Table of Contents

OpenAI AgentKit: ชุดเครื่องมือพัฒนา Agent แบบครบวงจร

Facebook
X
LinkedIn
OpenAI AgentKit

OpenAI เพิ่งเปิดตัว OpenAI AgentKit ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักพัฒนาและองค์กรสามารถสร้าง ปรับใช้ และเพิ่มประสิทธิภาพของ intelligent agents ได้อย่างมีประสิทธิผลมากกว่าที่เคย 

หากคุณต้องการฝัง agent ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ลงในแอปพลิเคชันของคุณ AgentKit จะช่วยทำให้กระบวนการทั้งหมดง่ายขึ้น — ตั้งแต่การออกแบบ workflow ไปจนถึงการตรวจสอบประสิทธิภาพ — ภายในเฟรมเวิร์กที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ 

AgentKit คืออะไร 

AgentKit ถูกออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนในวงจรการพัฒนา agent ซึ่งเดิมทีต้องใช้เครื่องมือแยกกันหลายอย่าง เช่น การจัดการ orchestration, การประเมินผล (evaluation), การควบคุมเวอร์ชัน และการฝัง UI ด้านหน้า (front-end embedding) 

องค์ประกอบหลักของ AgentKit 

Agent Builder – พื้นที่ทำงานแบบ visual canvas สำหรับออกแบบ สร้างเวอร์ชัน และแสดงตัวอย่าง multi-agent workflows 

  • มีฟีเจอร์ drag-and-drop, เทมเพลต, guardrails และเครื่องมือประเมินผล 
  • ช่วยให้ทีม เช่น Ramp และ LY Corporation สามารถสร้าง agent ได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แทนที่จะใช้เวลาหลายเดือน 

Connector Registry – ศูนย์กลางการจัดการการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Google Drive, SharePoint และ Teams 

  • ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมและรักษาความปลอดภัยของการเชื่อมต่อข้อมูลในแต่ละ workspace ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • ChatKit – ชุดเครื่องมือ UI สำหรับฝัง agent แบบสนทนา (chat-based) ลงในแอปหรือเว็บไซต์โดยตรง 
  • ทำให้การสร้างและเผยแพร่ระบบสนทนาเพื่อการบริการลูกค้า การอบรม หรือการค้นคว้าเป็นเรื่องง่าย 
  • บริษัทต่าง ๆ เช่น Canva และ HubSpot ใช้ ChatKit เพื่อเปิดตัว chat agent ได้อย่างรวดเร็ว 

Evals Enhancements – เครื่องมือขยายความสามารถด้านการประเมินผลของ agent 

  • เพิ่มฟังก์ชัน เช่น datasets, trace grading, การปรับ prompt อัตโนมัติ และการทดสอบกับโมเดลจากภายนอก 
  • ช่วยเพิ่มความแม่นยำและความน่าเชื่อถือสำหรับการใช้งานระดับองค์กร 

Reinforcement Fine-Tuning (RFT) – เครื่องมือสำหรับปรับแต่ง reasoning model (ใช้งานได้บน o4-mini และกำลังทดสอบบน GPT-5 รุ่นเบต้า) 

  • เพิ่มความสามารถในการสร้าง custom tool calls และ custom graders เพื่อให้ควบคุมเหตุผลและการตัดสินใจของโมเดลได้ละเอียดมากขึ้น 

เครื่องมือเหล่านี้ช่วยลดเวลาและความซับซ้อนจากการสร้างต้นแบบไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างมาก 

Visual__Agent_Builder_Template_Assets

ทำไม AgentKit จึงมีความสำคัญ 

การสร้าง agent ต้องผ่านหลายขั้นตอนที่ซับซ้อน ตั้งแต่การกำหนดตรรกะ การเชื่อมต่อข้อมูล การปรับแต่ง prompt ไปจนถึงการประเมินผลจริงในสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง 
AgentKit รวมทุกองค์ประกอบเหล่านี้ไว้ในระบบเดียว ทำให้ได้ประโยชน์หลายด้าน เช่น 

  • วงจรการพัฒนาที่รวดเร็วขึ้น 
    ใช้ Agent Builder เพื่อออกแบบและปรับ flow ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ในการเขียน orchestration เอง 
  • การกำกับดูแลและควบคุมที่สอดคล้องกัน 
    Connector Registry ช่วยควบคุมการเชื่อมต่อข้อมูลทั้งหมดให้อยู่ในระบบที่ตรวจสอบได้ 
  • ประสบการณ์ใช้งานแบบฝังตัว (Embedded UX) 
    ChatKit ช่วยให้สร้างระบบสนทนาที่ดูกลมกลืนกับผลิตภัณฑ์ พร้อมรองรับฟังก์ชันอย่าง message streaming, fallback behavior และ UI theming 
  • การประเมินผลอย่างเข้มงวด 
    ด้วย trace grading, การปรับ prompt อัตโนมัติ และการรองรับโมเดลจากภายนอก ผู้พัฒนาสามารถปรับปรุง agent ได้จากข้อมูลการใช้งานจริง 
  • การควบคุมโมเดลระดับสูงผ่าน RFT 
    ปรับแต่งโมเดลให้เข้าใจบริบทของงานได้ลึกขึ้น และเรียนรู้การเรียกใช้เครื่องมือหรือประเมินผลตามเกณฑ์ที่องค์กรกำหนดเอง 

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ AgentKit กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่พร้อมใช้งานจริง (production-ready) สำหรับองค์กรที่เคยใช้ response API หรือ agent SDK 

 

ตัวอย่างการใช้งานจริงและความสำเร็จ 

AgentKit ได้รับการใช้งานจากหลายองค์กรที่ต้องการปรับปรุงระบบ agent ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น 

  • ระบบบริการลูกค้าอัตโนมัติ – Klarna ใช้ agent ที่ช่วยจัดการคำขอของลูกค้าได้ถึงสองในสามของทั้งหมด 
  • การเร่งยอดขาย – Clay รายงานว่าสามารถเพิ่มการเติบโตได้ถึง 10 เท่าด้วยการฝัง workflow ของ agent ในเครื่องมือของตน 
  • ผู้ช่วยข้อมูลภายในองค์กร – Ramp และ LY Corporation ใช้ Agent Builder เพื่อสร้าง agent ที่พร้อมใช้งานจากศูนย์ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โดยทีมผลิตภัณฑ์ ฝ่ายกฎหมาย และวิศวกรรมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น 

กรณีเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า AgentKit สามารถย่นระยะเวลาในการพัฒนาและขยายการใช้งาน agent ในระดับองค์กรได้จริง 

การเปิดให้ใช้งานและข้อควรทราบ 

  • Agent Builder: อยู่ในช่วงเบต้า 
  • Connector Registry: กำลังเปิดให้ใช้งานแบบเบต้าสำหรับผู้ใช้บางส่วนใน API, ChatGPT Enterprise และภาคการศึกษา 
  • ChatKit และ Evals Enhancements: เปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้ว 
  • ราคา: ฟีเจอร์ทั้งหมดของ AgentKit รวมอยู่ในโครงสร้างราคามาตรฐานของ API models 

หากคุณเป็นผู้ใช้งาน OpenAI API อยู่แล้ว OpenAI AgentKit ถือเป็นการอัปเกรดที่เป็นธรรมชาติ พร้อมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและเครื่องมือที่ครบถ้วนในตัว 

สรุป 

การเปิดตัว OpenAI AgentKit ถือเป็นก้าวสำคัญในวิวัฒนาการของการพัฒนา agent เพราะมันเปลี่ยนแนวคิดจากการใช้เครื่องมือแยกส่วน มาเป็นเฟรมเวิร์กเดียวที่ครบวงจรและยืดหยุ่นสำหรับการสร้าง ฝัง และปรับแต่ง intelligent agents 

ด้วยองค์ประกอบสำคัญอย่าง Agent Builder, Connector Registry, ChatKit, Evals Enhancements และ Reinforcement Fine-Tuning, นักพัฒนาและองค์กรสามารถเร่งนวัตกรรมได้อย่างมั่นใจ พร้อมทั้งควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบได้อย่างเต็มที่. 

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI 

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Fusionsol Blog in Vietnamese

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

Microsoft Copilot คือฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใช้ AI เพื่อช่วยในการทำงานภายในแอปของ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams โดยทำหน้าที่ช่วยสรุป เขียน วิเคราะห์ และจัดการข้อมูล

ปัจจุบัน Copilot รองรับ Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, OneNote, และอื่น ๆ ในตระกูล Microsoft 365

จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Copilot ทำงานร่วมกับโมเดล AI บนคลาวด์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอัปเดตข้อมูลล่าสุด

ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปรายงานในย่อหน้าเดียว” หรือ “เขียนอีเมลตอบลูกค้าอย่างเป็นทางการ” และ Copilot จะสร้างข้อความให้ตามคำสั่ง

ใช่ Copilot ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักความปลอดภัยและการปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลของผู้ใช้จะไม่ถูกใช้ในการฝึกโมเดล AI และมีระบบการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts