Table of Contents

Google กำหนด Gemini usage limit และอัปเกรดสำหรับผู้ใช้ Google AI

Facebook
X
LinkedIn
Gemini Usage Limit

เมื่อ Google ยังคงขยายระบบนิเวศ AI ของตน แอป Gemini ก็กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ถูกใช้งานมากที่สุดสำหรับการทำงานส่วนบุคคลและความคิดสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI อื่น ๆ ก็ยังคงมีข้อจำกัดบางอย่างเพื่อให้เกิดความยุติธรรม ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นเหตุผลที่มีการกำหนด Gemini Usage Limit ซึ่งเป็นการกำหนดขอบเขตการเข้าถึงของผู้ใช้แต่ละรายตามแผนการสมัครสมาชิก 

ทำความเข้าใจกับ Gemini Usage Limit 

Gemini Usage Limit คือข้อจำกัดที่ Google กำหนดไว้ในการใช้งานพรอมต์ บทสนทนา และฟีเจอร์ AI ขั้นสูงภายในแอป Gemini ข้อจำกัดเหล่านี้ช่วยป้องกันระบบล่ม และทำให้มั่นใจได้ว่าทรัพยากรถูกกระจายไปยังผู้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ 

สำหรับผู้ใช้งานฟรี การจำกัดจะเข้มงวดกว่า ขณะที่ผู้ใช้ Pro และ Ultra จะได้รับสิทธิ์การใช้งานที่มากขึ้นและเครื่องมือขั้นสูงกว่า 

ประเภทแผนและการเข้าถึง 

แผนการใช้งาน 

การเข้าถึงโมเดล Gemini 

พรอมต์ / วัน 

Context Window 

การสร้างภาพและวิดีโอ 

ฟีเจอร์พิเศษ 

ฟรี 

2.5 Pro (พื้นฐาน) 

5 พรอมต์/วัน 

32K tokens 

จำกัด (สูงสุด 100 รูป/วัน) 

ฟีเจอร์มาตรฐาน 

Pro 

2.5 Pro + Flash 

100 พรอมต์/วัน 

1M tokens 

สูงสุด 1,000 รูป/วัน + 3 วิดีโอ/วัน 

Deep Research, Scheduled Actions 

Ultra 

2.5 Pro, Flash + Veo 3 

500 พรอมต์/วัน 

1M+ tokens 

สูงสุด 1,000 รูป/วัน + 5 วิดีโอ/วัน 

Deep Think, Early Access 

 

Gemini app access

เหตุผลที่ Google กำหนด Gemini Usage Limit 

Google แนะนำ Gemini Usage Limit ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการ: 

  • การเข้าถึงอย่างยุติธรรม – ป้องกันไม่ให้มีผู้ใช้บางคนใช้งานมากเกินไป จนทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้คนอื่นแย่ลง 
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพ – บริหารจัดการความสามารถของเซิร์ฟเวอร์ให้รองรับคำถามนับล้านต่อวัน 
  • การกระตุ้นให้อัปเกรด – ให้ประสบการณ์เหมือนทดลองใช้ฟรี ขณะที่ผู้ใช้ Pro และ Ultra จะปลดล็อกความสามารถขั้นสูงเพิ่มเติม 

ฟีเจอร์ที่จะได้รับเมื่ออัปเกรด 

เมื่ออัปเกรดไปยัง Google AI Pro หรือ Ultra ผู้สมัครใช้งานจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย เช่น: 

  • จำนวนพรอมต์ที่เพิ่มขึ้น – จากเพียง 5 ต่อวันในแผนฟรี ไปจนถึง 500 ต่อวันในแผน Ultra 
  • Context Window ที่ลึกกว่า – รองรับการประมวลผลเอกสารหรือบทสนทนายาว ๆ โดยไม่ตัดเนื้อหา 
  • เครื่องมือสร้างสรรค์ – การสร้างวิดีโอด้วย Veo 3, การแก้ไขภาพขั้นสูง และการทำ mockup บรรจุภัณฑ์ 
  • Deep Research และ Deep Think – การวิเคราะห์และการใช้เหตุผลเชิงลึกจาก AI ที่มีให้เฉพาะผู้ใช้ระดับพรีเมียม 

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อถึงขีดจำกัด? 

หากคุณใช้งานครบตาม Gemini Usage Limit รายวันหรือรายเดือน คุณมี 2 ทางเลือก: 

  1. รอการรีเซ็ต – ขีดจำกัดจะถูกรีเฟรชเป็นระยะ ทำให้สามารถใช้งานต่อได้หลังจากช่วงพัก 
  2. อัปเกรดแผน – การสมัคร Pro หรือ Ultra จะทำให้เข้าถึงการใช้งานและฟีเจอร์ขั้นสูงได้ทันที 

สรุป 

Gemini Usage Limit ไม่ได้มีไว้เพื่อจำกัดผู้ใช้เพียงอย่างเดียว แต่เพื่อสร้างสมดุลในการเข้าถึง ปรับปรุงประสิทธิภาพ และสร้างเส้นทางที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องมือ AI ขั้นสูง ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการทดลองความสามารถของ Gemini หรือผู้ใช้งานระดับพลังที่ใช้ Pro และ Ultra เพื่อการวิจัย การออกแบบ หรือการสร้างคอนเทนต์ การเข้าใจขีดจำกัดเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนและใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด 

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

New Gemini Tools For Educators: Empowering Teaching with AI 

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Fusionsol Blog in Vietnamese

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

Microsoft Copilot คือฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ใช้ AI เพื่อช่วยในการทำงานภายในแอปของ Microsoft 365 เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams โดยทำหน้าที่ช่วยสรุป เขียน วิเคราะห์ และจัดการข้อมูล

ปัจจุบัน Copilot รองรับ Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams, OneNote, และอื่น ๆ ในตระกูล Microsoft 365

จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เนื่องจาก Copilot ทำงานร่วมกับโมเดล AI บนคลาวด์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและอัปเดตข้อมูลล่าสุด

ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่ง เช่น “สรุปรายงานในย่อหน้าเดียว” หรือ “เขียนอีเมลตอบลูกค้าอย่างเป็นทางการ” และ Copilot จะสร้างข้อความให้ตามคำสั่ง

ใช่ Copilot ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักความปลอดภัยและการปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลของผู้ใช้จะไม่ถูกใช้ในการฝึกโมเดล AI และมีระบบการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts