Table of Contents

เปรียบเทียบ Microsoft Authenticator and Google Authenticator อย่างละเอียด

Facebook
X
LinkedIn
Microsoft Authenticator and Google Authenticator

ในโลกยุคดิจิทัลปัจจุบัน การใช้การยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (Two-Factor Authentication หรือ 2FA) กลายเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือกอีกต่อไป โดยมีแอปยอดนิยม 2 ตัวคือ Microsoft Authenticator and Google Authenticator ซึ่งแม้จะมีฟีเจอร์หลักคล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันในด้านฟีเจอร์เพิ่มเติม ความสะดวกในการใช้งาน และการผสานรวมกับระบบต่าง ๆ 

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้ทั่วไปหรือดูแลระบบในองค์กร การเข้าใจความแตกต่างของสองแอปนี้จะช่วยให้คุณเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมได้ดีที่สุด 

ฟีเจอร์หลักของ Microsoft Authenticator and Google Authenticator 

ฟีเจอร์ 

Microsoft Authenticator 

Google Authenticator 

รองรับแพลตฟอร์ม 

Android, iOS, Apple Watch 

Android, iOS 

การแจ้งเตือนแบบ Push 

✅ มี 

❌ ไม่มี 

ล็อกแอปด้วยไบโอเมตริกซ์ 

✅ มี 

✅ มี 

สำรองข้อมูลบนคลาวด์ 

✅ iCloud/OneDrive 

✅ Google Account 

การกู้คืนบัญชี 

✅ ผ่าน Microsoft ID ได้ง่าย 

✅ ผูกกับ Google Account 

OTP แบบ Time-based (TOTP) 

✅ รองรับ 

✅ รองรับ 

ล็อกอินแบบไม่ใช้รหัสผ่าน 

✅ สำหรับบัญชี Microsoft 

❌ ไม่รองรับ 

สแกน QR Code 

✅ มี 

✅ มี 

ซิงก์ข้ามอุปกรณ์ 

✅ มี 

✅ มี (อัปเดตปี 2023) 

โอเพนซอร์สหรือไม่ 

❌ ไม่เปิดเผยโค้ด 

✅ โอเพนซอร์ส 

 

ข้อดีของการผสานเข้ากับระบบและความปลอดภัย 

Microsoft Authenticator: สำหรับใครที่ใช้งาน Microsoft เป็นหลัก 

  • เหมาะกับผู้ใช้ที่อยู่ในระบบ Microsoft 365 
  • รองรับการล็อกอินแบบไม่ใช้รหัสผ่าน 
  • ใช้งานร่วมกับ Azure AD และ Conditional Access ได้ดี 
  • แจ้งเตือนแบบ Push ช่วยลดความยุ่งยากในการยืนยันตัวตน 

Google Authenticator: ตัวเลือกเบาแต่ทรงพลังสำหรับทุกคน 

  • เหมาะกับผู้ใช้ Google Account และผู้ที่ต้องการแอป 2FA ที่ใช้งานง่าย 
  • ในปี 2023 ได้อัปเดตให้มีการสำรองข้อมูลและซิงก์อุปกรณ์ 
  • เป็นแอปโอเพนซอร์ส เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจด้านความเป็นส่วนตัว 

 

ข้อดีและข้อจำกัด 

แอป 

ข้อดี 

ข้อจำกัด 

Microsoft Authenticator 

– ผสานกับระบบองค์กร (Azure, M365) ได้ดี 
– รองรับ Passwordless 
– แจ้งเตือน Push ง่ายและเร็ว 

– ไม่เปิดเผยโค้ด (Closed-source) 
– เหมาะกับ Microsoft ecosystem 

Google Authenticator 

– น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย 
– โอเพนซอร์ส 
– รองรับการใช้งานทั่วไปหลายแพลตฟอร์ม 

– ไม่มีการแจ้งเตือนแบบ Push 
– ก่อนหน้านี้ไม่มี backup/sync 

 

ใช้งานแบบไหน เหมาะกับใคร? 

ประเภทผู้ใช้ 

แอปที่แนะนำ 

เหตุผล 

ผู้ใช้ Microsoft 365 

Microsoft Authenticator 

ใช้งานร่วมกับ Azure และระบบ Microsoft ได้ดีที่สุด 

ผู้ใช้ Google Account 

Google Authenticator 

ผสานการทำงานได้ดี ใช้งานง่าย 

ผู้ใช้ที่ใส่ใจความเป็นส่วนตัว 

Google Authenticator 

โอเพนซอร์ส ตรวจสอบได้ 

ผู้ดูแลระบบองค์กร 

Microsoft Authenticator 

ตั้งนโยบาย MFA และจัดการอุปกรณ์ได้ 

ผู้ใช้ทั่วไป 

แล้วแต่แพลตฟอร์มที่ใช้งาน 

ทั้งสองแอปรองรับ backup และ sync แล้ว 

 

บทสรุป 

แม้ว่า Microsoft and Google Authenticator จะให้ความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมสำหรับ 2FA แต่การเลือกแอปที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับระบบนิเวศดิจิทัลที่คุณใช้งาน หากคุณอยู่ในระบบของ Microsoft เป็นหลัก แอปของ Microsoft จะให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด แต่หากคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไปหรือใส่ใจเรื่องความเป็นส่วนตัว Google Authenticator ก็เป็นตัวเลือกที่เบาแต่ทรงพลัง 

การเลือกแอป 2FA ที่เหมาะสมอาจหมายถึงความแตกต่างระหว่างการเข้าสู่ระบบที่ง่ายและปลอดภัย หรือความยุ่งยากในการกู้คืนบัญชี คิดถึงสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ—ความสะดวก ความเข้ากันได้ หรือความโปร่งใส—แล้วคุณจะเลือกได้ถูกต้อง 

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

Introducing new Claude 4 models: Claude Opus 4 and Claude Sonnet 4

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

2FA (Two-Factor Authentication) คือกระบวนการเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าสู่ระบบ โดยต้องใช้การยืนยันตัวตน 2 รูปแบบ เช่น รหัสผ่าน + รหัส OTP จากแอปหรือ SMS

เพราะช่วยป้องกันบัญชีจากการถูกแฮก แม้ว่าผู้ไม่หวังดีจะรู้รหัสผ่าน แต่ก็ไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้หากไม่มีรหัสผ่านขั้นที่สอง

ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

  • การส่งรหัส OTP ทาง SMS หรืออีเมล
  • การใช้แอปยืนยันตัวตน เช่น Microsoft Authenticator, Google Authenticator
  • การใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น YubiKey
  • การสแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้า

ปลอดภัยกว่าการใช้รหัสผ่านเพียงอย่างเดียวมาก ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเจาะระบบหรือฟิชชิ่ง แม้ว่าแต่ละวิธีมีระดับความปลอดภัยต่างกัน

สามารถเปิดใช้งานได้จากหน้าการตั้งค่าความปลอดภัยของบริการนั้น ๆ เช่น Microsoft, Google, Facebook หรือแอปธนาคาร โดยเลือกเปิด “Two-Factor Authentication” แล้วทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts