Table of Contents

ทำงานจากที่ไหนก็ปลอดภัยด้วย Intune + Conditional Access อัปเกรดเป็น Business Premium

Facebook
X
LinkedIn
อัปเกรดเป็น Business Premium

ในยุคของการทำงานแบบยืดหยุ่น พนักงานคาดหวังว่าจะสามารถเชื่อมต่อและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจากทุกที่ — ไม่ว่าจะทำงานจากที่บ้าน ที่ออฟฟิศ หรือระหว่างเดินทาง แต่ความยืดหยุ่นนี้ก็มาพร้อมกับความท้าทายด้านความปลอดภัย องค์กรจะมั่นใจได้อย่างไรว่าผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลของบริษัทอย่างปลอดภัยโดยไม่เสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูล? คำตอบคือ Microsoft Intune และ Conditional Access — สองเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรทำงานได้อย่างปลอดภัยและราบรื่นในโลกของการทำงานยุคใหม่ 

เพื่อให้ได้ทั้งการปกป้องแบบรอบด้านและการบริหารจัดการไอทีที่เรียบง่าย หลายองค์กรจึงเลือกที่จะ อัปเกรดเป็น Business Premium — แผนบริการที่รวมความสามารถด้านการทำงาน ผลิตภาพ และความปลอดภัยไว้ในโซลูชันเดียว 

ทำไมโลกการทำงานยุคใหม่จึงต้องมีรากฐานด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง 

รูปแบบการทำงานแบบ Remote และ Hybrid ทำให้ขอบเขตการโจมตีของธุรกิจขยายกว้างขึ้น ทุกอุปกรณ์ ทั้งโน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน และแอปบนคลาวด์ ต่างอาจกลายเป็นเป้าหมายของผู้ไม่หวังดีได้ โมเดลความปลอดภัยแบบเดิมที่พึ่งพาไฟร์วอลล์รอบเครือข่ายไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะทั้งผู้ใช้และข้อมูลกระจายอยู่ทุกที่ 

แนวทางความปลอดภัยสมัยใหม่จึงต้องอิงกับ “ตัวตนของผู้ใช้” หรือ Identity-Based Security โดย Microsoft ได้นำเสนอแนวคิด Zero Trust Framework ซึ่งเน้นการตรวจสอบสิทธิ์ทุกครั้ง (Verify Explicitly), การมอบสิทธิ์ให้น้อยที่สุด (Least Privilege Access), และการคาดการณ์ว่ามีการโจมตีเสมอ (Assume Breach) — ซึ่ง Intune และ Conditional Access คือเครื่องมือหลักในการนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้ได้จริง 

 

Intune: การจัดการอุปกรณ์ที่เรียบง่ายและทรงพลัง 

Microsoft Intune เป็นโซลูชันบนคลาวด์สำหรับจัดการอุปกรณ์ (Endpoint Management) ที่ช่วยให้ผู้ดูแลไอทีสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ แอปพลิเคชัน และการเข้าถึงของผู้ใช้ได้จากศูนย์กลางเดียว 

ประโยชน์หลักของ Intune ได้แก่: 

ฟีเจอร์ 

รายละเอียด 

รองรับหลายแพลตฟอร์ม 

จัดการอุปกรณ์ Windows, macOS, iOS และ Android ได้จากคอนโซลเดียว 

บังคับใช้นโยบายความปลอดภัย 

ตรวจสอบให้อุปกรณ์ทุกเครื่องเป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรโดยอัตโนมัติ 

ควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกล 

ลบหรือตั้งค่าใหม่เมื่ออุปกรณ์สูญหายหรือถูกขโมยเพื่อปกป้องข้อมูล 

นโยบายป้องกันแอป 

ป้องกันข้อมูลของบริษัทภายในแอป เช่น Outlook, Teams และ OneDrive 

ด้วย Intune ทีมไอทีสามารถควบคุมความปลอดภัยโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน เป็นการผสมผสานระหว่าง “ความปลอดภัย” และ “ความสะดวก” อย่างสมดุล 

Conditional Access: ระบบป้องกันตัวตนอัจฉริยะ 

Microsoft Entra Conditional Access เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงที่ใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น ความเสี่ยงของผู้ใช้ สุขภาพของอุปกรณ์ และบริบทของการเซสชัน ก่อนอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล 

ตัวอย่างการใช้งานจริง: 

  • การเข้าสู่ระบบที่มีความเสี่ยงสูง: บังคับให้ใช้การยืนยันตัวตนหลายชั้น (MFA) เมื่อมีการเข้าสู่ระบบจากตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคย 
  • การบังคับใช้อุปกรณ์ที่ผ่านเกณฑ์: บล็อกการเข้าถึงจากอุปกรณ์ที่ไม่ผ่านการจัดการหรือไม่เป็นไปตามนโยบาย 
  • การจำกัดการเข้าถึงแอป: อนุญาตให้เข้าใช้เฉพาะ Microsoft 365 Apps แต่บล็อกแอปภายนอกที่ไม่ผ่านการอนุมัติ 
  • การควบคุมการใช้งาน: จำกัดการดาวน์โหลดหรือแชร์ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน 

Conditional Access ช่วยให้องค์กรปรับการป้องกันแบบอัตโนมัติและยืดหยุ่นตามพฤติกรรมของผู้ใช้ 

 

ความปลอดภัยขั้นสูงเมื่อคุณ อัปเกรดเป็น Business Premium 

เมื่อองค์กรเลือกที่จะ อัปเกรดเป็น Business Premium พวกเขาจะได้รับชุดเครื่องมือด้านความปลอดภัยของ Microsoft 365 ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งประกอบด้วย Intune, Conditional Access, Microsoft Defender for Business, Information Protection และ Exchange Online Protection 

ประโยชน์ที่ได้รับจาก Business Premium ได้แก่: 

  • การป้องกันอุปกรณ์ครบวงจร – ป้องกันภัยจากแรนซัมแวร์ ฟิชชิ่ง และไฟล์อันตราย 
  • การบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ – ตั้งค่าความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎได้จากแดชบอร์ดเดียว 
  • การปฏิบัติตามข้อกำหนดง่ายขึ้น – รองรับมาตรฐานอุตสาหกรรมและข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล 
  • การทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น – พนักงานสามารถเข้าถึง Teams, Outlook และ SharePoint ได้อย่างปลอดภัยจากทุกที่ 

การอัปเกรดนี้ไม่เพียงเพิ่มความปลอดภัย แต่ยังช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการระบบไอทีอีกด้วย 

 

การผสานระบบใน Microsoft 365 Ecosystem 

Business Premium ทำงานร่วมกับโซลูชันอื่นของ Microsoft ได้อย่างไร้รอยต่อ เช่น 

  • Microsoft Defender for Business ตรวจจับและแก้ไขภัยคุกคามบนอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ 
  • Entra ID (Azure AD เดิม) จัดการตัวตนผู้ใช้และนโยบาย Conditional Access 
  • Microsoft 365 Apps (เช่น Word, Excel, PowerPoint, Teams) ได้รับการป้องกันด้วยการควบคุมระดับแอปของ Intune 

ระบบที่เชื่อมโยงกันนี้ทำให้ทุกผู้ใช้ อุปกรณ์ และแอปพลิเคชันได้รับการตรวจสอบและป้องกันอย่างต่อเนื่อง 

การเปรียบเทียบ Microsoft 365 Business Standard กับ Business Premium

ฟีเจอร์Business StandardBusiness Premium
แอป Office✔️ Word, Excel, PowerPoint, Outlook ฯลฯ✔️ Word, Excel, PowerPoint, Outlook ฯลฯ
อีเมลและปฏิทิน✔️ Exchange Online✔️ Exchange Online
ที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์✔️ 1 TB OneDrive ต่อผู้ใช้✔️ 1 TB OneDrive ต่อผู้ใช้
Microsoft Teams✔️ รวมอยู่แล้ว✔️ รวมอยู่แล้ว
SharePoint และ Yammer✔️ รวมอยู่แล้ว✔️ รวมอยู่แล้ว
การจัดการอุปกรณ์❌ ไม่มี✔️ มี Microsoft Intune
ความปลอดภัยขั้นสูง❌ ไม่มี✔️ มี Defender for Business, Azure Information Protection
Windows Virtual Desktop❌ ไม่มี✔️ รวมอยู่แล้ว
Azure AD Premium P1❌ ไม่มี✔️ รวมอยู่แล้ว
ราคา (ต่อผู้ใช้/เดือน)$12.50 (ชำระรายปี)$22.00 (ชำระรายปี)
เหมาะสำหรับการทำงานร่วมกันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน + ความปลอดภัยและการจัดการอุปกรณ์

สรุปการเปรียบเทียบ

Microsoft 365 Business Standard มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพและความร่วมมือ โดยให้เครื่องมือหลักของ Office, อีเมล และฟังก์ชันการทำงานร่วมกันครบถ้วน

ในขณะที่ Microsoft 365 Business Premium ได้ต่อยอดจากฟีเจอร์เหล่านั้นด้วยความสามารถด้าน ความปลอดภัยขั้นสูง การปฏิบัติตามข้อกำหนด (compliance) และ การจัดการอุปกรณ์ (device management) เช่น Intune, Conditional Access และ Microsoft Defender for Business

หากธุรกิจของคุณให้ความสำคัญกับ ความเรียบง่ายและการทำงานร่วมกันBusiness Standard เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัย การปกป้องข้อมูล และการควบคุมอุปกรณ์ปลายทาง (endpoint control)Business Premium จะมอบคุณค่าในระยะยาวที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

 

กรณีศึกษา: การรักษาความปลอดภัยให้ทีมขายระยะไกล 

ลองจินตนาการถึงบริษัทขายขนาดเล็กที่มีพนักงาน 50 คนกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค ทีมไอทีสามารถใช้ Intune เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทั้งหมดมีการเข้ารหัสและปฏิบัติตามนโยบายของบริษัท จากนั้น Conditional Access จะช่วยตรวจสอบตัวตนผู้ใช้และบังคับใช้ MFA ก่อนเข้าระบบ CRM 

เมื่อองค์กร อัปเกรดเป็น Business Premium พวกเขายังได้รับการป้องกันเพิ่มเติมจาก Microsoft Defender for Business ซึ่งสามารถบล็อกอีเมลฟิชชิ่งและแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบเมื่อพบกิจกรรมที่น่าสงสัย ส่งผลให้ทีมขายสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยจากทุกที่ 

สรุป 

การทำงานแบบ Remote และ Hybrid ได้เปลี่ยนวิธีที่ธุรกิจดำเนินงาน แต่ก็สร้างความเสี่ยงใหม่ๆ ด้านความปลอดภัยเช่นกัน Microsoft Intune และ Conditional Access คือหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ความปลอดภัยสมัยใหม่ที่ผสานความยืดหยุ่นเข้ากับการปกป้องข้อมูล 

เมื่อองค์กรเลือกที่จะ อัปเกรดเป็น Business Premium พวกเขาจะได้รับเครื่องมือด้านความปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อกำหนด และผลิตภาพครบชุดจาก Microsoft 365 เพื่อปกป้องข้อมูล อุปกรณ์ และผู้ใช้ พร้อมสนับสนุนให้พนักงานทำงานได้อย่างราบรื่นจากทุกที่ 

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI 

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Fusionsol Blog in Vietnamese

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

Microsoft Copilot คือฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใช้ AI เพื่อช่วยในการทำงานภายในแอปของ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams โดยทำหน้าที่ช่วยสรุป เขียน วิเคราะห์ และจัดการข้อมูล

ปัจจุบัน Copilot รองรับ Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, OneNote, และอื่น ๆ ในตระกูล Microsoft 365

จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Copilot ทำงานร่วมกับโมเดล AI บนคลาวด์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอัปเดตข้อมูลล่าสุด

ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปรายงานในย่อหน้าเดียว” หรือ “เขียนอีเมลตอบลูกค้าอย่างเป็นทางการ” และ Copilot จะสร้างข้อความให้ตามคำสั่ง

ใช่ Copilot ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักความปลอดภัยและการปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลของผู้ใช้จะไม่ถูกใช้ในการฝึกโมเดล AI และมีระบบการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts