Table of Contents

5 กราฟใน Excel ที่ไม่ควรใช้ พร้อมทางเลือกที่อ่านข้อมูลง่ายกว่า

Facebook
X
LinkedIn
กราฟใน Excel ที่ไม่ควรใช้

กราฟถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้ข้อมูลเข้าใจง่ายขึ้น แต่ในความเป็นจริง กราฟบางประเภทใน Microsoft Excel กลับทำให้ข้อมูลสับสนมากกว่าเดิม แทนที่จะช่วยให้ผู้ชมตีความข้อมูลได้รวดเร็ว กราฟเหล่านี้อาจบิดเบือนการเปรียบเทียบ ซ่อนรูปแบบสำคัญ หรือทำให้ Insight ที่สำคัญมองเห็นได้ยากขึ้น

แม้ว่า Excel จะมีตัวเลือกการสร้าง Visualization มากมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกกราฟจะเหมาะสำหรับการรายงานทางธุรกิจ Dashboard หรือการตัดสินใจ การเลือกกราฟผิดประเภทอาจนำไปสู่ความสับสน การตีความผิดพลาด และการสื่อสารข้อมูลที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ต่อไปนี้คือ 5 กราฟใน Excel ที่ไม่ควรใช้ และทางเลือกที่ช่วยให้การนำเสนอข้อมูลชัดเจนและอ่านง่ายมากขึ้น

กราฟใน Microsoft Excel ที่ไม่ควรใช้

หยุดใช้ Pie Chart สำหรับการเปรียบเทียบข้อมูลที่ซับซ้อน

Pie Chart เป็นหนึ่งในกราฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใน Excel แต่เมื่อมีหลายหมวดหมู่หรือค่าที่ใกล้เคียงกัน กราฟประเภทนี้จะอ่านยากอย่างรวดเร็ว

สายตามนุษย์ไม่สามารถเปรียบเทียบมุมและขนาดของชิ้นส่วนในวงกลมได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อชื่อ Label ยาว หรือมีจำนวน Segment มากเกินไป ยิ่งมีหมวดหมู่เพิ่มขึ้น กราฟก็จะยิ่งดูรกและทำให้การเปรียบเทียบไม่น่าเชื่อถือ

แทนที่จะใช้ Pie Chart สำหรับการเปรียบเทียบรายละเอียด Bar Chart มักเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ามาก โดยเฉพาะ Horizontal Bar Chart ที่ช่วยให้เปรียบเทียบข้อมูลแบบ Side-by-Side ได้ง่ายขึ้น แม้ชื่อข้อมูลจะยาวหรือค่าจะใกล้เคียงกัน

Column Chart ก็เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบข้อมูลจำนวนไม่มากหรือการจัดอันดับข้อมูลแบบง่าย เพราะทั้งสองประเภทใช้เส้นฐานตรง ทำให้ผู้ชมมองเห็นความแตกต่างได้ทันทีโดยไม่ต้องประเมินมุมด้วยสายตา

หากยังต้องการแสดงสัดส่วนของข้อมูล Sorted Bar Chart พร้อม Percentage Label มักสื่อสารข้อมูลได้มีประสิทธิภาพมากกว่า Pie Chart อย่างชัดเจน

Pie Chart

หยุดใช้กราฟ 3D เพื่อเพิ่มมิติภาพ

กราฟ 3D อาจดูโดดเด่นในครั้งแรกที่เห็น แต่ความลึกที่เพิ่มเข้ามามักทำให้การอ่านข้อมูลแย่ลงมากกว่าดีขึ้น

มุมมองแบบ Perspective อาจทำให้ค่าบางค่าดูใหญ่หรือเล็กกว่าความเป็นจริง ข้อมูลที่อยู่ด้านหลังอาจถูกบังบางส่วน ขณะที่เงาและมุมมองต่าง ๆ ทำให้การเปรียบเทียบค่าที่แม่นยำทำได้ยากขึ้น

ในงานธุรกิจส่วนใหญ่ ความชัดเจนของข้อมูลสำคัญกว่าความสวยงามของกราฟ

กราฟ 2D แบบเรียบง่ายช่วยให้เปรียบเทียบข้อมูลได้ชัดเจนกว่าและทำให้ผู้ชมเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น หากต้องการเน้นข้อมูลสำคัญ วิธีที่มีประสิทธิภาพกว่าคือการใช้:

  • การเน้นสี
  • Data Labels
  • Annotations
  • Conditional Formatting

แทนการเพิ่มมิติ 3D ที่ไม่จำเป็น

โดยทั่วไปแล้ว กราฟที่เรียบง่ายมักสื่อสารข้อมูลได้ดีกว่ากราฟที่มีความซับซ้อนทางภาพ

3D Charts

หยุดใช้ Dual-Axis Chart สำหรับการเปรียบเทียบข้อมูล

Dual-Axis Chart คือกราฟที่นำข้อมูลสองชุดที่มี Scale ต่างกันมาแสดงในกราฟเดียวโดยใช้แกนแนวตั้งสองฝั่ง แม้จะดูเหมือนช่วยประหยัดพื้นที่ แต่บ่อยครั้งกลับทำให้เกิดการตีความผิด

เนื่องจากทั้งสองแกนใช้ Scale ที่ไม่เหมือนกัน แนวโน้มของข้อมูลอาจดูเหมือนสัมพันธ์กัน ทั้งที่ในความจริงข้อมูลอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย สิ่งนี้อาจทำให้เกิดการขยายความสัมพันธ์เกินจริงหรือสร้าง Pattern ที่ไม่มีอยู่จริง

แทนที่จะนำข้อมูลคนละ Scale มาใส่ไว้ในกราฟเดียว ควรพิจารณาใช้ Small Multiples ซึ่งเป็นการแยกกราฟออกเป็นหลายกราฟที่มีรูปแบบเหมือนกันและวางเรียงกัน เพื่อให้ผู้ชมสามารถเปรียบเทียบแนวโน้มได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่เกิดการบิดเบือนของ Scale

หากข้อมูลทั้งสองชุดเป็นคนละหน่วยหรือเป็นคนละ Metric ทางธุรกิจ การแยกกราฟออกจากกันมักเป็นวิธีที่ปลอดภัยและชัดเจนที่สุด

เป้าหมายของการทำ Visualization ควรให้ความสำคัญกับ “ความถูกต้อง” ก่อน “ความสะดวก” เสมอ

Dual-Axis Charts

หยุดใช้ Area Charts กับข้อมูลที่ซ้อนทับกัน

Area charts สามารถใช้งานได้ดีสำหรับการแสดงผลรวมสะสม แต่จะเริ่มมีปัญหาเมื่อมีหลายชุดข้อมูลซ้อนทับกัน

เมื่อมีหลาย Layer สีทับซ้อนกัน ค่าของแต่ละชุดข้อมูลจะอ่านได้ยาก แนวโน้มสำคัญบางอย่างอาจถูกบังด้วยข้อมูลชุดที่ใหญ่กว่า ทำให้การเปรียบเทียบแทบเป็นไปไม่ได้

ปัญหานี้ยิ่งชัดเจนเมื่อทุกชุดข้อมูลมีความสำคัญเท่ากันและจำเป็นต้องวิเคราะห์แยกจากกัน

ในสถานการณ์เหล่านี้ Line charts มักเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะช่วยรักษาความชัดเจนของแต่ละแนวโน้มและทำให้การเปรียบเทียบข้อมูลตามช่วงเวลาง่ายขึ้น

Stacked area charts ควรถูกใช้เฉพาะในกรณีที่ “ค่ารวมทั้งหมด” สำคัญกว่าการดู Contribution ของแต่ละหมวดหมู่ หากไม่ใช่ กราฟประเภทนี้มักสร้างความซับซ้อนทางภาพโดยไม่จำเป็น

Area Charts

 

หยุดใช้ Radar Charts สำหรับการเปรียบเทียบข้อมูล

Radar charts มีลักษณะโดดเด่นทางภาพ แต่บ่อยครั้งกลับทำให้การตีความข้อมูลผิดเพี้ยน

เนื่องจากค่าถูกแสดงบนแกนแบบวงกลมแทนเส้นฐานตรง ผู้ชมจึงเปรียบเทียบระยะหรือขนาดของข้อมูลได้ยาก นอกจากนี้ รูปร่างภายใน radar charts ยังสามารถสร้างภาพลวงตาที่ทำให้บางหมวดหมู่ดูสำคัญกว่าความเป็นจริง

สำหรับการเปรียบเทียบหลายตัวแปรในหลายหมวดหมู่ Grouped bar charts มักให้การเปรียบเทียบที่ชัดเจนและตีความได้แม่นยำกว่า

Small multiples ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ เมื่อแต่ละ Metric จำเป็นต้องถูกวิเคราะห์แยกจากกันโดยไม่มีความบิดเบือนทางเรขาคณิต

ในหลายกรณี radar charts ให้ความสำคัญกับความสวยงามมากกว่าความชัดเจนในการวิเคราะห์

Radar Charts

ทำไมการเลือกกราฟที่ดีกว่าจึงสำคัญ

Data visualization ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อทำให้รายงานดูสวยงาม จุดประสงค์หลักของกราฟคือการสื่อสารข้อมูลให้ชัดเจนและถูกต้อง

การเลือกกราฟที่ไม่เหมาะสมสามารถ:

  • ทำให้การตัดสินใจผิดพลาด
  • ซ่อนแนวโน้มสำคัญ
  • สร้างความสับสนโดยไม่จำเป็น
  • ลดความน่าเชื่อถือของข้อมูล

กราฟที่ดีช่วยลด Cognitive effort หรือภาระในการตีความข้อมูล ผู้ชมควรมองเห็น Insight ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาแปลความหมายของ Visualization ที่ซับซ้อนหรือบิดเบือน

ในการรายงานข้อมูลทางธุรกิจยุคใหม่ ความเรียบง่ายมักเป็นทางเลือกด้านการออกแบบที่ทรงพลังที่สุด

สรุป

Excel มีเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการสร้าง Dashboard และการนำเสนอข้อมูล แต่การเลือกประเภทกราฟที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก Pie charts, 3D charts, Dual-axis charts, Area charts แบบซ้อนทับ และ Radar charts อาจดูน่าสนใจในด้านภาพลักษณ์ แต่บ่อยครั้งกลับทำให้การวิเคราะห์ยากขึ้นแทนที่จะง่ายขึ้น

การเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกที่อ่านง่ายกว่า เช่น Bar charts, Line charts, Column charts หรือ Small multiples สามารถช่วยเพิ่มความชัดเจนและประสิทธิภาพในการสื่อสารข้อมูลได้อย่างมาก

กราฟที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นกราฟที่ตกแต่งสวยที่สุด แต่คือกราฟที่ช่วยให้ผู้คนเข้าใจข้อมูลได้ทันทีและสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นจากข้อมูลนั้น

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI 

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Fusionsol Blog in Vietnamese

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

Microsoft Copilot คือฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใช้ AI เพื่อช่วยในการทำงานภายในแอปของ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams โดยทำหน้าที่ช่วยสรุป เขียน วิเคราะห์ และจัดการข้อมูล

ปัจจุบัน Copilot รองรับ Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, OneNote, และอื่น ๆ ในตระกูล Microsoft 365

จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Copilot ทำงานร่วมกับโมเดล AI บนคลาวด์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอัปเดตข้อมูลล่าสุด

ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปรายงานในย่อหน้าเดียว” หรือ “เขียนอีเมลตอบลูกค้าอย่างเป็นทางการ” และ Copilot จะสร้างข้อความให้ตามคำสั่ง

ใช่ Copilot ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักความปลอดภัยและการปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลของผู้ใช้จะไม่ถูกใช้ในการฝึกโมเดล AI และมีระบบการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts