Table of Contents

Veeam ราคาพิเศษ: เจาะลึกแผนฟีเจอร์ของ Veeam Data Platform

Facebook
X
LinkedIn
Veeam ราคาพิเศษ

เมื่อองค์กรกำลังมองหาโซลูชันด้านการปกป้องและกู้คืนข้อมูลยุคใหม่ Veeam Data Platform ถือเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นและความสามารถด้านความทนทานต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่แข็งแกร่ง แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการแบ็กอัปเพียงอย่างเดียว แต่ยังมอบการปกป้องที่ปลอดภัย ชาญฉลาด และทำงานอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรพร้อมรับมือและกู้คืนจากเหตุขัดข้องต่าง ๆ รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ 

แผนฟีเจอร์ของ Veeam Data Platform สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Secure Foundation, Cyber Resilience และ Enterprise Resilience ซึ่งแต่ละระดับถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การปกป้องและความต้องการด้านการปฏิบัติงานที่แตกต่างกัน 

Secure Foundation – การปกป้องข้อมูลขั้นพื้นฐานที่จำเป็น 

แผน Secure Foundation มุ่งเน้นความสามารถหลักด้านการแบ็กอัปและการกู้คืนที่ทุกองค์กรจำเป็นต้องมี ในระดับนี้ องค์กรจะได้รับบริการแบ็กอัปที่เชื่อถือได้ พร้อมการปกป้องพื้นฐานเพื่อรักษาความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูล 

ความสามารถหลัก ได้แก่: 

  • การสำรองและทำซ้ำข้อมูล (Backup & Replication) สำหรับเวิร์กโหลดต่าง ๆ 
  • การปกป้องข้อมูลขั้นพื้นฐานทั้งในสภาพแวดล้อม on-premises และ cloud 
  • รองรับ Immutable Storage เพื่อป้องกันการแก้ไขหรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต 
  • การเข้ารหัสข้อมูลทั้งระหว่างส่งและขณะจัดเก็บ 

แผนนี้เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการรากฐานที่แข็งแรง มีระบบแบ็กอัปและกู้คืนที่เชื่อถือได้โดยไม่เพิ่มความซับซ้อน และมักถูกเลือกโดยองค์กรที่ต้องการโซลูชันที่คุ้มค่าแต่ยังคงความปลอดภัยสูง 

Cyber Resilience – การปกป้องขั้นสูงและการมองเห็นภัยคุกคาม 

Cyber Resilience เป็นการยกระดับจากการแบ็กอัปพื้นฐาน โดยเพิ่มเครื่องมือด้านความปลอดภัยและการมองเห็นระบบ เพื่อปกป้องข้อมูลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ดียิ่งขึ้น 

นอกเหนือจากทุกฟีเจอร์ใน Secure Foundation แผนนี้ยังมอบ: 

  • เครื่องมือ Monitoring และ Analytics สำหรับตรวจจับปัญหาเชิงรุก 
  • แดชบอร์ดด้านความปลอดภัยและการมองเห็นความเสี่ยง 
  • ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการประเมินภัยคุกคามล่วงหน้า 
  • การเชื่อมต่อกับเครื่องมือตรวจจับความผิดปกติและสแกนมัลแวร์ 

ความสามารถเหล่านี้ช่วยให้ทีมความปลอดภัยมองเห็นภาพรวมและบริบทที่จำเป็นในการรับมือกับแรนซัมแวร์และภัยคุกคามอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูลไว้ แต่ยังตรวจสอบและปกป้องได้จริง 

Enterprise Resilience – การควบคุม การทำงานอัตโนมัติ และการรองรับข้อกำหนด 

Enterprise Resilience รวมจุดแข็งของสองแผนแรก และเพิ่มความสามารถด้านการจัดการอัตโนมัติ การควบคุม และการปฏิบัติตามข้อกำหนด เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีสภาพแวดล้อมซับซ้อนและต้องการการกู้คืนในระดับสูง 

นอกเหนือจากแบ็กอัป ความปลอดภัย และการมอนิเตอร์ที่ครบถ้วน แผนนี้ยังมี: 

  • Recovery Orchestration สำหรับทำงานกู้คืนที่ซับซ้อนแบบอัตโนมัติ 
  • เอกสารและเครื่องมือรองรับด้าน Compliance และ Audit 
  • การมองเห็นและรายงานผลแบบรวมศูนย์ทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐาน 
  • AI ขั้นสูงเพื่อช่วยตัดสินใจและวางแผนด้านความทนทานของระบบ 

แผนนี้เหมาะที่สุดสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการมากกว่าแค่การแบ็กอัป แต่ต้องการการกู้คืนอัตโนมัติและความพร้อมด้านกฎระเบียบในระดับองค์กร 

 

ตารางเปรียบเทียบฟีเจอร์ 

ตารางด้านล่างช่วยให้เข้าใจได้ง่ายว่าแต่ละแผนเพิ่มขีดความสามารถจากระดับก่อนหน้าอย่างไร 

Feature / Plan 

Secure Foundation 

Cyber Resilience 

Enterprise Resilience 

Core Backup & Replication 

✔️ 

✔️ 

✔️ 

Immutable Storage 

✔️ 

✔️ 

✔️ 

Encryption & Access Control 

✔️ 

✔️ 

✔️ 

Monitoring & Analytics 

 

✔️ 

✔️ 

Security & Observability 

 

✔️ 

✔️ 

AI-Powered Insights 

 

✔️ 

✔️ 

Proactive Threat Assessment 

 

✔️ 

✔️ 

Recovery Orchestration 

 

 

✔️ 

Compliance & Reporting 

 

 

✔️ 

ตารางนี้แสดงให้เห็นว่าองค์กรสามารถเริ่มต้นจากการแบ็กอัปพื้นฐาน และขยายไปสู่ความพร้อมระดับองค์กรด้วยการป้องกันภัยคุกคามอัจฉริยะและการกู้คืนอัตโนมัติได้อย่างไร 

image

เลือกแผน Veeam Data Platform ที่เหมาะกับองค์กรของคุณ 

การเลือกแผนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดองค์กร ระดับความเสี่ยง ความพร้อมด้าน IT และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ ต่อไปนี้คือคำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับแต่ละแผน 

Secure Foundation – เหมาะสำหรับทีมเล็กและองค์กรที่คุมงบประมาณ 

เหมาะสำหรับ: 

  • ธุรกิจขนาดเล็กและสตาร์ทอัป 
  • องค์กรที่เพิ่งเริ่มต้นจัดการแบ็กอัปอย่างเป็นระบบ 
  • ทีม IT ที่มีโครงสร้างพื้นฐานไม่ซับซ้อน 
  • สภาพแวดล้อมที่ต้องการความคุ้มค่าเป็นหลัก 

เหตุผลที่ควรเลือกแผนนี้: 
Secure Foundation มอบสิ่งจำเป็นทั้งหมด ได้แก่ แบ็กอัปที่เชื่อถือได้ การควบคุมความปลอดภัยที่แข็งแรง และ Immutable Storage เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความอุ่นใจโดยไม่ต้องมีระบบวิเคราะห์หรืออัตโนมัติขั้นสูง 

Cyber Resilience – เหมาะสำหรับองค์กรที่เน้นความปลอดภัยและกำลังเติบโต 

เหมาะสำหรับ: 

  • ธุรกิจขนาดกลาง 
  • องค์กรที่มีความเสี่ยงจากแรนซัมแวร์สูง 
  • ทีม IT ที่ต้องการมองเห็นสุขภาพของแบ็กอัปและภัยคุกคาม 
  • องค์กรที่ใช้งานระบบไฮบริดหรือมัลติคลาวด์ 

เหตุผลที่ควรเลือกแผนนี้: 
Cyber Resilience เพิ่มความชาญฉลาดและการมองเห็นจากระบบพื้นฐาน ช่วยให้องค์กรสามารถตรวจจับปัญหาได้ก่อนจะกลายเป็นเหตุระบบล่มหรือการละเมิดข้อมูล เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความมั่นใจว่าแบ็กอัปไม่เพียงแค่มีอยู่ แต่ยังสะอาดและกู้คืนได้จริง 

Enterprise Resilience – เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมที่ถูกกำกับดูแล 

เหมาะสำหรับ: 

  • องค์กรขนาดใหญ่ที่มีระบบ IT ซับซ้อน 
  • องค์กรที่มีข้อกำหนดด้าน Compliance และ Audit เข้มงวด 
  • ธุรกิจที่ต้องการการกู้คืนระบบอัตโนมัติอย่างรวดเร็ว 
  • องค์กรที่ดำเนินงานหลายสาขาหรือหลายภูมิภาค 

เหตุผลที่ควรเลือกแผนนี้: 
Enterprise Resilience ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานในระดับใหญ่ การทำงานอัตโนมัติ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ Recovery Orchestration รายงานแบบรวมศูนย์ และเอกสารด้าน Compliance ทำให้เหมาะสำหรับระบบที่มีความสำคัญต่อภารกิจหลักขององค์กร 

วิธีตัดสินใจอย่างรวดเร็ว 

หากต้องการเลือกแบบสั้นและชัดเจน: 

  • ต้องการแบ็กอัปที่เชื่อถือได้ในงบประมาณต่ำ → Secure Foundation 
  • กังวลเรื่องแรนซัมแวร์และภัยไซเบอร์ → Cyber Resilience 
  • ต้องการระบบอัตโนมัติ Compliance และการกู้คืนระดับองค์กร → Enterprise Resilience 

หากคุณกำลังพิจารณานำแพลตฟอร์มการปกป้องข้อมูลที่ทรงพลังมาใช้งาน สามารถรับ Veeam ราคาพิเศษ และดูรายละเอียดแผนฟีเจอร์ทั้งหมดได้ที่: 

👉 https://www.fusionsol.com/products/veeam-data-platform/ 

เมื่อเลือกแผนที่เหมาะสม องค์กรของคุณจะได้รับมากกว่าซอฟต์แวร์แบ็กอัป แต่คือแพลตฟอร์มความยืดหยุ่นที่ช่วยปกป้อง กู้คืน และบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพแวดล้อม 

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI 

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Fusionsol Blog in Vietnamese

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

Microsoft Copilot คือฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใช้ AI เพื่อช่วยในการทำงานภายในแอปของ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams โดยทำหน้าที่ช่วยสรุป เขียน วิเคราะห์ และจัดการข้อมูล

ปัจจุบัน Copilot รองรับ Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, OneNote, และอื่น ๆ ในตระกูล Microsoft 365

จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Copilot ทำงานร่วมกับโมเดล AI บนคลาวด์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอัปเดตข้อมูลล่าสุด

ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปรายงานในย่อหน้าเดียว” หรือ “เขียนอีเมลตอบลูกค้าอย่างเป็นทางการ” และ Copilot จะสร้างข้อความให้ตามคำสั่ง

ใช่ Copilot ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักความปลอดภัยและการปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลของผู้ใช้จะไม่ถูกใช้ในการฝึกโมเดล AI และมีระบบการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts