Table of Contents

Sentinel คืออะไร? เจาะลึก SIEM & SOAR ที่องค์กรนิยมใช้

Sentinel คืออะไร

Sentinel คืออะไร – Microsoft Sentinel คือแพลตฟอร์ม SIEM (Security Information and Event Management) และ SOAR (Security Orchestration, Automation and Response) ที่ทำงานบน Microsoft Azure ช่วยให้องค์กรสามารถตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ด้วยความสามารถของ AI และ Machine Learning ระบบนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ธุรกิจที่ต้องการยกระดับความปลอดภัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น GDPR, ISO/IEC 27001 และ SOC 2 

ด้วยความสามารถในการรวบรวมข้อมูลจากระบบ IT, Cloud, IoT, และ SaaS ทั่วทั้งองค์กร Sentinel ช่วยลดเวลาตรวจสอบเหตุการณ์ความปลอดภัยลงได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับการใช้ SIEM แบบดั้งเดิม 

 

ฟีเจอร์เด่นของ Microsoft Sentinel 

  1. Cloud-Native Platform

เป็นระบบที่พัฒนาบน Microsoft Azure ทำให้สามารถสเกลการใช้งานตามขนาดองค์กรได้ง่าย รองรับข้อมูลปริมาณมากโดยไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 

  1. Threat Detection แบบ AI-Powered

Sentinel ใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพฤติกรรมและช่วยระบุภัยคุกคามที่ซับซ้อน เช่น การโจมตีแบบ Zero-Day หรือ Advanced Persistent Threats (APT) ที่อาจมองข้ามไปในระบบทั่วไป 

  1. การตอบสนองอัตโนมัติ (Automated Incident Response)

สามารถตั้งค่า Playbook เพื่อให้ระบบตอบสนองต่อเหตุการณ์ทันที เช่น การล็อกบัญชีผู้ใช้ที่เสี่ยง การแจ้งเตือนผู้ดูแล หรือการ Block IP Address 

  1. Threat Intelligence Integration

รองรับการเชื่อมต่อกับ Threat Intelligence ของ Microsoft และจาก Third-Party ช่วยให้ Sentinel อัปเดตข้อมูลภัยคุกคามล่าสุดแบบ real-time 

  1. Visual Investigation Tools

Sentinel มีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์เหตุการณ์และแสดงกราฟความเชื่อมโยงของภัยคุกคาม (Investigation Graph) ช่วยให้ผู้ดูแลระบบเข้าใจบริบทของการโจมตีได้ง่ายขึ้น 

Sentinel cloud-native SIEM

ประโยชน์ของ Sentinel ที่เหนือกว่า SIEM ทั่วไป 

  • ลดเวลาการตรวจจับและแก้ไขภัยคุกคามได้สูงสุด 50% 
  • ลด False Positive ด้วยการใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรม 
  • ผสานการทำงานกับ Azure Security Center, Defender และ Microsoft 365 
  • ประหยัดต้นทุนการดูแลระบบ เพราะไม่ต้องลงทุนใน Hardware เพิ่ม 
  • สามารถเชื่อมต่อกับระบบของ Third-Party เช่น AWS, Google Cloud, Palo Alto, Cisco เป็นต้น 

 

ข้อจำกัดของ Sentinel 

  • ค่าบริการขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูลที่นำเข้า (Log Ingestion) 
  • ต้องการทักษะด้าน Security Operations Center (SOC) ในการปรับแต่ง 
  • ต้องมีการดูแลเรื่อง Data Retention ให้เหมาะสมกับงบประมาณ 

 

ตารางเปรียบเทียบ Sentinel กับ SIEM อื่น ๆ 

คุณสมบัติ 

Microsoft Sentinel 

Splunk Enterprise Security 

IBM QRadar 

Google Chronicle SIEM 

ระบบ 

Cloud-Native (Azure) 

On-Premise & Cloud 

On-Premise & Hybrid 

Cloud-Native (Google Cloud) 

การใช้ AI/ML 

ใช้ AI วิเคราะห์แบบเรียลไทม์ 

ใช้ Machine Learning ในบางฟีเจอร์ 

มี AI สำหรับ Use Cases เฉพาะ 

ใช้ AI และ BigQuery Analysis 

ความสามารถในการตอบสนองอัตโนมัติ 

มี Playbook และ Logic App 

มี Adaptive Response Framework 

มี SOAR ในตัว 

มี Incident Response Playbook 

ความง่ายในการเชื่อมต่อระบบ 

เชื่อมกับ Microsoft และ Third-Party ได้ดี 

รองรับการเชื่อมต่อหลากหลาย 

รองรับระบบ Legacy และ Cloud 

เชื่อมกับ Google Workspace & API ได้ง่าย 

การกำหนดราคา 

Pay-as-you-go (ตาม GB/เดือน) 

คิดตามจำนวนข้อมูลและ License 

คิดตาม License Model 

Pay-as-you-go (ตามการใช้ Google Cloud) 

ความเหมาะสม 

เหมาะกับองค์กรที่ใช้ Azure, Microsoft 365 

เหมาะกับองค์กรที่ต้องการ Customize สูง 

เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มี Data Center 

เหมาะกับธุรกิจที่อยู่ใน Google Ecosystem 

 

Sentinel เหมาะกับใคร? 

  • องค์กรที่ใช้ Microsoft 365 หรือ Azure อยู่แล้ว: จะสามารถผสานการทำงานกับระบบเดิมได้อย่างราบรื่น 
  • ธุรกิจที่ต้องการลดเวลาตรวจสอบและจัดการภัยคุกคาม: เหมาะสำหรับทีม Security ที่ต้องการโซลูชันแบบ All-in-One 
  • องค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย: Sentinel ไม่มีค่าใช้จ่ายด้าน Hardware เพิ่มเติมและสามารถสเกลระบบได้ตามการใช้งานจริง 
  • ธุรกิจที่ต้องการตอบสนองต่อภัยคุกคามแบบอัตโนมัติ: Sentinel สามารถสร้าง Playbook แบบกำหนดเองเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ได้อัตโนมัติ 

 

ตัวอย่างการใช้งาน Sentinel แบบ Case Study 

  1. บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก

บริษัท Tech ขนาดใหญ่ที่มีพนักงานกว่า 10,000 คน ใช้ Sentinel เพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติในระบบ Cloud และ On-Premises พร้อมเชื่อมต่อกับ Microsoft Defender for Endpoint เพื่อป้องกัน Zero-Day Attack 

  1. องค์กรด้านการเงิน (Banking Sector)

ธนาคารใช้ Sentinel ควบคู่กับ Azure Logic Apps เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ Phishing หรือ Ransomware ได้ทันทีภายในไม่กี่นาที ลดความเสียหายจากภัยคุกคาม 

  1. โรงพยาบาลขนาดใหญ่

โรงพยาบาลใช้ Sentinel ในการตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติบนระบบ EHR (Electronic Health Record) และช่วยให้ทีม IT สามารถวิเคราะห์เหตุการณ์และสร้างรายงานสำหรับการตรวจสอบภายใน (Audit) ได้ง่าย 

 

สรุป 

ตอนนี้คุณคงมีคำตอบแล้วว่า Sentinel คืออะไร และเหตุใดถึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในยุคดิจิทัล ไม่ว่าคุณจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ Sentinel สามารถช่วยเสริมเกราะป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้แบบอัตโนมัติ ช่วยลดภาระทีมงานและเพิ่มความมั่นใจในการบริหารจัดการความปลอดภัยของข้อมูล 

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีใช้ Microsoft Defender เพื่อเพิ่มความปลอดภัย สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บทความนี้  

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

Related Articles

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts