหนดในการเชื่อมต่อระบบ และระดับการตรวจสอบโดยบุคลากรที่จำเป็น 

ทำอย่างไรให้ OCR ให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น? 

คุณภาพของรูปภาพต้นฉบับมีบทบาทสำคัญต่อความแม่นยำของ OCR ควรใช้รูปภาพที่ชัดเจน มีความละเอียดเพียงพอ ได้รับแสงอย่างเหมาะสม และมีแนวหน้ากระดาษที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงภาพถ่ายที่เบลอ เงาที่บดบังข้อความ และรูปภาพที่มีข้อความถูกตัดออก 

สำหรับการใช้งานในธุรกิจ ควรทดลองซอฟต์แวร์กับเอกสารจริง รวมถึงตัวอย่างที่ประมวลผลได้ยาก ประเมินความแม่นยำของฟิลด์ข้อมูลที่สำคัญ ตรวจสอบวิธีจัดการข้อผิดพลาด และยืนยันว่าข้อมูลที่ดึงออกมาสามารถส่งต่อไปยังระบบที่องค์กรใช้งานอยู่ได้

นอกจากนี้ ควรพิจารณาข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ภาษาที่รองรับ ปริมาณเอกสารที่ต้องประมวลผล และต้นทุนในการติดตั้งใช้งาน ก่อนเลือกนำโซลูชัน OCR มาใช้ในองค์กร

สรุป

OCR ช่วยให้เข้าถึง ค้นหา และนำข้อมูลที่อยู่ในรูปภาพและเอกสารสแกนกลับมาใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การดึงข้อความจากภาพหน้าจอไปจนถึงการประมวลผลใบแจ้งหนี้และเอกสารทางธุรกิจ เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยลดงานที่ต้องทำด้วยตนเองและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเอกสาร

สำหรับองค์กรที่ต้องจัดการเอกสารจำนวนมาก การ แปลงรูปภาพเป็นข้อความ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น การผสาน OCR เข้ากับการดึงข้อมูลแบบมีโครงสร้าง การตรวจสอบความถูกต้อง และการเชื่อมต่อระบบ จะช่วยเปลี่ยนข้อความที่จดจำได้ให้เป็นข้อมูลที่สนับสนุนกระบวนการทำงานจริงของธุรกิจ

DOVA OCR มีความสามารถในการประมวลผลเอกสารที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจดึงข้อมูล จัดระเบียบ ตรวจสอบ และส่งต่อข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol Blog, IP Phone Blog, Chat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI

Digital Signature

E Signature

E Learning

Online Learning

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Fusionsol Blog in Vietnamese

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

Microsoft Copilot คือฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใช้ AI เพื่อช่วยในการทำงานภายในแอปของ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams โดยทำหน้าที่ช่วยสรุป เขียน วิเคราะห์ และจัดการข้อมูล

ปัจจุบัน Copilot รองรับ Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, OneNote, และอื่น ๆ ในตระกูล Microsoft 365

จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Copilot ทำงานร่วมกับโมเดล AI บนคลาวด์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอัปเดตข้อมูลล่าสุด

ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปรายงานในย่อหน้าเดียว” หรือ “เขียนอีเมลตอบลูกค้าอย่างเป็นทางการ” และ Copilot จะสร้างข้อความให้ตามคำสั่ง

ใช่ Copilot ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักความปลอดภัยและการปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลของผู้ใช้จะไม่ถูกใช้ในการฝึกโมเดล AI และมีระบบการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts