Table of Contents

Gemini AI คืออะไร? ทำความเข้าใจ AI จาก Google

Facebook
X
LinkedIn
Google Gemini AI

Gemini AI คือแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์หลักของ Google ที่ถูกออกแบบให้เป็นระบบ AI แบบมัลติโมดัล (multimodal generative AI) ซึ่งมีความสามารถสูงและก้าวไกลกว่าการเป็นเพียงแชตบอททั่วไป นับตั้งแต่เปิดตัว Gemini ได้พัฒนาอย่างรวดเร็วผ่านหลายเวอร์ชัน โดยแต่ละรุ่นเพิ่มประสิทธิภาพด้านการให้เหตุผล ความเข้าใจ และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งในรูปแบบข้อความ ภาพ เสียง และอื่น ๆ 

เริ่มต้นด้วยโมเดลหลากหลายขนาดสำหรับงานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เวอร์ชันน้ำหนักเบาสำหรับมือถือ ไปจนถึงโมเดลประสิทธิภาพสูงระดับองค์กร ปัจจุบัน Gemini ได้กลายเป็นหนึ่งในระบบ AI ที่ล้ำหน้าที่สุด และถูกใช้งานในผลิตภัณฑ์ของ Google เอง (เช่น แอป Gemini และ AI Studio) รวมถึงผสานเข้ากับ Google Search, Maps และบริการอื่น ๆ อีกทั้งยังเปิดให้เข้าถึงผ่าน API สำหรับนักพัฒนาและองค์กรธุรกิจ 

 

จาก Conversational AI สู่ Multimodal Intelligence 

หัวใจสำคัญของ Gemini AI ไม่ใช่แค่การสร้างข้อความ แต่เป็นโมเดลมัลติโมดัลที่สามารถเข้าใจและสร้างคอนเทนต์ได้หลายรูปแบบ เช่น 

  • ข้อความภาษาธรรมชาติ (การสนทนา สรุป อธิบาย) 
  • ภาพและการมองเห็น (การรู้จำภาพ การสร้างคำบรรยาย และการสร้างภาพ) 
  • เสียงและดนตรี (เครื่องมือสร้างเพลงที่เพิ่งเพิ่มเข้ามา) 
  • โค้ดและการให้เหตุผล (การแก้ปัญหาซับซ้อนและวางแผนเชิงตรรกะ) 

ความสามารถที่หลากหลายนี้ทำให้ Gemini นำไปใช้ได้ตั้งแต่การตอบคำถามทั่วไป ไปจนถึงงานสร้างสรรค์และงานพัฒนาระดับมืออาชีพ 

นวัตกรรมโมเดลล่าสุด: Gemini 3.1 Pro และอื่น ๆ 

ในปี 2025 ถึงต้นปี 2026 Google ได้เปิดตัวการอัปเกรดครั้งใหญ่ในตระกูล Gemini ได้แก่ 

🔹 Gemini 3 Pro และ 3 Flash 

Gemini 3 Pro: ถือเป็นเวอร์ชันขั้นสูงที่มาพร้อมความสามารถในการให้เหตุผลที่แข็งแกร่ง ความเข้าใจบริบทที่ลึกขึ้น และคำตอบที่แม่นยำยิ่งกว่าเดิม รองรับงานซับซ้อน เช่น การวางแผน การวิเคราะห์ และการคิดเชิงลึกระยะยาว 

Gemini 3 Flash: เวอร์ชันที่มีประสิทธิภาพสูงและตอบสนองรวดเร็ว เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความหน่วงต่ำ เช่น แอปมือถือและระบบโต้ตอบแบบเรียลไทม์ 

🔹 Gemini 3.1 Pro (เวอร์ชันพรีวิว) 

Google ได้เปิดให้ใช้งาน Gemini 3.1 Pro แบบพรีวิว พร้อมรายงานว่าประสิทธิภาพด้านการให้เหตุผลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้สามารถแก้โจทย์ขั้นสูง วางแผนหลายขั้นตอน และให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำได้ดียิ่งขึ้น 

การพัฒนาเหล่านี้ช่วยให้ Gemini แข่งขันกับโมเดล AI ชั้นนำอื่น ๆ ได้ โดยเน้นทั้งความฉลาดเชิงลึกและการใช้งานจริงในโลกธุรกิจ 

Gemini ในการใช้งานจริง: ฟีเจอร์ใหม่ที่คุณลองได้ 

นอกจากการพัฒนาโมเดลหลัก Gemini AI ยังขยายความสามารถอย่างต่อเนื่อง 

🎵 การสร้างเพลงด้วย AI 

Gemini มีเครื่องมือสร้างเพลงที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลอย่าง Lyria 3 ช่วยให้ผู้ใช้สร้างเพลงสั้น ๆ พร้อมอารมณ์ เนื้อร้อง และภาพหน้าปก จากข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอภายในแอป Gemini 

📍 ระบบนำทางอัจฉริยะใน Maps 

Gemini ถูกนำมาใช้พัฒนา Google Maps ให้สามารถเข้าใจคำสั่งด้วยภาษาธรรมชาติ ทำให้ขอเส้นทางหรือคำแนะนำสถานที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น 

🤝 ผสานการทำงานในหลายแอป 

Google ผสาน Gemini เข้ากับ Gmail, Chrome และเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยให้ตอบสนองตามบริบทของผู้ใช้ได้อย่างชาญฉลาด 

📽️ การสร้างและแปลงคอนเทนต์ 

ฟีเจอร์อย่างการแปลงภาพนิ่งเป็นวิดีโอพร้อมเสียง แสดงให้เห็นถึงความสามารถมัลติมีเดียที่กำลังขยายตัวของ Gemini 

ภาพรวมของตระกูล Gemini Model

โมเดล 

ระดับประสิทธิภาพ 

เหมาะสำหรับ 

จุดเด่น 

การใช้งานหลัก 

Gemini Ultra (Advanced) 

⭐⭐⭐⭐⭐ (สูงสุด) 

ผู้ใช้ระดับสูง องค์กร นักวิจัย 

การให้เหตุผลขั้นลึก บริบทระยะยาว การวิเคราะห์ขั้นสูง 

งานวิจัย ระบบองค์กร โค้ดขั้นสูง วางกลยุทธ์ 

Gemini Pro 

⭐⭐⭐⭐ 

มืออาชีพ นักพัฒนา ผู้ใช้ธุรกิจ 

สมดุลระหว่างความเร็วและความสามารถ 

สร้างคอนเทนต์ เวิร์กโฟลว์ธุรกิจ วิเคราะห์ข้อมูล เขียนโค้ด 

Gemini Flash 

⭐⭐⭐ 

แอปแบบเรียลไทม์ 

หน่วงต่ำ ตอบสนองเร็ว 

แชตแอป เครื่องมือโต้ตอบ บอทบริการลูกค้า 

Gemini Nano 

⭐⭐ (ทำงานบนอุปกรณ์) 

มือถือ โหมดออฟไลน์ 

ทำงานบนอุปกรณ์ Android ที่รองรับ 

Smart replies สรุปข้อความ ฟีเจอร์ AI บนสมาร์ทโฟน 

 

สรุปแบบรวดเร็ว 

  • Gemini Ultra = ฉลาดและให้เหตุผลสูงสุด 
  • Gemini Pro = สมดุลสำหรับงานมืออาชีพ 
  • Gemini Flash = เน้นความเร็วแบบเรียลไทม์ 
  • Gemini Nano = AI บนอุปกรณ์มือถือ 

ทำไม Gemini AI จึงสำคัญ 

Gemini AI สะท้อนแนวโน้มของระบบอัจฉริยะที่: 

  • เข้าใจบริบทระยะยาว และสะท้อนความชอบของผู้ใช้ 
  • รองรับหลายรูปแบบคอนเทนต์ (ข้อความ ภาพ เสียง ฯลฯ) 
  • ผสานกับบริการประจำวันอย่าง Search, Maps และ Workspace 
  • เปิดให้พัฒนาต่อยอดผ่าน API และคลาวด์แพลตฟอร์ม 

ทำให้ Gemini ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือใช้งานทั่วไป แต่เป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมสำหรับธุรกิจ การศึกษา งานสร้างสรรค์ และการพัฒนาซอฟต์แวร์ 

ใครสามารถใช้งาน Gemini ได้บ้าง 

การเข้าถึง Gemini แตกต่างกันตามระดับผู้ใช้ 

  • ผู้ใช้ฟรี: ใช้เครื่องมือสนทนาและสร้างสรรค์พื้นฐาน 
  • ผู้ใช้แบบชำระเงิน (Gemini Advanced, Pro, Ultra): เข้าถึงความสามารถให้เหตุผลขั้นลึก บริบทขนาดใหญ่ และเครื่องมือพรีเมียม 
  • นักพัฒนาและองค์กร: ผสานโมเดลผ่าน Google AI Studio และ Vertex AI API เพื่อสร้างแอปพลิเคชันเฉพาะทาง 

แนวทางแบบหลายระดับนี้ช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้ ขณะเดียวกันก็รองรับผู้ใช้ระดับสูงอย่างเต็มประสิทธิภาพ 

บทสรุป 

Gemini AI กำลังก้าวสู่การเป็นระบบนิเวศ AI ที่ทรงพลังและยืดหยุ่น มากกว่าการเป็นเพียงแชตบอท ด้วยการวิจัยอย่างต่อเนื่อง การอัปเดตสม่ำเสมอ และชุดเครื่องมือด้านความคิดสร้างสรรค์และการวิเคราะห์ที่เพิ่มขึ้น Gemini กำลังผลักดันขีดจำกัดของผู้ช่วย AI ยุคใหม่ 

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้ทั่วไป ครีเอเตอร์ หรือนักพัฒนาระดับองค์กร Gemini มอบเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต 

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI 

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Fusionsol Blog in Vietnamese

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

Microsoft Copilot คือฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใช้ AI เพื่อช่วยในการทำงานภายในแอปของ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams โดยทำหน้าที่ช่วยสรุป เขียน วิเคราะห์ และจัดการข้อมูล

ปัจจุบัน Copilot รองรับ Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, OneNote, และอื่น ๆ ในตระกูล Microsoft 365

จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Copilot ทำงานร่วมกับโมเดล AI บนคลาวด์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอัปเดตข้อมูลล่าสุด

ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปรายงานในย่อหน้าเดียว” หรือ “เขียนอีเมลตอบลูกค้าอย่างเป็นทางการ” และ Copilot จะสร้างข้อความให้ตามคำสั่ง

ใช่ Copilot ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักความปลอดภัยและการปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลของผู้ใช้จะไม่ถูกใช้ในการฝึกโมเดล AI และมีระบบการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts