Table of Contents

โปรแกรม OCR ภาษาไทย – DOVA OCR

Facebook
X
LinkedIn
โปรแกรม OCR ภาษาไทย

ธุรกิจในประเทศไทยต้องจัดการเอกสารจำนวนมากในแต่ละวัน ตั้งแต่ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบสั่งซื้อ แบบฟอร์มใบสมัคร สัญญา ไปจนถึงเอกสารภายในองค์กร แม้หลายองค์กรจะนำระบบดิจิทัลมาใช้งานแล้ว แต่ข้อมูลสำคัญจำนวนมากยังคงอยู่ในรูปแบบเอกสารสแกน รูปถ่าย และไฟล์ PDF พนักงานจึงต้องอ่านเอกสารเหล่านี้และป้อนข้อมูลลงในสเปรดชีต ฐานข้อมูล หรือแอปพลิเคชันทางธุรกิจด้วยตนเอง กระบวนการดังกล่าวใช้เวลานาน เพิ่มต้นทุนในการดำเนินงาน และเพิ่มโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดจากการทำงานของมนุษย์ 

โปรแกรม OCR ภาษาไทย ช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยการจดจำตัวอักษรภาษาไทยจากรูปภาพและเอกสารที่สแกน แล้วแปลงเป็นข้อความที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านและประมวลผลได้ เมื่อนำ OCR มาใช้ร่วมกับการดึงข้อมูลจากเอกสารและระบบอัตโนมัติ จะช่วยให้องค์กรลดงานซ้ำ ๆ เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลเอกสาร และทำให้ค้นหาและจัดการข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น 

โปรแกรม OCR ภาษาไทยคืออะไร?

Optical Character Recognition (OCR) คือเทคโนโลยีที่ใช้แปลงข้อความภายในรูปภาพให้เป็นข้อความดิจิทัลที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านและประมวลผลได้ แทนที่จะมองเอกสารที่สแกนเป็นเพียงรูปภาพนิ่ง OCR จะวิเคราะห์และระบุตัวอักษร เพื่อให้สามารถค้นหา คัดลอก ประมวลผล หรือส่งต่อข้อความไปยังระบบอื่นได้ 

โปรแกรม OCR ภาษาไทย ต้องรองรับลักษณะเฉพาะของระบบการเขียนภาษาไทย ซึ่งประกอบด้วยพยัญชนะ สระที่วางอยู่เหนือหรือใต้พยัญชนะ วรรณยุกต์ และตัวอักษรที่มีระยะห่างระหว่างกันค่อนข้างน้อย ลักษณะเหล่านี้อาจทำให้การจดจำข้อความมีความซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อเอกสารมีความละเอียดต่ำ ใช้แบบอักษรที่ไม่คุ้นเคย ตัวพิมพ์จาง หรือมีรูปแบบการจัดวางที่ซับซ้อน 

ตัวอย่างเช่น ใบแจ้งหนี้ภาษาไทยที่ผ่านการสแกน หากไม่มี OCR พนักงานอาจต้องอ่านชื่อผู้จำหน่าย หมายเลขใบแจ้งหนี้ วันที่ออกเอกสาร และยอดเงินรวมด้วยตนเอง แต่เมื่อใช้ OCR ซอฟต์แวร์จะช่วยจดจำข้อความที่พิมพ์อยู่ในเอกสารและทำให้ข้อมูลพร้อมสำหรับการประมวลผลในขั้นตอนต่อไป 

โซลูชันประมวลผลเอกสารสมัยใหม่สามารถทำงานได้มากกว่าการจดจำข้อความ โดยอาจจำแนกประเภทเอกสาร ดึงข้อมูลจากฟิลด์ที่กำหนด จัดระเบียบข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่มีโครงสร้าง และเชื่อมต่อผลลัพธ์เข้ากับแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่องค์กรใช้งานอยู่ 

ทำไมธุรกิจไทยจึงต้องใช้เทคโนโลยี OCR 

การประมวลผลเอกสารด้วยตนเองใช้เวลานานและเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด เทคโนโลยี OCR ช่วยให้ธุรกิจแปลงเอกสารเป็นข้อมูลดิจิทัล ลดงานซ้ำ ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน 

  1. ลดการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง 
    OCR แปลงข้อความที่พิมพ์อยู่ในเอกสารให้เป็นข้อมูลดิจิทัล ช่วยลดเวลาที่พนักงานต้องใช้ในการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง 
  2. เพิ่มความสะดวกในการค้นหาเอกสาร 
    OCR ช่วยให้สามารถค้นหาข้อความภายในเอกสารที่สแกนได้ ทำให้พนักงานค้นหาข้อมูลในใบแจ้งหนี้ สัญญา และบันทึกทางธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 
  3. เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล 
    OCR ช่วยลดความจำเป็นในการถอดข้อความด้วยตนเอง ขณะที่การตรวจสอบความถูกต้องและการให้พนักงานทบทวนผลลัพธ์จะช่วยค้นหาข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นก่อนนำข้อมูลไปใช้งาน 
  4. สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล 
    OCR ช่วยแปลงข้อมูลจากเอกสารกระดาษให้เป็นข้อมูลดิจิทัล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำระบบอัตโนมัติมาใช้กับกระบวนการทำงานของธุรกิจ 

คุณสมบัติสำคัญที่ควรมองหาในโปรแกรม OCR ภาษาไทย

ในการเลือกซอฟต์แวร์ OCR ธุรกิจควรพิจารณาความสามารถที่สำคัญต่อไปนี้ 

  • การจดจำภาษาไทยและหลายภาษา: สามารถจดจำข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษในเอกสารทางธุรกิจได้
  • การปรับปรุงคุณภาพรูปภาพ (Image Preprocessing): ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจดจำข้อความในเอกสารที่เอียง ตัวอักษรจาง หรือมีสัญญาณรบกวนในรูปภาพ
  • การดึงข้อมูลที่มีโครงสร้าง (Structured Data Extraction): สามารถดึงข้อมูลเฉพาะที่ต้องการ เช่น หมายเลขใบแจ้งหนี้ วันที่ และยอดเงินรวม
  • การจำแนกและตรวจสอบเอกสาร (Document Classification and Verification): สามารถจัดประเภทเอกสารและให้ผู้ใช้ตรวจสอบข้อมูลที่ดึงออกมาได้
  • การเชื่อมต่อกับระบบธุรกิจ (Business System Integration): สามารถส่งออกข้อมูลในรูปแบบ CSV หรือเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลและ API ได้

คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้องค์กรก้าวข้ามข้อจำกัดของการจดจำข้อความทั่วไป ไปสู่การประมวลผลเอกสารที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

DOVA OCR ช่วยทำให้การประมวลผลเอกสารเป็นระบบอัตโนมัติได้อย่างไร 

DOVA OCR คือโซลูชันด้าน Document Intelligence ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้องค์กรแปลงเอกสารเป็นข้อมูลดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้งานต่อได้ 

  1. จดจำเอกสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 
    รองรับการประมวลผลเอกสารหลายภาษา ช่วยให้ธุรกิจจัดการเอกสารทั้งในประเทศและจากต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น 
  2. ดึงข้อมูลที่มีโครงสร้าง 
    ช่วยดึงข้อมูลสำคัญจากเอกสาร เพื่อลดการป้อนข้อมูลด้วยตนเองและทำให้การประมวลผลในขั้นตอนถัดไปง่ายขึ้น 
  3. จำแนกและตรวจสอบเอกสาร 
    ช่วยจัดระเบียบเอกสารตามประเภท พร้อมความสามารถในการตรวจสอบ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถทบทวนข้อมูลที่ดึงออกมาได้ 
  4. เชื่อมต่อและส่งออกข้อมูล 
    รองรับการส่งออกข้อมูลเป็นไฟล์ CSV การจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล RESTful API และการประมวลผลเอกสารจากโฟลเดอร์ เพื่อช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากเอกสารเข้ากับเวิร์กโฟลว์ที่มีอยู่ 
  5. รองรับการประมวลผลเอกสารในปริมาณมาก 
    DOVA ใช้การประมวลผลบนคลาวด์ที่พัฒนาบนเทคโนโลยี Microsoft Azure ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาแนวทางการจัดการเอกสารที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ก่อนนำไปใช้งานจริง ธุรกิจควรประเมินคุณภาพการจดจำข้อความ ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ตัวเลือกในการเชื่อมต่อระบบ และปริมาณเอกสารที่ต้องประมวลผลให้เหมาะสมกับความต้องการขององค์กร 

ตัวอย่างการใช้งาน OCR ในธุรกิจไทย 

ประโยชน์ของ OCR จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อนำไปใช้กับกระบวนการทำงานในชีวิตประจำวันขององค์กร 

บัญชีและการเงิน 

ทีมบัญชีและการเงินสามารถใช้ OCR เพื่อจดจำข้อมูลจากใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และเอกสารทางการเงินประเภทอื่น ข้อมูลที่ดึงออกมาสามารถนำไปใช้เตรียมรายการสำหรับระบบบัญชี สนับสนุนการจัดการค่าใช้จ่าย และลดงานป้อนข้อมูลที่ต้องทำซ้ำ ๆ 

ตัวอย่างเช่น บริษัทที่ได้รับใบแจ้งหนี้จากผู้จำหน่ายหลายรายสามารถใช้เวิร์กโฟลว์ OCR เพื่อดึงหมายเลขใบแจ้งหนี้ วันที่ และยอดเงิน ก่อนให้พนักงานตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล 

ทรัพยากรบุคคล (Human Resources) 

ฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องจัดการแบบฟอร์มใบสมัคร เอกสารประวัติพนักงาน และเอกสารอื่น ๆ ที่มีข้อมูลในรูปแบบที่กำหนดไว้ OCR ช่วยแปลงเอกสารเหล่านี้เป็นข้อมูลดิจิทัล ทำให้ค้นหาและจัดระเบียบเนื้อหาได้ง่ายขึ้น 

หากเอกสารมีข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรควรกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง นโยบายการเก็บรักษาข้อมูล และมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสมควบคู่ไปกับการนำระบบมาใช้งาน 

จัดซื้อและซัพพลายเชน 

ทีมจัดซื้อจำเป็นต้องประมวลผลใบสั่งซื้อ เอกสารการส่งมอบสินค้า ใบแจ้งหนี้จากผู้จำหน่าย และเอกสารที่เกี่ยวข้องอยู่เป็นประจำ OCR ช่วยดึงหมายเลขอ้างอิง รายละเอียดสินค้า จำนวน และข้อมูลอื่น ๆ ที่พิมพ์อยู่ในเอกสาร 

เมื่อเชื่อมต่อกับระบบที่ใช้งานอยู่ ข้อมูลที่ดึงออกมาอาจช่วยสนับสนุนการจับคู่เอกสารและการจัดการกรณีที่พบข้อยกเว้น ลดความจำเป็นในการถ่ายโอนข้อมูลทุกช่องด้วยตนเอง 

เอกสารทางการแพทย์และงานธุรการ 

โรงพยาบาล คลินิก และองค์กรที่ให้บริการประเภทอื่นอาจต้องแปลงแบบฟอร์ม รายงาน และเอกสารย้อนหลังให้เป็นข้อมูลดิจิทัล OCR ช่วยให้เข้าถึงและค้นหาข้อมูลที่พิมพ์อยู่ในเอกสารได้สะดวกขึ้น 

สำหรับเอกสารทางการแพทย์ ควรตรวจสอบผลลัพธ์จาก OCR อย่างรอบคอบก่อนนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจทางคลินิก การเรียกเก็บเงิน หรือการบริหารจัดการ นอกจากนี้ ข้อมูลที่มีความอ่อนไหวยังต้องได้รับการปกป้องด้วยระบบรักษาความปลอดภัยและการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงที่เหมาะสม 

การจัดเก็บเอกสารและการทำคลังเอกสารดิจิทัล 

องค์กรที่มีเอกสารสแกนจำนวนมากสามารถใช้ OCR เพื่อสร้างคลังเอกสารดิจิทัลที่ค้นหาข้อมูลภายในได้ พนักงานจึงสามารถค้นหาเอกสารที่เกี่ยวข้องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาชื่อไฟล์หรือโครงสร้างโฟลเดอร์เพียงอย่างเดียว 

คลังเอกสารที่ค้นหาได้ยังช่วยสนับสนุนการเรียกดูเอกสาร การจัดการองค์ความรู้ภายในองค์กร และการเก็บรักษาบันทึกในระยะยาว 

วิธีเลือกโซลูชัน OCR ที่เหมาะสม 

การเลือกโซลูชัน OCR ควรพิจารณาจากประเภทเอกสาร ความต้องการในการประมวลผล และเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กร ควรทดลองใช้งานกับเอกสารจริง รวมถึงเอกสารสแกนคุณภาพต่ำและเอกสารที่มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อประเมินความแม่นยำในการจดจำข้อความและคุณภาพของการดึงข้อมูล 

ก่อนตัดสินใจเลือกใช้งาน ควรตรวจสอบว่าโซลูชันนั้นสามารถดำเนินการต่อไปนี้ได้หรือไม่ 

  • จดจำข้อความในเอกสารภาษาไทยได้อย่างแม่นยำ 
  • ดึงข้อมูลในฟิลด์ที่ต้องการและรองรับการตรวจสอบผลลัพธ์ 
  • เชื่อมต่อกับระบบธุรกิจที่ใช้งานอยู่ได้ 
  • รองรับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและปริมาณเอกสารขององค์กร 
  • เหมาะสมกับงบประมาณในการติดตั้งและการบำรุงรักษา 

การทดลองใช้งานในโครงการนำร่อง (Pilot Project) ช่วยให้องค์กรประเมินได้ว่าโซลูชันนั้นตอบโจทย์ความต้องการจริงหรือไม่ ก่อนขยายการใช้งานไปทั่วทั้งองค์กร 

สรุป 

การจัดการเอกสารภาษาไทยยังคงเป็นความท้าทายสำหรับองค์กรที่ต้องพึ่งพาไฟล์สแกน แบบฟอร์มกระดาษ และการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง เทคโนโลยี OCR ช่วยแปลงเอกสารเหล่านี้ให้เป็นข้อความที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านและประมวลผลได้ ขณะที่ Document Intelligence และระบบอัตโนมัติสำหรับเวิร์กโฟลว์สามารถต่อยอดกระบวนการด้วยการดึงข้อมูล จัดระเบียบ และส่งต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบธุรกิจ 

โปรแกรม OCR ภาษาไทย ที่มีประสิทธิภาพควรทำได้มากกว่าการจดจำตัวอักษร โดยต้องรองรับรูปแบบเอกสารขององค์กร มีความสามารถในการตรวจสอบข้อมูล เชื่อมต่อกับกระบวนการทำงานที่มีอยู่ และช่วยลดงานธุรการที่ต้องทำซ้ำ ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม 

DOVA OCR ผสานการจดจำเอกสารเข้ากับความสามารถในการดึงข้อมูล การจำแนกประเภท การตรวจสอบ และการเชื่อมต่อระบบ สำหรับองค์กรที่ต้องการปรับปรุงกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสารจำนวนมาก DOVA OCR เป็นอีกหนึ่งโซลูชันที่ควรนำมาทดลองและประเมินผล โดยใช้เอกสารจริงและข้อกำหนดของเวิร์กโฟลว์ภายในองค์กรเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ 

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol Blog, IP Phone Blog, Chat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI

Digital Signature

E Signature

E Learning

Online Learning

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Fusionsol Blog in Vietnamese

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

Microsoft Copilot คือฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใช้ AI เพื่อช่วยในการทำงานภายในแอปของ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams โดยทำหน้าที่ช่วยสรุป เขียน วิเคราะห์ และจัดการข้อมูล

ปัจจุบัน Copilot รองรับ Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, OneNote, และอื่น ๆ ในตระกูล Microsoft 365

จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Copilot ทำงานร่วมกับโมเดล AI บนคลาวด์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอัปเดตข้อมูลล่าสุด

ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปรายงานในย่อหน้าเดียว” หรือ “เขียนอีเมลตอบลูกค้าอย่างเป็นทางการ” และ Copilot จะสร้างข้อความให้ตามคำสั่ง

ใช่ Copilot ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักความปลอดภัยและการปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลของผู้ใช้จะไม่ถูกใช้ในการฝึกโมเดล AI และมีระบบการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts