Table of Contents

ซื้อ ChatGPT ads ได้ง่ายขึ้นด้วย Ads Manager และระบบ CPC ใหม่

Facebook
X
LinkedIn
SEO-ChatGPT-Ads

OpenAI กำลังก้าวเข้าสู่อีกขั้นของการพัฒนาโฆษณาภายใน ChatGPT ด้วยการเปิดตัววิธีใหม่สำหรับธุรกิจในการเข้าร่วมระบบโฆษณาที่กำลังเติบโตของแพลตฟอร์ม บริษัทได้ประกาศขยายการเข้าถึงโฆษณา ChatGPT ผ่านพันธมิตรด้านเอเจนซีและเทคโนโลยี พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์ม Ads Manager แบบ Self-Serve เวอร์ชัน Beta ในสหรัฐอเมริกา

การอัปเดตครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถซื้อโฆษณา ChatGPT ได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใส และการควบคุมของผู้ใช้งาน

ที่สำคัญ OpenAI ยังคงย้ำว่า “โฆษณา” จะถูกแยกออกจากคำตอบของ ChatGPT อย่างชัดเจน เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและความเป็นกลางของคำตอบที่สร้างโดย AI

ก้าวใหม่ของโฆษณาใน ChatGPT

เมื่อ OpenAI เปิดตัวโครงการโฆษณาทดลองครั้งแรก การเข้าถึงยังจำกัดอยู่เฉพาะผู้ลงโฆษณาบางรายเท่านั้น จุดประสงค์คือเพื่อศึกษาว่าโฆษณาจะทำงานอย่างไรในสภาพแวดล้อมของ Conversational AI

ปัจจุบัน บริษัทกำลังก้าวออกจากช่วงทดลอง ด้วยการเปิดให้เข้าถึงผ่านพันธมิตรด้านโฆษณาและเทคโนโลยีรายใหญ่

พันธมิตรเอเจนซี ได้แก่:

  • Dentsu
  • Omnicom
  • Publicis
  • WPP

ในขณะเดียวกัน OpenAI ยังร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยี เช่น:

  • Adobe
  • Criteo
  • Kargo
  • Pacvue
  • StackAdapt

ระบบนิเวศนี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถซื้อโฆษณา ChatGPT ผ่านเครื่องมือและ workflow ที่คุ้นเคย และสามารถเชื่อมต่อกับระบบการตลาดที่ใช้อยู่เดิมได้อย่างง่ายดาย

Buy ChatGPT ads

Beta Ads Manager ช่วยให้ซื้อโฆษณา ChatGPT ได้ง่ายขึ้น

หนึ่งในการประกาศสำคัญที่สุดคือการเปิดตัว Ads Manager เวอร์ชัน Beta ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบบ Self-Serve ที่ช่วยให้ธุรกิจในสหรัฐฯ สามารถซื้อและจัดการโฆษณา ChatGPT ได้โดยตรง

แพลตฟอร์มนี้รองรับทั้ง:

  • ธุรกิจขนาดเล็กและ Startup
  • บริษัทขนาดกลาง
  • แบรนด์องค์กรระดับโลก

ภายใน Ads Manager ผู้ลงโฆษณาสามารถ:

  • ลงทะเบียนและจัดการบัญชีโฆษณา
  • เพิ่มวิธีการชำระเงิน
  • กำหนดงบประมาณและ Bid
  • อัปโหลดครีเอทีฟโฆษณา
  • เปิดใช้งานและติดตามแคมเปญ
  • ตรวจสอบผลลัพธ์และประสิทธิภาพของแคมเปญ

การเปิดตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปแสดงให้เห็นว่า OpenAI กำลังปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานอย่างระมัดระวังก่อนขยายสู่ตลาดโลก

เปิดตัวระบบ CPC Bidding สำหรับแคมเปญที่เน้นผลลัพธ์

ในช่วงแรกของโฆษณา ChatGPT แคมเปญส่วนใหญ่ใช้รูปแบบ CPM (Cost Per Thousand Impressions) ซึ่งช่วยให้ OpenAI ศึกษาพฤติกรรมการแสดงผลและความต้องการโฆษณาในสภาพแวดล้อม Conversational AI

ปัจจุบัน OpenAI กำลังเพิ่มตัวเลือก Cost-Per-Click (CPC) Bidding เพื่อให้ผู้ลงโฆษณาควบคุมค่าใช้จ่ายตามประสิทธิภาพได้มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะการใช้งาน ChatGPT มักเป็นการโต้ตอบที่มี “Intent” สูง ผู้ใช้มักจะ:

  • ค้นคว้าสินค้า
  • เปรียบเทียบบริการ
  • ประเมินการตัดสินใจซื้อ
  • ขอคำแนะนำ

ในสถานการณ์เหล่านี้ “การคลิก” กลายเป็นตัวชี้วัดความเกี่ยวข้องและการมีส่วนร่วมที่สำคัญกว่าการแสดงผลเพียงอย่างเดียว

ด้วยระบบ CPC:

  • ผู้ลงโฆษณาจะจ่ายเงินเมื่อมีการคลิกเท่านั้น
  • แคมเปญสามารถเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ที่วัดได้ชัดเจนมากขึ้น
  • ธุรกิจมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ

OpenAI ยังยืนยันว่าระบบ CPM และ CPC จะยังคงใช้งานร่วมกันต่อไป และอาจมีรูปแบบการประมูลเพิ่มเติมในอนาคต

การวัดผลที่แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมคงไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัว

การวัดผลถือเป็นหนึ่งในความสามารถที่ผู้ลงโฆษณาเรียกร้องมากที่สุดตั้งแต่ช่วงทดลองระบบโฆษณาใน ChatGPT เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว OpenAI จึงได้เปิดตัวเครื่องมือวัดประสิทธิภาพใหม่หลายรูปแบบ

ได้แก่:

  • Conversions API
  • ระบบวัดผลแบบ Pixel-based

เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้นักโฆษณาเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณา เช่น:

  • การซื้อสินค้า
  • การสร้างลีด (Lead Generation)
  • การสมัครใช้งาน
  • หรือผลลัพธ์ทางธุรกิจอื่น ๆ ที่มีความหมาย

อย่างไรก็ตาม OpenAI ยังคงย้ำอย่างชัดเจนว่า “ความเป็นส่วนตัว” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบระบบนี้

ผู้ลงโฆษณาจะได้รับเพียงข้อมูลเชิงสถิติแบบรวม (Aggregated Insights) เท่านั้น และจะไม่สามารถเข้าถึง:

  • บทสนทนาของผู้ใช้แต่ละราย
  • ข้อมูลส่วนบุคคล
  • Prompt หรือการโต้ตอบแบบส่วนตัว

แนวทางนี้ช่วยให้ OpenAI สามารถพัฒนาความแม่นยำของโฆษณาและการปรับแต่งแคมเปญได้ โดยไม่กระทบต่อความไว้วางใจของผู้ใช้งาน

กำลังสร้างแพลตฟอร์มโฆษณา AI ในรูปแบบใหม่

แตกต่างจากแพลตฟอร์มโฆษณาดิจิทัลแบบดั้งเดิม ระบบโฆษณาใน ChatGPT ถูกออกแบบโดยอิงจาก “เจตนาในการสนทนา” (Conversational Intent) มากกว่าการเสพคอนเทนต์แบบ Passive

OpenAI มองเห็นโอกาสในการช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง ในช่วงเวลาที่พวกเขากำลัง:

  • สำรวจไอเดีย
  • แก้ปัญหา
  • ตัดสินใจ
  • หรือค้นหาข้อมูลสำคัญ

บริษัทระบุว่าหลักการสำคัญหลายประการยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ได้แก่:

  • คำตอบของ ChatGPT ยังคงเป็นอิสระจากโฆษณา
  • บทสนทนายังคงเป็นส่วนตัว
  • ผู้ใช้ยังคงควบคุมประสบการณ์ของตนเองได้

สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยแยก “คำตอบจาก AI” ออกจาก “Sponsored Content” อย่างชัดเจน ทำให้แพลตฟอร์มยังคงมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ

สิ่งที่การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงสำหรับธุรกิจ

การขยายระบบโฆษณาใน ChatGPT ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงผู้ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีการโต้ตอบสูงและขับเคลื่อนด้วยการตัดสินใจ

เมื่อ Conversational AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่ผู้คนใช้ในการค้นหา เรียนรู้ และประเมินสินค้า งบประมาณโฆษณาอาจเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่แพลตฟอร์มที่ผู้ใช้มี “Intent” สูงมากขึ้น

สำหรับนักการตลาด ความสามารถในการ:

  • ซื้อ ChatGPT ads ได้โดยตรง
  • ปรับแต่งแคมเปญด้วยระบบ CPC bidding
  • วัดผล Conversion ที่มีความหมาย
  • ใช้การกำหนดเป้าหมายที่รักษาความเป็นส่วนตัว

กำลังสร้างช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่ ที่ผสาน AI Interaction เข้ากับ Performance Marketing อย่างลงตัว

บทสรุป

อัปเดตล่าสุดด้านโฆษณาของ OpenAI ถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างรายได้จาก Conversational AI ด้วยการขยายการเข้าถึงผ่านพาร์ตเนอร์ เปิดตัวระบบ Self-Serve และเพิ่มระบบ CPC Bidding ทำให้การลงโฆษณาใน ChatGPT เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจมากขึ้น

ขณะเดียวกัน OpenAI ยังคงยึด “ความเป็นส่วนตัว” และ “ความโปร่งใส” เป็นหลักสำคัญ โดยทำให้โฆษณาถูกแยกออกจากบทสนทนาและคำตอบจาก AI อย่างชัดเจน

เมื่อแพลตฟอร์มโฆษณา ChatGPT พัฒนาไปมากขึ้น อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการโฆษณาดิจิทัล จาก Display Ads แบบเดิม ไปสู่ประสบการณ์โฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วยบริบทและเจตนาของผู้ใช้ผ่าน AI อย่างแท้จริง

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI 

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Fusionsol Blog in Vietnamese

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

Microsoft Copilot คือฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใช้ AI เพื่อช่วยในการทำงานภายในแอปของ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams โดยทำหน้าที่ช่วยสรุป เขียน วิเคราะห์ และจัดการข้อมูล

ปัจจุบัน Copilot รองรับ Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, OneNote, และอื่น ๆ ในตระกูล Microsoft 365

จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Copilot ทำงานร่วมกับโมเดล AI บนคลาวด์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอัปเดตข้อมูลล่าสุด

ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปรายงานในย่อหน้าเดียว” หรือ “เขียนอีเมลตอบลูกค้าอย่างเป็นทางการ” และ Copilot จะสร้างข้อความให้ตามคำสั่ง

ใช่ Copilot ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักความปลอดภัยและการปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลของผู้ใช้จะไม่ถูกใช้ในการฝึกโมเดล AI และมีระบบการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts