Table of Contents

New AI Technologies in 2025: แนวโน้ม การคาดการณ์ และข้อมูลเชิงลึก

new chat ai

ในปี 2025 New AI Technologies กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ แชทบอท AI อัจฉริยะ ที่ช่วยปรับปรุงการบริการลูกค้า ไปจนถึง เครื่องมือแก้ไขโค้ดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ช่วยนักพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพในการเขียนโปรแกรม เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด โดยเน้นที่ การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) การปรับแต่ง AI ตามพฤติกรรมของผู้ใช้ และความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณสำรวจ 6 แพลตฟอร์ม Chat AI ที่ได้รับความนิยมสูงสุด และ 5 เครื่องมือ AI สำหรับการพัฒนาโค้ดที่กำลังมาแรง พร้อมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มและการพัฒนาของเทคโนโลยี AI ในปีนี้

 

ยุคปฏิวัติของ Chat AI 

Chat AI ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด จากจุดเริ่มต้นที่มีเพียงการตอบกลับแบบตั้งโปรแกรมล่วงหน้า วันนี้ Chat AI ได้รับการพัฒนาจากโมเดลที่มีความซับซ้อนอย่าง GPT-4 และเทคโนโลยีชั้นนำอื่น ๆ ที่มาพร้อมคุณสมบัติ เช่น: 

  • ความเข้าใจภาษาธรรมชาติ: ช่วยให้การสนทนาเหมือนการพูดคุยกับมนุษย์ 
  • การรองรับอินพุตและเอาต์พุตหลายรูปแบบ: ทั้งข้อความ รูปภาพ และวิดีโอ 
  • การจดจำบริบท: เก็บประวัติการสนทนาเพื่อมอบประสบการณ์เฉพาะตัว 
  • การใช้งานเฉพาะอุตสาหกรรม: รองรับความต้องการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การศึกษา การแพทย์ และการค้าปลีก 

 

แพลตฟอร์ม Chat AI ชั้นนำในปี 2025 

  1. OpenAI ChatGPT

ความโดดเด่น 

  • AI ที่มีความสามารถรอบด้านที่สุดในตลาด 
  • สร้างเนื้อหา แก้ปัญหา และให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • รองรับ API สำหรับธุรกิจและนักพัฒนา 

คุณสมบัติเด่น 

  • การสนทนาแบบต่อเนื่อง: เข้าใจและจดจำบริบทของบทสนทนา ทำให้การโต้ตอบเป็นธรรมชาติมากขึ้น 
  • การสร้างโค้ด: รองรับภาษาต่างๆ เช่น Python, JavaScript และ C++ พร้อมให้คำแนะนำด้านโปรแกรมมิ่ง 
  • การผสาน API: ใช้ในการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Slack, Notion และ Microsoft Teams 

เหมาะสำหรับ 

  • ธุรกิจที่ต้องการ AI แบบอเนกประสงค์ สำหรับ การบริการลูกค้าและการวิเคราะห์ข้อมูล 
  • นักพัฒนาที่ต้องการ AI ช่วยเขียนและตรวจสอบโค้ด 
  • นักเขียนและนักการตลาดที่ต้องการ สร้างเนื้อหาคุณภาพสูง 

 

  1. Gemini โดย Google

ความโดดเด่น 

  • การเรียนรู้แบบเรียลไทม์ที่สามารถ ประมวลผลข้อมูลได้แม่นยำและรวดเร็ว 
  • ผสานรวมกับ Google Workspace เช่น Docs, Sheets และ Gmail ได้อย่างลงตัว 
  • สามารถ ดึงข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงล่าสุด เพื่อให้คำตอบที่น่าเชื่อถือ 

คุณสมบัติเด่น 

  • การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง: รองรับการคำนวณและแปลงข้อมูลแบบเรียลไทม์ 
  • การสร้างเนื้อหาขั้นสูง: เหมาะสำหรับงานเขียนเชิงเทคนิค บทวิเคราะห์ และบทความวิชาการ 
  • การผสานกับ Google Search: ดึงข้อมูลที่อัปเดตจากอินเทอร์เน็ตเพื่อนำเสนอข้อมูลที่แม่นยำ 

เหมาะสำหรับ 

  • นักวิจัยที่ต้องการ AI ช่วยประมวลผลข้อมูลและสืบค้นแหล่งข้อมูลอ้างอิง 
  • นักวิเคราะห์ที่ต้องการ AI ช่วยจัดการข้อมูลใน Google Sheets และสร้างรายงาน 
  • นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องการ ข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากแหล่งข้อมูลล่าสุด 

 

  1. Meta AI

ความโดดเด่น 

  • รองรับ หลายภาษา ทำให้ใช้งานได้ในระดับสากล 
  • เชื่อมต่อกับ แพลตฟอร์มของ Meta เช่น Facebook และ Instagram
  • ใช้ AI Personalization เพื่อปรับแต่งประสบการณ์การโต้ตอบ 

คุณสมบัติเด่น 

  • แนะนำเนื้อหาแบบเฉพาะบุคคล: ใช้ข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้เพื่อสร้างโฆษณาและเนื้อหาที่เหมาะสม 
  • การสนับสนุนลูกค้าผ่าน AI Chatbot: ตอบคำถามอัตโนมัติใน Messenger และ Instagram 
  • การสร้างคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับ Social Media: แนะนำแฮชแท็ก คำบรรยาย และเวลาที่เหมาะสมในการโพสต์ 

เหมาะสำหรับ 

  • นักการตลาดและแบรนด์ออนไลน์ ที่ต้องการใช้ AI เพื่อปรับแต่งเนื้อหาและโฆษณา 
  • ธุรกิจที่ใช้ Facebook และ Instagram เป็นช่องทางหลักในการให้บริการลูกค้า 
  • องค์กรระดับโลก ที่ต้องการ AI แปลภาษาและช่วยจัดการการสื่อสารหลายภาษา 

 

  1. Microsoft Copilot

ความโดดเด่น 

  • เป็นผู้ช่วยด้าน Coding & Productivity โดยเฉพาะ 
  • รองรับ การทำงานร่วมกันใน Microsoft 365 เช่น Word, Excel และ Teams 
  • ช่วยนักพัฒนา เขียนโค้ดอัตโนมัติและแก้ไขข้อผิดพลาด 

คุณสมบัติเด่น 

  • การเติมคำโค้ดอัตโนมัติ: ใช้ AI วิเคราะห์โค้ดและเสนอคำแนะนำสำหรับการเขียนโปรแกรม 
  • การช่วยวิเคราะห์ข้อมูลใน Excel: แนะนำสูตรและสร้างแผนภูมิที่เหมาะสม 
  • การช่วยเขียนเอกสาร: ช่วยสรุปเนื้อหาและปรับแต่งเอกสารอย่างมืออาชีพ 

เหมาะสำหรับ 

  • นักพัฒนาและโปรแกรมเมอร์ ที่ต้องการ ผู้ช่วย AI ในการเขียนและตรวจสอบโค้ด 
  • องค์กรที่ใช้ Microsoft 365 และต้องการ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 
  • นักวิเคราะห์ข้อมูลที่ทำงานกับ Excel และ Power BI 

 

  1. Deepseek

ความโดดเด่น 

  • เน้นการค้นหาข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์ 
  • รองรับ การใช้เหตุผลเชิงตรรกะและการให้คำตอบที่มีความแม่นยำสูง 
  • เหมาะสำหรับ การวิจัย วิทยาศาสตร์ และกฎหมาย 

คุณสมบัติเด่น 

  • การค้นหาข้อมูลแบบเชิงลึก: วิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อให้คำตอบที่ถูกต้อง 
  • การประมวลผลทางกฎหมายและวิทยาศาสตร์: รองรับการทำงานในอุตสาหกรรมที่ต้องการข้อมูลที่แม่นยำ 
  • การรองรับหลายภาษา: แปลภาษาได้แม่นยำโดยใช้ AI 

เหมาะสำหรับ 

  • นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ ที่ต้องการ AI ช่วยค้นคว้าข้อมูล 
  • นักกฎหมายที่ต้องการ AI วิเคราะห์กรณีศึกษาและข้อกฎหมาย 
  • บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการ AI วิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ 

 

  1. Grok AI โดย xAI

ความโดดเด่น 

  • ถูกออกแบบให้ ตอบคำถามได้อย่างตรงไปตรงมาและอ้างอิงข้อเท็จจริงที่แม่นยำ 
  • รองรับ การทำงานร่วมกับ X (Twitter) 
  • สามารถ ประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ 

คุณสมบัติเด่น 

  • การวิเคราะห์ข้อมูลที่ทันสมัย: ใช้แหล่งข้อมูลปัจจุบันเพื่อให้คำตอบที่อัปเดต 
  • การเรียนรู้จากโพสต์บน X (Twitter): วิเคราะห์แนวโน้มและความคิดเห็นจากโซเชียลมีเดีย 
  • ความสามารถด้านความปลอดภัยข้อมูล: มีระบบ AI ที่เน้นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ลดปัญหา misinformation 

เหมาะสำหรับ 

  • ผู้ใช้ X (Twitter) ที่ต้องการ AI วิเคราะห์กระแสข่าวและแนวโน้มสังคม 
  • นักข่าวและนักวิเคราะห์ข้อมูล ที่ต้องการ ข้อมูลเชิงลึกจากแพลตฟอร์มโซเชียล 
  • ผู้ที่ต้องการ AI ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส 

ตารางเปรียบเทียบ Chat AI ชั้นนำในปี 2025

คุณสมบัติOpenAI ChatGPTGemini by GoogleMeta AIMicrosoft CopilotDeepseekGrok AI (xAI)
จุดเด่นหลักAI อเนกประสงค์สำหรับการสร้างเนื้อหา การแก้ปัญหา และบริการลูกค้าการเรียนรู้แบบเรียลไทม์ พร้อมความแม่นยำสูงในด้านเทคนิครองรับหลายภาษาและเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม MetaAI สำหรับการพัฒนาโค้ดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานAI เชิงวิเคราะห์สำหรับงานวิจัยและข้อมูลเชิงลึกAI ที่มุ่งเน้นข้อมูลเรียลไทม์และความโปร่งใส
การใช้งานที่เหมาะสมธุรกิจ นักพัฒนา นักเขียน และฝ่ายบริการลูกค้านักวิจัย นักวิเคราะห์ข้อมูล นักศึกษาการตลาดดิจิทัล การบริหารลูกค้าทั่วโลกนักพัฒนา และองค์กรที่ใช้ Microsoft 365งานวิจัย การวิเคราะห์กฎหมาย การแพทย์นักข่าว นักวิเคราะห์โซเชียลมีเดีย การตรวจสอบข้อมูลจริง
ความสามารถในการสนทนาเป็นธรรมชาติ ปรับบทสนทนาให้สอดคล้องกับผู้ใช้ดีในข้อมูลเชิงเทคนิค แต่ไม่เป็นกันเองเท่า ChatGPTโต้ตอบได้ดี เน้นประสบการณ์บนแพลตฟอร์ม Metaดีสำหรับคำถามเชิงเทคนิคเป็นทางการ เน้นข้อเท็จจริงตอบตรงไปตรงมา ใช้ภาษาที่ชัดเจน
ความแม่นยำและการตรวจสอบข้อเท็จจริงสูง แต่บางครั้งอาจสร้างเนื้อหาที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงดีมาก อ้างอิงจากข้อมูล Googleปานกลาง อิงจากข้อมูลในแพลตฟอร์ม Metaสูง เน้นการทำงานร่วมกับเอกสารและโค้ดดีเยี่ยม เน้นการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงสูง มีการอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์
การสร้างเนื้อหาและความคิดสร้างสรรค์ดีเยี่ยม สำหรับการเขียนบทความ โฆษณา และคอนเทนต์ต่างๆปานกลาง เหมาะกับการเขียนเชิงเทคนิคสูง เหมาะกับการตลาดและโซเชียลมีเดียปานกลาง ออกแบบมาเพื่อการทำงานเชิงเอกสารต่ำ เน้นข้อมูลเชิงโครงสร้างมากกว่าความคิดสร้างสรรค์ปานกลาง เน้นการให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา
การพัฒนาโค้ดและซอฟต์แวร์รองรับการเขียนโค้ดและตรวจสอบข้อผิดพลาดได้ดีปานกลาง ช่วยในด้านพื้นฐานของการเขียนโค้ดจำกัด ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยเขียนโค้ดดีเยี่ยม มีระบบแนะนำโค้ดอัตโนมัติจำกัด มีความสามารถเชิงข้อมูลมากกว่าต่ำ ไม่เน้นด้านการพัฒนา
การวิเคราะห์ข้อมูลและการวิจัยดีสำหรับข้อมูลทั่วไปดีเยี่ยม เหมาะกับการวิจัยทางวิชาการและเทคนิคปานกลาง เหมาะสำหรับการวิเคราะห์การตลาดดี สำหรับ Excel และ Power BIดีที่สุด สำหรับงานวิจัยเฉพาะทางดีมาก สำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มเรียลไทม์
การผสานรวมทางธุรกิจรองรับ API สำหรับหลายแอปพลิเคชันผสานรวมกับ Google Workspace ได้ดีใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์ม Metaรองรับ Microsoft 365 และ Teamsโซลูชัน AI สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ใช้ร่วมกับ X (Twitter) และข้อมูลข่าวสาร
รองรับหลายภาษาดีมาก รองรับหลายภาษาดีเยี่ยม รองรับการแปลและ NLP ขั้นสูงดีที่สุด เหมาะสำหรับธุรกิจระดับโลกจำกัด ใช้ได้กับเอกสารทางธุรกิจดีมาก โดยเฉพาะในงานด้านกฎหมายและวิทยาศาสตร์ปานกลาง รองรับภาษาหลักได้ดี
ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสูง ปฏิบัติตามมาตรฐาน OpenAIดีเยี่ยม ด้วยโครงสร้างความปลอดภัยของ Googleปานกลาง ขึ้นอยู่กับนโยบายของ Metaระดับองค์กร ตามมาตรฐาน Microsoftสูง เน้นความปลอดภัยของข้อมูลดีเยี่ยม สำหรับการวิเคราะห์ข่าวสารและข้อมูลที่ถูกต้อง
ราคามีแผนใช้ฟรีและรุ่น Pro/Enterpriseน่าจะเป็นโมเดล Freemium ผสานรวมกับบริการของ Googleฟรีสำหรับผู้ใช้ Meta อาจมีฟีเจอร์พรีเมียมมีค่าใช้จ่าย เน้นใช้งานทางธุรกิจรูปแบบสมัครสมาชิก เหมาะสำหรับองค์กรรวมกับ X (Twitter) ยังไม่มีรายละเอียดการตั้งราคา

 

สรุปการเปรียบเทียบ AI แชทในปี 2025

1. เหมาะที่สุดสำหรับการใช้งานทั่วไปและการสร้างสรรค์เนื้อหา → OpenAI ChatGPT

  • จุดแข็ง: ความสามารถรอบด้าน เน้นบทสนทนาและการเขียนเนื้อหา
  • ข้อจำกัด: อาจให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในบางกรณี
  • เหมาะสำหรับ: นักเขียน นักพัฒนา ธุรกิจที่ต้องการ AI อเนกประสงค์

2. เหมาะที่สุดสำหรับการวิจัยทางเทคนิคและข้อมูลเชิงลึก → Gemini by Google

  • จุดแข็ง: มีความแม่นยำสูง ข้อมูลอัปเดตตามแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
  • ข้อจำกัด: ไม่เหมาะกับการสนทนาเชิงสร้างสรรค์
  • เหมาะสำหรับ: นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล

3. เหมาะที่สุดสำหรับโซเชียลมีเดียและการตลาดดิจิทัล → Meta AI

  • จุดแข็ง: รองรับหลายภาษา เชื่อมต่อกับ Facebook, Instagram และ WhatsApp
  • ข้อจำกัด: ใช้ได้ดีในระบบของ Meta เท่านั้น
  • เหมาะสำหรับ: นักการตลาด แบรนด์ที่ต้องการใช้ AI เพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้า

4. เหมาะที่สุดสำหรับนักพัฒนาและองค์กร → Microsoft Copilot

  • จุดแข็ง: ช่วยในกระบวนการพัฒนาโค้ดและทำงานร่วมกันในเอกสาร
  • ข้อจำกัด: ไม่เหมาะสำหรับการสนทนาแบบทั่วไป
  • เหมาะสำหรับ: นักพัฒนา นักวิเคราะห์ข้อมูล องค์กรที่ใช้ Microsoft 365

5. เหมาะที่สุดสำหรับงานวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล → Deepseek

  • จุดแข็ง: มีความแม่นยำสูง เหมาะกับการวิจัย การเงิน กฎหมาย และวิทยาศาสตร์
  • ข้อจำกัด: ไม่เหมาะสำหรับงานสร้างสรรค์
  • เหมาะสำหรับ: นักวิจัย นักวิเคราะห์ทางการแพทย์ นักกฎหมาย

6. เหมาะที่สุดสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มและข่าวสารเรียลไทม์ → Grok AI (xAI)

  • จุดแข็ง: วิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียและแนวโน้มข่าวสารได้ดี
  • ข้อจำกัด: ไม่เหมาะกับงานเชิงสร้างสรรค์
  • เหมาะสำหรับ: นักข่าว นักวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ที่ต้องการ AI ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง
 

ควรเลือก Chat AI ตัวไหน?

การใช้งานAI ที่เหมาะสมที่สุด
การสร้างเนื้อหาและการเขียนOpenAI ChatGPT
การวิจัยทางเทคนิคและการวิเคราะห์ข้อมูลGemini by Google
โซเชียลมีเดียและการตลาดดิจิทัลMeta AI
การเขียนโค้ด การพัฒนาซอฟต์แวร์ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทางธุรกิจMicrosoft Copilot
การตรวจสอบข้อเท็จจริง การวิเคราะห์ทางกฎหมายและการเงินDeepseek
การวิเคราะห์ข่าวสารแบบเรียลไทม์ แนวโน้มทางสังคม และการตรวจจับข้อมูลเท็จGrok AI (xAI)

แต่ละแพลตฟอร์ม AI มีจุดแข็งที่แตกต่างกันและเหมาะสำหรับผู้ใช้ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน การเลือก AI ที่เหมาะสมกับคุณขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับ ความคิดสร้างสรรค์ งานวิจัย การพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือข่าวกรองทางธุรกิจ มากที่สุด

AI Code Editors: อนาคตของการเขียนโปรแกรมอย่างชาญฉลาด 

New AI code editor

การพัฒนาโปรแกรมด้วย AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ เขียน ตรวจสอบ และปรับปรุงโค้ด เครื่องมือแก้ไขโค้ดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังช่วยให้ โค้ดมีคุณภาพดีขึ้น ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานร่วมกัน 

ในปี 2025 มีเครื่องมือแก้ไขโค้ดที่ขับเคลื่อนด้วย AI หลายตัวที่ได้รับความนิยม โดยแต่ละตัวมีคุณสมบัติที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ การเขียนโปรแกรมในลักษณะต่างๆ ในบทความนี้ เราจะสำรวจ 5 เครื่องมือแก้ไขโค้ดอัจฉริยะ ได้แก่ Cursor, Windsurf, Visual Studio IntelliCode, Codeium และ Sourcery โดยวิเคราะห์ความสามารถ ข้อดี และกรณีการใช้งานที่เหมาะสมที่สุด 

 

  1. Cursor

ภาพรวม 

Cursor เป็น เครื่องมือแก้ไขโค้ดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งออกแบบมาให้ ทำงานร่วมกับ VS Code ได้อย่างลงตัว โดยมีคุณสมบัติที่ช่วยใน การแนะนำโค้ดแบบเรียลไทม์ การตรวจสอบข้อผิดพลาด และการปรับปรุงโครงสร้างโค้ดอัตโนมัติ อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายช่วยให้นักพัฒนาเขียนโค้ดได้สะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

คุณสมบัติหลัก 

  • แนะนำโค้ดอัจฉริยะ – ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ ชื่อฟังก์ชัน การใช้ตัวแปร และอัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพ 
  • ช่วยเหลือด้านการดีบัก – ตรวจจับข้อผิดพลาดและแนะนำแนวทางแก้ไขทีละขั้นตอน 
  • ปรับโครงสร้างโค้ดอัตโนมัติ – ช่วยทำให้โค้ดมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่กระทบต่อการทำงาน 
  • ทำงานร่วมกับ VS Code ได้อย่างไร้รอยต่อ – ขยายความสามารถของ VS Code ด้วย AI 

เหมาะสำหรับ 

  • นักพัฒนาที่ต้องการ ผู้ช่วย AI สำหรับ VS Code 
  • โปรแกรมเมอร์ที่ต้องการ เครื่องมือช่วยดีบักและปรับโครงสร้างโค้ดแบบเรียลไทม์ 

 

  1. Windsurf

ภาพรวม 

Windsurf เป็น ผู้ช่วยเขียนโค้ดอัจฉริยะรุ่นใหม่ ที่ใช้ Machine Learning เพื่อคาดการณ์ รูปแบบการเขียนโค้ดและทำให้งานที่ซ้ำซ้อนเป็นอัตโนมัติ ช่วยให้โค้ดมี ความสม่ำเสมอ ปลอดภัย และมีเอกสารประกอบที่ชัดเจน ทำให้เหมาะสำหรับ การพัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ 

คุณสมบัติหลัก 

  • Predictive Coding – ใช้ AI แนะนำ บล็อกโค้ดทั้งชุด ตามรูปแบบที่พบในโค้ดก่อนหน้า 
  • สร้างเอกสารอัตโนมัติ – สร้างคำอธิบายฟังก์ชันและคลาสให้อัตโนมัติ 
  • วิเคราะห์ความปลอดภัย – ตรวจจับช่องโหว่ในโค้ดและแนะนำแนวทางแก้ไข 
  • รองรับการทำงานร่วมกันบนคลาวด์ – แก้ไขโค้ดแบบเรียลไทม์ร่วมกับทีม 

เหมาะสำหรับ 

  • ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ในองค์กร ที่ต้องการปรับปรุง ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของโค้ด 
  • นักพัฒนาที่ทำงานร่วมกันในโครงการขนาดใหญ่ 

 

  1. Visual Studio IntelliCode

ภาพรวม 

IntelliCode จาก Microsoft เป็น ส่วนขยาย AI สำหรับ Visual Studio ที่ช่วยปรับปรุงกระบวนการพัฒนาโดยให้ คำแนะนำอัจฉริยะ การเติมโค้ดอัตโนมัติ และการวิเคราะห์โค้ด นอกจากนี้ยังสามารถเรียนรู้ จากโค้ดของคุณ และปรับตัวให้เข้ากับสไตล์การเขียนของคุณ 

คุณสมบัติหลัก 

  • AI-Assisted IntelliSense – แนะนำการเติมโค้ดที่ เกี่ยวข้องมากที่สุด 
  • การตรวจสอบโค้ดอัตโนมัติ – ไฮไลต์ รูปแบบโค้ดที่ไม่สอดคล้องกัน 
  • เรียนรู้จากโค้ดของคุณ – IntelliCode พัฒนาไปตามรูปแบบที่คุณใช้บ่อย 
  • ทำงานร่วมกับระบบของ Microsoft ได้ดี – เชื่อมต่อกับ Azure DevOps และ GitHub ได้อย่างราบรื่น 

เหมาะสำหรับ 

  • นักพัฒนาที่ใช้ Visual Studio และต้องการ ผู้ช่วย AI ในการเขียนโค้ด 
  • ทีมที่ทำงานบนโค้ดขนาดใหญ่ในระบบของ Microsoft 

 

  1. Codeium

ภาพรวม 

Codeium เป็น AI coding assistant ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ออกแบบมาเพื่อ เสริมความสามารถในการเติมโค้ด ปรับปรุงโค้ด และรองรับหลายภาษา รองรับมากกว่า 40 ภาษา ทำให้เป็นเครื่องมือที่ยืดหยุ่นสำหรับนักพัฒนา 

คุณสมบัติหลัก 

  • การเติมโค้ดที่รวดเร็วและแม่นยำ – คำแนะนำโค้ดที่ สอดคล้องกับบริบท 
  • รองรับหลายภาษา – ทำงานได้กับ Python, JavaScript, C++, Rust และอื่นๆ 
  • ดีบักด้วย AI – ตรวจจับและ แก้ไขข้อผิดพลาดโค้ดอัตโนมัติ 
  • รักษาความปลอดภัยของโค้ด – AI ทำงาน โดยไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ 

เหมาะสำหรับ 

  • นักพัฒนาอิสระและสตาร์ทอัพ ที่ต้องการ AI ผู้ช่วยที่ทรงพลังและคุ้มค่า 
  • นักพัฒนาที่ต้องการเครื่องมือ AI สำหรับภาษาต่างๆ 

 

  1. Sourcery

ภาพรวม 

Sourcery เป็น เครื่องมือ AI สำหรับการปรับปรุงโค้ด โดยเน้น ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพ แตกต่างจาก AI อื่นตรงที่เน้น การทำให้โค้ดสะอาดขึ้น และ ทำงานเร็วขึ้น 

คุณสมบัติหลัก 

  • ปรับปรุงโค้ดอัตโนมัติ – ทำให้โค้ด อ่านง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพดีขึ้น 
  • ตรวจจับโค้ดที่ซ้ำซ้อน – ไฮไลต์บรรทัดที่อาจไม่จำเป็น 
  • วิเคราะห์ประสิทธิภาพ – แนะนำ แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด 
  • ผสานกับ GitHub – ให้คำแนะนำระหว่าง pull request 

เหมาะสำหรับ 

  • นักพัฒนาที่ใช้ Python และต้องการ AI ช่วยจัดโครงสร้างโค้ด 
  • ทีมที่ดูแลโค้ด Python ขนาดใหญ่ 

 

การเปรียบเทียบ AI Code Editors 

คุณสมบัติ 

Cursor 

Windsurf 

Visual Studio IntelliCode 

Codeium 

Sourcery 

การใช้งานที่เหมาะสมที่สุด 

ผู้ช่วย AI สำหรับ VS Code 

การทำงานร่วมกันของทีมขนาดใหญ่ 

โครงการที่ใช้ระบบของ Microsoft 

ผู้ช่วย AI ที่รองรับหลายภาษา 

AI สำหรับการปรับโครงสร้างโค้ด Python 

การแนะนำโค้ดอัจฉริยะ 

มี 

มี 

มี 

มี 

จำกัด (เน้นปรับโครงสร้างโค้ด) 

การปรับปรุงโครงสร้างโค้ด 

มี 

มี 

พื้นฐาน 

มี 

ขั้นสูง 

การตรวจจับข้อผิดพลาดและการดีบัก 

มี 

มี 

มี 

มี 

จำกัด 

รองรับหลาย IDE 

เฉพาะ VS Code 

ใช้งานบนคลาวด์ 

Visual Studio 

รองรับ 40+ ภาษา 

จำกัดเฉพาะ Python 

คุณสมบัติด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 

ปานกลาง 

สูง 

สูง 

สูง 

ปานกลาง 

ราคา 

ฟรี & แผน Pro 

สำหรับองค์กร 

ฟรีเมื่อใช้กับ Visual Studio 

มีทั้งฟรีและเวอร์ชันเสียเงิน 

มีทั้งฟรีและเวอร์ชันเสียเงิน 

 

ควรเลือก AI Code Editor ตัวไหน? 

การใช้งาน 

AI Code Editor ที่เหมาะสมที่สุด 

การเติมโค้ดด้วย AI สำหรับ VS Code 

Cursor 

การเขียนโค้ดแบบคาดการณ์ล่วงหน้า & การวิเคราะห์ความปลอดภัยในระดับองค์กร 

Windsurf 

ผู้ช่วย AI สำหรับผู้ใช้ Visual Studio 

Visual Studio IntelliCode 

ผู้ช่วย AI สำหรับหลายภาษา พร้อมความสามารถด้านการดีบักที่แข็งแกร่ง 

Codeium 

AI ที่ดีที่สุดสำหรับการปรับปรุงโค้ดและเพิ่มประสิทธิภาพ Python 

Sourcery 

เครื่องมือ AI สำหรับการเขียนโค้ดแต่ละตัวมี จุดเด่นเฉพาะตัว ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักพัฒนา ไม่ว่าคุณจะต้องการความช่วยเหลือด้านการเขียนโค้ดแบบเรียลไทม์ การดีบัก การวิเคราะห์ความปลอดภัย หรือการปรับปรุงโครงสร้างโค้ด มีเครื่องมือ AI ที่เหมาะสมสำหรับทุกความต้องการ 

สรุป

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ ฉลาดขึ้น เร็วขึ้น และปรับแต่งได้มากขึ้น ทั้งในด้าน Chat AI และ AI Code Editors การพัฒนาของ แชทบอทอัจฉริยะ ไม่เพียงช่วยให้การโต้ตอบกับผู้ใช้เป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่ยังสามารถเรียนรู้และปรับปรุงการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน เครื่องมือแก้ไขโค้ดที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังช่วยให้นักพัฒนาสามารถเขียนโค้ดได้เร็วขึ้น ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มความปลอดภัยของซอฟต์แวร์

แนวโน้มของ New AI Technologies ในปี 2025 แสดงให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับ ประสิทธิภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล ในแทบทุกอุตสาหกรรม การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ AI จะไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสามารถของซอฟต์แวร์ แต่ยังเปลี่ยนแปลงวิธีที่เราทำงานและสื่อสาร ในอนาคต AI อาจสามารถเข้าใจอารมณ์ของมนุษย์ได้ดีขึ้น คาดการณ์พฤติกรรมได้แม่นยำขึ้น และทำให้กระบวนการทำงานอัตโนมัติมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แล้วคุณล่ะ? พร้อมที่จะนำ AI มาใช้ในการทำงานและธุรกิจของคุณหรือยัง? แสดงความคิดเห็นของคุณเกี่ยวกับ AI ที่คุณชื่นชอบในปี 2025 ได้ที่ด้านล่าง!

ขอขอบคุณเว็บไซต์ Askme-m365 ที่แบ่งปันบทความบล็อกเกี่ยวกับการสอนที่ยอดเยี่ยม ต่อไปนี้คือคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ และคุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ของพวกเขา

ส่งข้อความถึงเราเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Microsoft 

Related Articles

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts