Table of Contents

Cloud or Desktop OCR: ซอฟต์แวร์ตัวไหนดีกว่า?

Facebook
X
LinkedIn
Cloud or Desktop OCR

Optical Character Recognition (OCR) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแยกและแปลงข้อความจากเอกสารที่สแกน ไฟล์ PDF และรูปภาพให้อยู่ในรูปแบบที่แก้ไขและค้นหาได้ เทคโนโลยีนี้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การเงิน การดูแลสุขภาพ กฎหมาย โลจิสติกส์ และการศึกษา โดยช่วยลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเองและเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูล 

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ Cloud or Desktop OCR เป็นการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับทั้งภาคธุรกิจและผู้ใช้ทั่วไป เนื่องจากทั้งสองตัวเลือกมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน Cloud OCR ให้ความสะดวกในการเข้าถึงและรองรับการขยายขนาดได้ดี ในขณะที่ Desktop OCR มอบความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้ 

บทความนี้จะเจาะลึกเกี่ยวกับ OCR Software เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างและเลือกโซลูชันที่เหมาะกับความต้องการของคุณ 

Cloud OCR คืออะไร? 

Cloud OCR เป็นบริการที่ทำงานบนระบบคลาวด์ ซึ่งผู้ใช้สามารถอัปโหลดเอกสารและรูปภาพไปยังเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลเพื่อให้ระบบทำการแยกข้อความโดยอัตโนมัติ กระบวนการนี้ใช้เทคโนโลยี OCR ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และส่งผลลัพธ์กลับไปยังผู้ใช้ผ่านเว็บอินเทอร์เฟซหรือ API 

คุณสมบัติหลักของ Cloud OCR 

  • การเข้าถึงผ่านเว็บ – ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ ใช้งานได้จากทุกอุปกรณ์ 
  • การจดจำข้อความด้วย AI – ใช้โมเดล deep learning เพื่อเพิ่มความแม่นยำ 
  • รองรับการขยายขนาด – สามารถประมวลผลเอกสารจำนวนมากพร้อมกัน 
  • อัปเดตอัตโนมัติ – ใช้งานเทคโนโลยีล่าสุดโดยไม่ต้องอัปเกรดเอง 
  • รองรับ API – สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่อยู่บนคลาวด์ 

ข้อดีของ Cloud OCR 

  • ติดตั้งและเริ่มใช้งานได้อย่างรวดเร็ว 
  • รองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่โดยไม่มีข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ 
  • ใช้เทคโนโลยี OCR เวอร์ชันล่าสุดเสมอ 
  • ผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มคลาวด์ เช่น Microsoft Azure, Google Drive และ AWS 
  • สามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์หลากหลาย เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และเดสก์ท็อป 

ข้อเสียของ Cloud OCR 

  • ต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการประมวลผล 
  • มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เนื่องจากต้องอัปโหลดข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก 
  • ส่วนใหญ่เป็นบริการที่ต้องสมัครสมาชิกแบบรายเดือนหรือรายปี 

 

Desktop OCR คืออะไร? 

Desktop OCR เป็นซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งและทำงานบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ โดยสามารถแยกข้อความจากเอกสารและรูปภาพได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แตกต่างจากโซลูชันบนคลาวด์ Desktop OCR เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องจัดการกับเอกสารที่เป็นความลับหรือทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้านเครือข่าย 

คุณสมบัติหลักของ Desktop OCR 

  • ประมวลผลแบบออฟไลน์ – ใช้งานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 
  • มีความปลอดภัยสูง – ข้อมูลถูกเก็บไว้ในเครื่อง ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต 
  • สามารถปรับแต่งการตั้งค่าได้ – ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการจดจำข้อความให้เหมาะสมกับเอกสารแต่ละประเภท 
  • มีตัวเลือกการซื้อแบบครั้งเดียว – ซอฟต์แวร์บางประเภทให้สิทธิ์การใช้งานแบบซื้อขาด แทนการสมัครสมาชิกรายเดือน 
  • ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ภายในเครื่องได้ – เช่น Microsoft Office และแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่ติดตั้งอยู่แล้ว 

ข้อดีของ Desktop OCR 

  • เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยของข้อมูลสูง 
  • ประมวลผลเอกสารจำนวนน้อยได้รวดเร็วโดยไม่ต้องรออัปโหลด 
  • สามารถปรับแต่งการตั้งค่าการจดจำข้อความได้มากกว่า 
  • ใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต 

ข้อเสียของ Desktop OCR 

  • มีข้อจำกัดด้านการขยายขนาด เนื่องจากขึ้นอยู่กับสเปกของเครื่องคอมพิวเตอร์ 
  • ต้องอัปเดตซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง 
  • อาจรองรับเพียงบางระบบปฏิบัติการ เช่น Windows หรือ macOS เท่านั้น 

OCR Software for Business

Cloud or Desktop OCR: เปรียบเทียบคุณสมบัติอย่างละเอียด 

คุณสมบัติ 

Cloud OCR 

Desktop OCR 

ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ 

ไม่ต้อง 

ต้องติดตั้ง 

ทำงานแบบออฟไลน์ 

ไม่รองรับ 

รองรับ 

ความปลอดภัย 

ต่ำกว่า (ข้อมูลถูกประมวลผลภายนอก) 

สูงกว่า (ข้อมูลอยู่ภายในเครื่อง) 

รองรับการขยายขนาด 

สูง 

จำกัดตามฮาร์ดแวร์ 

ความแม่นยำ 

ปรับปรุงด้วย AI 

ปรับแต่งค่าการจดจำได้ 

การอัปเดต 

อัตโนมัติ 

ต้องอัปเดตด้วยตนเอง 

การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันทางธุรกิจ 

รองรับ API และบริการคลาวด์ 

มีข้อจำกัด 

รูปแบบค่าใช้จ่าย 

คิดค่าบริการแบบสมัครสมาชิก 

ซื้อขาด หรือใช้ตามสิทธิ์การใช้งาน 

 

กรณีใช้งาน: ใครควรเลือก Cloud หรือ Desktop OCR? 

ประเภทผู้ใช้ 

ตัวเลือกที่แนะนำ 

เหตุผล 

องค์กรที่ต้องประมวลผลเอกสารจำนวนมาก 

Cloud OCR 

รองรับการขยายขนาดและสามารถเชื่อมต่อกับระบบอัตโนมัติ 

หน่วยงานที่ต้องจัดการข้อมูลที่เป็นความลับ (เช่น กฎหมาย, การเงิน, การแพทย์) 

Desktop OCR 

ควบคุมข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ ลดความเสี่ยงจากข้อมูลรั่วไหล 

ทีมงานระยะไกลและฟรีแลนซ์ 

Cloud OCR 

ใช้งานได้จากทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 

หน่วยงานรัฐบาลที่ต้องการความปลอดภัยสูง 

Desktop OCR 

ข้อมูลเอกสารถูกเก็บและประมวลผลภายในเครื่อง 

ธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการควบคุมงบประมาณ 

Desktop OCR 

ไม่มีค่าบริการรายเดือน ช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาว 

นักพัฒนาแอปพลิเคชันที่ต้องการผสาน OCR เข้ากับซอฟต์แวร์ 

Cloud OCR 

รองรับ API ช่วยให้ระบบทำงานอัตโนมัติได้ง่าย 

 

ซอฟต์แวร์ Cloud และ Desktop OCR ที่ดีที่สุดในปี 2025 

ซอฟต์แวร์ Cloud OCR ที่ได้รับความนิยม 

  • Microsoft Azure OCR – ใช้ AI เพื่อการจดจำข้อความที่แม่นยำ พร้อมความปลอดภัยระดับองค์กร 
  • Google Cloud Vision OCR – รองรับการจดจำภาพและลายมือที่ซับซ้อน 
  • ABBYY Cloud OCR SDK – ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ รองรับหลายภาษา 
  • Amazon Textract – ใช้ AI วิเคราะห์และแยกข้อความจากเอกสาร 
  • Tesseract OCR (เวอร์ชัน Cloud) – โอเพ่นซอร์สและสามารถปรับแต่งได้ 

ซอฟต์แวร์ Desktop OCR ที่ได้รับความนิยม 

  • ABBYY FineReader – เหมาะสำหรับมืออาชีพที่ต้องการความแม่นยำสูง 
  • Adobe Acrobat Pro DC – แปลงไฟล์ PDF เป็นข้อความที่แก้ไขได้ 
  • Readiris – รองรับมากกว่า 130 ภาษา พร้อมความสามารถในการรักษารูปแบบเอกสาร 
  • Microsoft OneNote OCR – เหมาะสำหรับการจดบันทึกและจดจำข้อความพื้นฐาน 
  • Tesseract OCR (ติดตั้งภายในเครื่อง) – โอเพ่นซอร์สและเหมาะสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการปรับแต่งระบบ OCR 

 

สรุป: ควรเลือก OCR แบบใด? 

การตัดสินใจเลือกระหว่าง Cloud OCR หรือ Desktop OCR ขึ้นอยู่กับความต้องการของธุรกิจ ความปลอดภัยของข้อมูล และงบประมาณ 

  • เลือก Cloud OCR หากต้องการรองรับปริมาณงานขนาดใหญ่ ใช้ระบบอัตโนมัติ และต้องการการจดจำข้อความที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมการอัปเดตแบบเรียลไทม์ 
  • เลือก Desktop OCR หากให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล ความสามารถในการทำงานแบบออฟไลน์ และต้องการควบคุมกระบวนการประมวลผลเอกสารได้เอง 

การเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละโซลูชันจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ และเลือกซอฟต์แวร์ OCR ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กรของคุณ 

คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ OCR Software จาก Microsoft Azure OCR ได้ที่นี่: Azure OCR – บริการจดจำอักขระอัจฉริยะ

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

ธุรกิจเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าด้วย Chatbot ที่มีประโยชน์ได้อย่างไร

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

OCR คืออะไร และมีหลักการทำงานอย่างไร?

OCR (Optical Character Recognition) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์สามารถอ่านและแปลงข้อความจากภาพหรือเอกสารที่สแกนให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถแก้ไขและค้นหาได้ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอัลกอริธึมการรู้จำตัวอักษร

ปัจจุบัน OCR หลายตัวรองรับภาษาไทย เช่น Microsoft Azure OCR, Google Cloud Vision, ABBYY FineReader โดยสามารถจดจำตัวอักษรไทยได้อย่างแม่นยำ รวมถึงรองรับการตรวจจับลายมือในบางกรณี

  • Cloud OCR เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการประมวลผลเอกสารจำนวนมาก พร้อมการอัปเดตอัตโนมัติและการใช้งานผ่าน API
  • Desktop OCR เหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น ด้านกฎหมาย การแพทย์ หรือการเงิน เพราะข้อมูลจะถูกประมวลผลภายในเครื่อง ไม่ต้องอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก

เทคโนโลยี OCR ในปัจจุบันบางตัวสามารถจดจำลายมือ (Handwriting Recognition) ได้ แต่ความแม่นยำอาจต่ำกว่าการจดจำตัวอักษรพิมพ์ เนื่องจากลายมือของแต่ละคนมีความแตกต่างกันมาก

OCR สามารถใช้งานได้กับไฟล์หลากหลายประเภท เช่น

  • ภาพ (JPG, PNG, TIFF)
  • เอกสารสแกน (PDF)
  • ไฟล์ข้อความที่ฝังในรูปภาพ
  • เอกสารที่พิมพ์หรือเขียนด้วยลายมือ (ขึ้นอยู่กับความสามารถของซอฟต์แวร์ OCR)
Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts