ขอแนะนำ Lockdown Mode ใน ChatGPT และ Elevated Risk labels

เมื่อระบบ AI มีความสามารถมากขึ้นและเชื่อมต่อกับเว็บ ข้อมูลองค์กร และแอปพลิเคชันจากบุคคลที่สามมากขึ้น ภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ความสามารถที่เพิ่มขึ้นย่อมนำมาซึ่งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และหนึ่งในภัยคุกคามที่โดดเด่นคือการโจมตีแบบ prompt injection
เพื่อตอบโจทย์ความเสี่ยงนี้ OpenAI ได้เปิดตัวมาตรการป้องกันสำคัญสองประการ ได้แก่
- Lockdown Mode in ChatGPT การตั้งค่าความปลอดภัยขั้นสูงแบบเลือกเปิดใช้ สำหรับผู้ใช้ที่มีความเสี่ยงสูง
- ป้ายกำกับ “Elevated Risk” เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่อบางฟีเจอร์อาจเพิ่มข้อพิจารณาด้านความปลอดภัย
มาตรการทั้งสองนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การนำ AI ไปใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ
เหตุใด Prompt Injection จึงมีความสำคัญ
การโจมตีแบบ prompt injection เกิดขึ้นเมื่อบุคคลที่สามแฝงคำสั่งที่เป็นอันตรายไว้ในเนื้อหาที่ระบบ AI ประมวลผล เช่น หน้าเว็บ เอกสาร หรือแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่ออยู่
เป้าหมายคืออะไร?
เพื่อแทนที่คำสั่งดั้งเดิม ดึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนออกไป หรือบิดเบือนผลลัพธ์ของระบบ
เมื่อเครื่องมือ AI เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลภายนอกและแอปต่าง ๆ มากขึ้น องค์กรจึงต้องทบทวนแนวทางป้องกันแบบเดิม เพราะมาตรการพื้นฐานอาจไม่เพียงพอในกรณีที่เวิร์กโฟลว์เกี่ยวข้องกับการท่องเว็บแบบเรียลไทม์ API หรือทรัพยากรองค์กรที่ใช้ร่วมกัน
นี่คือจุดที่ Lockdown Mode in ChatGPT เข้ามามีบทบาท
Lockdown Mode คืออะไร?
Lockdown Mode เป็นการกำหนดค่าความปลอดภัยระดับสูงที่สามารถเลือกเปิดใช้งานได้ ออกแบบมาสำหรับ
- ผู้บริหารในองค์กรขนาดใหญ่
- ทีมงานที่ทำงานกับข้อมูลอ่อนไหว
- ผู้ใช้ที่จัดการข้อมูลลับหรือข้อมูลภายใต้ข้อกำกับดูแล
- ตำแหน่งงานที่มีความเสี่ยงหรือเป็นที่จับตามองสูง
ฟีเจอร์นี้ไม่จำเป็นสำหรับผู้ใช้ทั่วไป แต่สำหรับผู้ที่เผชิญความเสี่ยงทางไซเบอร์ระดับสูง ระบบจะเพิ่มข้อจำกัดที่เข้มงวดและกำหนดชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงการรั่วไหลของข้อมูล

วิธีการทำงาน
Lockdown Mode จำกัดวิธีที่ ChatGPT โต้ตอบกับระบบภายนอกอย่างรอบคอบ โดยจะ
- ปิดการใช้งานบางเครื่องมือที่อาจเปิดช่องให้ข้อมูลอ่อนไหวรั่วไหล
- จำกัดการเชื่อมต่อเครือข่าย
- ลดความสามารถที่พึ่งพาแอปภายนอก
- เพิ่มชั้นความปลอดภัยเพิ่มเติมจากระบบควบคุมขององค์กรที่มีอยู่เดิม
ตัวอย่างเช่น
- การท่องเว็บถูกจำกัดเฉพาะเนื้อหาที่แคชไว้เท่านั้น
- ไม่มีการร้องขอเครือข่ายแบบเรียลไทม์ออกจากสภาพแวดล้อมควบคุมของ OpenAI
แนวทางนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้โจมตีเปลี่ยนเส้นทางข้อมูลสำคัญไปยังปลายทางที่เป็นอันตราย
ฟีเจอร์ที่ยังไม่มีการรับรองความปลอดภัยแบบกำหนดแน่ชัด (deterministic safety guarantees) อาจถูกปิดการใช้งานโดยสมบูรณ์
ผลลัพธ์คือสภาพแวดล้อมการทำงานที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อลดพื้นที่เสี่ยงต่อการโจมตีแบบ prompt injection
สร้างบนรากฐานความปลอดภัยระดับองค์กร
แพ็กเกจธุรกิจของ ChatGPT มีระบบป้องกันขั้นสูงอยู่แล้ว เช่น
- Sandboxing
- การป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลผ่าน URL
- การตรวจสอบและบังคับใช้นโยบาย
- การควบคุมสิทธิ์ตามบทบาท (Role-based access control)
- บันทึกการตรวจสอบ (Audit logs)
Lockdown Mode ถูกพัฒนาต่อยอดจากระบบเหล่านี้ ไม่ได้เข้ามาแทนที่
ปัจจุบันฟีเจอร์นี้พร้อมใช้งานสำหรับ
- ChatGPT Enterprise
- ChatGPT Edu
- ChatGPT for Healthcare
- ChatGPT for Teachers
ผู้ดูแลระบบ Workspace สามารถเปิดใช้งานผ่าน Workspace Settings โดยสร้างบทบาทเฉพาะ เมื่อเปิดใช้แล้ว ระบบจะเพิ่มข้อจำกัดเพิ่มเติมจากการตั้งค่าที่ผู้ดูแลกำหนดไว้เดิม
การควบคุมแอปแบบละเอียดสำหรับผู้ดูแลระบบ
ความปลอดภัยมักต้องแลกกับความยืดหยุ่น เนื่องจากบางเวิร์กโฟลว์สำคัญจำเป็นต้องพึ่งพาแอปภายนอก
เพื่อสร้างสมดุล ผู้ดูแลระบบสามารถ
- เลือกได้ว่าแอปใดจะยังคงใช้งานได้
- กำหนดได้ว่าภายในแอปนั้นอนุญาตให้ทำอะไรได้บ้าง
- ติดตามการใช้งานอย่างละเอียด
นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม Compliance API Logs ยังให้ความโปร่งใสเกี่ยวกับ
- การใช้งานแอปที่เชื่อมต่อ
- ข้อมูลที่ถูกแชร์
- แหล่งที่มาของเนื้อหาภายนอก
ทำให้องค์กรสามารถตรวจสอบได้แม้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด
ในอนาคตจะมีการเปิดตัว Lockdown Mode สำหรับผู้ใช้ทั่วไปด้วย
การแนะนำป้ายกำกับ “Elevated Risk”
แม้ Lockdown Mode จะเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มีความเสี่ยงสูง เวิร์กโฟลว์ AI ส่วนใหญ่มักมีความเสี่ยงระดับปานกลางมากกว่า
แทนที่จะลบความสามารถเหล่านั้นออก OpenAI จึงเพิ่มป้ายกำกับ “Elevated Risk” เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนในผลิตภัณฑ์
ป้ายกำกับนี้ปรากฏใน
- ChatGPT
- ChatGPT Atlas
- Codex
โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบเมื่อฟีเจอร์นั้นอาจเพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะในด้านการเชื่อมต่อเครือข่าย
ป้าย Elevated Risk หมายความว่าอย่างไร?
เมื่อเห็นป้าย Elevated Risk หมายถึง
- ฟีเจอร์นั้นเชื่อมต่อกับเว็บหรือระบบภายนอก
- อาจมีความเสี่ยงเพิ่มเติม
- ผู้ใช้ควรพิจารณาก่อนเปิดใช้งาน
ตัวอย่างเช่น ใน Codex ผู้พัฒนาสามารถเปิดให้เข้าถึงเครือข่ายเพื่อค้นหาเอกสารออนไลน์ได้ ซึ่งหน้าการตั้งค่าจะมี
- ป้าย Elevated Risk
- คำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง
- สรุปความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
- แนวทางว่าเมื่อใดจึงเหมาะสมในการเปิดใช้งาน
ความโปร่งใสนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการระดับความเสี่ยงได้ด้วยตนเอง
แนวทางสมดุลด้านความปลอดภัย AI
AI จะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อเชื่อมต่อกับข้อมูลสด ระบบองค์กร API และทรัพยากรบนเว็บ
แต่ความสามารถต้องไม่แลกมาด้วยความเสี่ยงโดยที่ผู้ใช้ไม่รับรู้
การเปิดตัว Lockdown Mode in ChatGPT แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงสู่
- ความปลอดภัยแบบกำหนดแน่ชัดสำหรับผู้ใช้ความเสี่ยงสูง
- การควบคุมระดับองค์กรอย่างละเอียด
- การสื่อสารความเสี่ยงอย่างโปร่งใส
- การนำ AI ไปใช้อย่างมีความรับผิดชอบ
เมื่อระบบป้องกันพัฒนามากขึ้น และความเสี่ยงบางประการได้รับการจัดการอย่างสมบูรณ์ ป้าย Elevated Risk อาจถูกยกเลิกในอนาคตตามสภาพแวดล้อมภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป

ก้าวต่อไปคืออะไร?
ความปลอดภัยของ AI ไม่เคยหยุดนิ่ง แต่พัฒนาไปพร้อมกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่
ด้วย Lockdown Mode in ChatGPT และป้าย Elevated Risk OpenAI ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการ
- เสริมความปลอดภัยระดับองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
- สนับสนุนการตัดสินใจของผู้ใช้ด้วยข้อมูลที่โปร่งใส
- รับมือกับรูปแบบการโจมตีใหม่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับองค์กรที่ดูแลข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลภายใต้ข้อกำกับ หรือดำเนินงานในสภาพแวดล้อมความเสี่ยงสูง การอัปเดตเหล่านี้ไม่ได้มอบเพียงประสิทธิภาพที่ดีขึ้น แต่ยังมอบความมั่นใจในการใช้งาน
นวัตกรรม AI ต้องก้าวหน้าอย่างมีความรับผิดชอบ และการพัฒนาครั้งนี้คืออีกก้าวสำคัญในทิศทางนั้น
สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่
สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา
หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol Blog, IP Phone Blog, Chat Framework Blog, และ OpenAI Blog.
New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI
ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!
Fusionsol Blog in Vietnamese
Related Articles
- Microsoft 365 คืออะไร?
- What is Azure AI Foundry Labs?
- Power BI Free Plan: A Deep Dive into Microsoft’s BI Solution
- Data Warehouse คืออะไร?
- Microsoft Fabric คืออะไร?
- GitHub Copilot คุ้มค่าหรือไม่?
- Refine AI Image prompts: Enhance AI-generated images to perfection
- What is Nvidia PersonaPlex? NVIDIA’s new AI technology




