Lyria 3: สร้างซาวด์แทร็กแบบกำหนดเองด้วย Generative AI

คุณเคยตัดต่อวิดีโอเสร็จอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อค้นหาเพลงพื้นหลังแบบ royalty-free ที่เหมาะสมหรือไม่? ปัญหาเหล่านั้นกำลังจะหมดไป ด้วยการเปิดตัว Lyria 3 ที่ทำให้ Google นำโมเดล AI สร้างเพลงขั้นสูงที่สุดของตนมาใช้งานโดยตรงในแอป Gemini เปลี่ยนให้ใครก็ตาม—even หากไม่มีทักษะด้านดนตรี—สามารถกลายเป็นผู้แต่งเพลงได้
แตกต่างจากกระบวนการผลิตดนตรีแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้เครื่องดนตรีจำนวนมาก อุปกรณ์บันทึกเสียง และเครื่องมือแก้ไขเสียง โมเดล Generative AI รุ่นใหม่สามารถเปลี่ยนข้อความคำสั่ง (text prompts) ให้กลายเป็นผลงานเพลงต้นฉบับได้
ด้วยระบบใหม่นี้ ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์สามารถทดลองเมโลดี้ สไตล์ และพื้นผิวเสียงต่าง ๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านดนตรีเชิงลึก
Lyria 3 คืออะไร
Lyria 3 คือโมเดล AI สำหรับการสร้างดนตรีขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อสร้างซาวด์แทร็กคุณภาพสูงจากคำสั่งง่าย ๆ หรือไอเดียเชิงสร้างสรรค์
โมเดลนี้วิเคราะห์โครงสร้างดนตรี จังหวะ รูปแบบฮาร์โมนี และการออกแบบเสียง เพื่อสร้างผลงานเพลงที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและเรียบเรียงอย่างมืออาชีพ
แทนที่จะต้องแต่งทุกองค์ประกอบของเพลงด้วยตนเอง ผู้สร้างสามารถแนะนำ AI ได้โดยการอธิบาย เช่น
- อารมณ์ของเพลง
- แนวเพลงหรือสไตล์
- จังหวะหรือระดับพลังของเพลง
- วัตถุประสงค์การใช้งาน (ภาพยนตร์ เกม พอดแคสต์ หรือโฆษณา)
ตัวอย่างเช่น คำสั่งว่า
“ซาวด์แทร็กออร์เคสตราแบบภาพยนตร์สำหรับฉากระทึกขวัญ”
ระบบอาจสร้างดนตรีที่มีความดราม่า มีการไล่ระดับความเข้มข้น และมีการใช้เครื่องดนตรีหลายชั้น
ระบบแบบ Generative นี้ช่วยให้ผู้สร้างสามารถเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นซาวด์แทร็กได้ภายในไม่กี่นาที แทนที่จะใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน

เปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นเสียงด้วย Lyria 3
จุดเด่นสำคัญของ Lyria คือความยืดหยุ่นที่สูงมาก ระบบทำงานในลักษณะ multimodal ซึ่งหมายความว่าไม่ได้เข้าใจแค่ข้อความ แต่ยังสามารถ “มองเห็น” แนวคิดเชิงสร้างสรรค์ของคุณได้ด้วย
Text-to-Music
เพียงอธิบายอารมณ์ แนวเพลง หรือสถานการณ์ที่ต้องการ เช่น
“เพลง skate punk ยุค 90 เกี่ยวกับแมวที่ไม่ยอมตื่น”
Lyria สามารถสร้างเมโลดี้ เขียนเนื้อเพลง และสร้างเสียงร้องให้เข้ากับแนวคิดนั้นได้
Image-to-Music
นี่คือฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่างมาก
คุณสามารถอัปโหลดภาพพระอาทิตย์ตก หรือวิดีโอเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน จากนั้น AI จะวิเคราะห์ “บรรยากาศของภาพ” เช่น
- สี
- แสง
- องค์ประกอบของภาพ
แล้วสร้างซาวด์แทร็กความยาวประมาณ 30 วินาทีที่เข้ากับภาพนั้น
การควบคุมรายละเอียดของเสียง
ผู้ใช้สามารถกำหนดรายละเอียดได้ เช่น
- ช่วงเสียงร้อง (เช่น baritone ที่ทุ้ม หรือ soprano ที่โปร่งใส)
- เครื่องดนตรีหลายชั้น เช่น synth ยุค 80 หรือไวโอลินแบบคลาสสิก

ความสามารถหลักของ Google Lyria
- การสร้างซาวด์แทร็กแบบกำหนดเอง
หนึ่งในฟีเจอร์ที่ทรงพลังที่สุดของระบบ AI นี้คือความสามารถในการสร้างดนตรีที่เหมาะกับสถานการณ์เฉพาะของงานสร้างสรรค์
ผู้ใช้สามารถสร้างเพลงสำหรับ
กรณีใช้งาน | ตัวอย่างการใช้งาน |
วิดีโอคอนเทนต์ | เพลงอินโทร YouTube หรือเพลงพื้นหลังสำหรับวล็อก |
การผลิตภาพยนตร์ | ดนตรีประกอบภาพยนตร์และซาวด์แทร็กสำหรับฉากอารมณ์ |
การพัฒนาเกม | เพลงบรรยากาศและเพลงสำหรับฉากแอ็กชัน |
การตลาด | วิดีโอแบรนด์ โฆษณา และงานเปิดตัวสินค้า |
พอดแคสต์ | เพลงอินโทรและเสียงบรรยากาศ |
แทนที่จะต้องค้นหาเพลงจากคลัง stock music ผู้สร้างสามารถสร้างเพลงที่มีเอกลักษณ์และตรงกับโทนของโปรเจกต์ได้ทันที
- ความยืดหยุ่นด้านสไตล์และแนวเพลง
ระบบได้รับการฝึกจากรูปแบบดนตรีที่หลากหลาย ทำให้สามารถสร้างผลงานในหลายแนว เช่น
- ดนตรีออร์เคสตราแบบภาพยนตร์
- ดนตรี ambient อิเล็กทรอนิกส์
- ดนตรีแจ๊สแบบเครื่องดนตรี
- เพลงพื้นหลังแนว pop หรือ indie
- soundscape แบบทดลอง
ผู้สร้างสามารถปรับคำสั่งด้านสไตล์เพิ่มเติม เพื่อทดลองแนวทางดนตรีหลายแบบก่อนเลือกเวอร์ชันสุดท้าย
- การทดลองไอเดียเพลงได้รวดเร็วขึ้น
การผลิตเพลงแบบดั้งเดิมมักต้องผ่านหลายขั้นตอน เช่น
- การแต่งเพลง
- การเรียบเรียง
- การบันทึกเสียง
- การมิกซ์และมาสเตอร์
การสร้างดนตรีด้วย AI สามารถลดเวลาสำหรับการทดลองไอเดียในช่วงเริ่มต้นได้อย่างมาก
ด้วยเครื่องมือ AI แบบนี้ ผู้สร้างสามารถ
- สร้างไอเดียซาวด์แทร็กหลายแบบได้ทันที
- ทดลองอารมณ์ดนตรีหลายแบบสำหรับฉากเดียวกัน
- ปรับเพลงให้เข้ากับการตัดต่อวิดีโอแบบไดนามิก
ความเร็วนี้มีความสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมที่ต้องทำงานรวดเร็ว เช่น การสร้างคอนเทนต์ออนไลน์และการพัฒนาเกม
- การทำงานร่วมกันเชิงสร้างสรรค์ที่ดีขึ้น
เครื่องมือสร้างดนตรีด้วย AI ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่นักดนตรีหรือผู้ประพันธ์เพลง
แต่ถูกสร้างมาเพื่อทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยด้านความคิดสร้างสรรค์
นักเขียน ผู้กำกับภาพยนตร์ และนักออกแบบที่อาจไม่มีพื้นฐานด้านดนตรี สามารถทดลองแนวคิดดนตรีและสื่อสารไอเดียของตนได้ง่ายขึ้น
สำหรับนักแต่งเพลงมืออาชีพ เพลงที่สร้างโดย AI ยังสามารถใช้เป็นแรงบันดาลใจหรือจุดเริ่มต้นในการพัฒนาและเรียบเรียงเพิ่มเติมได้อีกด้วย
การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
การสร้างดนตรีด้วย AI กำลังถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรมดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ
การสร้างคอนเทนต์และโซเชียลมีเดีย
ผู้สร้างวิดีโอมักต้องการเพลงแบบ royalty-free ที่เข้ากับโทนของคอนเทนต์ การสร้างซาวด์แทร็กด้วย AI ช่วยให้ผู้สร้างสามารถผลิตเพลงที่เหมาะกับงานของตนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์
การผลิตภาพยนตร์และวิดีโอ
ผู้สร้างภาพยนตร์สามารถใช้เครื่องมือ AI เพื่อสร้างซาวด์แทร็กชั่วคราวระหว่างกระบวนการตัดต่อ ช่วยให้ทดลองได้ว่าเสียงดนตรีส่งผลต่อจังหวะ อารมณ์ และการเล่าเรื่องอย่างไร
การพัฒนาเกม
ดนตรีพื้นหลังแบบไดนามิกเป็นองค์ประกอบสำคัญของเกมสมัยใหม่ ระบบ AI สามารถสร้างดนตรีบรรยากาศแบบวนซ้ำ (loops) หรือ soundscape ที่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ของเกมเพลย์ได้
การตลาดและโฆษณา
แบรนด์ต่าง ๆ มักต้องการเพลงต้นฉบับสำหรับแคมเปญและวิดีโอโปรโมต การแต่งเพลงด้วย AI ช่วยให้สร้างซาวด์แทร็กที่มีเอกลักษณ์ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถสะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้ชัดเจน
วิธีใช้งาน Lyria 3 ใน Gemini
การเริ่มต้นใช้งานทำได้ง่ายเพียงแค่ส่งข้อความในแชต หากคุณมีอายุมากกว่า 18 ปีและใช้ Gemini (บนเว็บ Android หรือ iOS) คุณอาจสามารถเข้าถึงเครื่องมือนี้ได้แล้ว
- เปิดGemini
มองหาเครื่องมือ “Create Music” หรือไอคอนรูปกีตาร์ในเมนูเครื่องมือ - ใส่คำสั่ง(Prompt)
พยายามระบุรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น
- ยุคของเพลง เช่น “Jazz ยุค 1950”
- จังหวะ เช่น “เร็วและมีพลัง”
- อารมณ์ เช่น “ให้ความรู้สึกย้อนยุค”
- เพิ่มเนื้อเพลง(ตัวเลือกเพิ่มเติม)
คุณสามารถพิมพ์เนื้อเพลงของคุณเอง โดยเริ่มด้วยคำว่า Lyrics: แล้วตามด้วยข้อความ หรือให้ AI สร้างเนื้อเพลงตามธีมที่กำหนดก็ได้ - ปรับแต่งและดาวน์โหลด
เมื่อเพลงความยาวประมาณ30 วินาทีถูกสร้างเสร็จ คุณสามารถดาวน์โหลดเป็นไฟล์ MP3 หรือ MP4 เพื่อนำไปใช้ใน YouTube Shorts, TikTok หรือโปรเจกต์ส่วนตัวได้

ประโยชน์ของการสร้างเพลงด้วย AI
การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีสร้างดนตรีแบบ Generative นำมาซึ่งข้อดีหลายประการ
ประโยชน์ | คำอธิบาย |
การผลิตรวดเร็วขึ้น | สามารถสร้างเพลงได้ภายในไม่กี่นาทีแทนที่จะใช้เวลาหลายชั่วโมง |
การทดลองเชิงสร้างสรรค์ | สามารถทดลองไอเดียดนตรีหลายแบบได้ทันที |
ประหยัดต้นทุน | ลดความจำเป็นในการซื้อสิทธิ์เพลงหรือการผลิตเพลงราคาแพง |
การเข้าถึงที่ง่ายขึ้น | ทำให้ผู้ที่ไม่ใช่นักดนตรีสามารถสร้างเพลงได้ |
การปรับแต่งได้ | สามารถออกแบบซาวด์แทร็กให้ตรงกับโปรเจกต์ได้อย่างแม่นยำ |
ข้อดีเหล่านี้ทำให้เครื่องมือสร้างเพลงด้วย AI มีคุณค่าอย่างมากสำหรับ ผู้สร้างคอนเทนต์อิสระและทีมผลิตขนาดเล็ก
อนาคตของดนตรีที่สร้างด้วย AI
Google Lyria อาจเปลี่ยนแปลงการผลิตเพลงอย่างไร
เมื่อโมเดล Generative AI มีความก้าวหน้ามากขึ้น เครื่องมือเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะมีระบบควบคุมโครงสร้างดนตรี เครื่องดนตรี และการแสดงอารมณ์ของเพลงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
Lyria ถือเป็นก้าวสำคัญสู่ระบบ AI ที่สามารถ ทำงานร่วมกับมนุษย์ในเชิงสร้างสรรค์ มากกว่าการทำงานแบบอัตโนมัติเท่านั้น
ความเป็นไปได้ในอนาคตอาจรวมถึง
- การสร้างดนตรีแบบเรียลไทม์ระหว่างการตัดต่อวิดีโอ
- ซาวด์แทร็กแบบโต้ตอบที่เปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้เล่นในเกม
- การสังเคราะห์เสียงร้องและเครื่องดนตรีขั้นสูง
- สไตล์ดนตรีที่ปรับแต่งตามสไตล์ของผู้สร้างแต่ละคน
นวัตกรรมเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิต เผยแพร่ และการรับฟังดนตรีในสื่อดิจิทัลอย่างมาก
สรุป
การพัฒนาอย่างรวดเร็วของ Generative AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานสร้างสรรค์ในหลายอุตสาหกรรม และการผลิตดนตรีกำลังกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่น่าตื่นเต้นที่สุด
เครื่องมือ AI ในปัจจุบันช่วยให้ผู้สร้างสามารถเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นซาวด์แทร็กต้นฉบับได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่นมากขึ้น
สำหรับผู้สร้างคอนเทนต์ นักพัฒนา และนักเล่าเรื่อง เครื่องมืออย่าง Lyria ช่วยเปิดโอกาสให้ทดลองการเล่าเรื่องผ่านดนตรีในรูปแบบใหม่ ๆ ที่ก่อนหน้านี้อาจถูกจำกัดด้วยเวลา งบประมาณ หรือทักษะทางเทคนิค
เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปอีกขั้น ดนตรีที่สร้างด้วย AI มีแนวโน้มจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือสร้างสรรค์มาตรฐาน ที่ช่วยให้ทั้งมืออาชีพและผู้เริ่มต้นสามารถสำรวจโลกของเสียงและการเล่าเรื่องในมิติใหม่ได้อย่างเต็มที่.
สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่
สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา
หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol Blog, IP Phone Blog, Chat Framework Blog, และ OpenAI Blog.
New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI
ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!
Fusionsol Blog in Vietnamese
Related Articles
Frequently Asked Questions (FAQ)
Microsoft Copilot คืออะไร?
Microsoft Copilot คือฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใช้ AI เพื่อช่วยในการทำงานภายในแอปของ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams โดยทำหน้าที่ช่วยสรุป เขียน วิเคราะห์ และจัดการข้อมูล
Copilot ใช้งานได้กับแอปไหนบ้าง?
ปัจจุบัน Copilot รองรับ Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, OneNote, และอื่น ๆ ในตระกูล Microsoft 365
ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือไม่จึงจะใช้งาน Copilot ได้?
จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Copilot ทำงานร่วมกับโมเดล AI บนคลาวด์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอัปเดตข้อมูลล่าสุด
สามารถใช้ Copilot ช่วยเขียนเอกสารหรืออีเมลได้อย่างไร?
ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปรายงานในย่อหน้าเดียว” หรือ “เขียนอีเมลตอบลูกค้าอย่างเป็นทางการ” และ Copilot จะสร้างข้อความให้ตามคำสั่ง
Copilot ปลอดภัยต่อข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่?
ใช่ Copilot ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักความปลอดภัยและการปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลของผู้ใช้จะไม่ถูกใช้ในการฝึกโมเดล AI และมีระบบการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด




