Table of Contents

Copilot คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์ พร้อมเปรียบเทียบ AI

Copilot คืออะไร

ในยุคของ AI ที่เข้ามามีบทบาทในทุกแง่มุมของการทำงานและธุรกิจ หลายคนคงเคยสงสัยว่า Copilot คืออะไร และเหตุใดองค์กรต่าง ๆ ถึงหันมาใช้งานเทคโนโลยีนี้กันอย่างแพร่หลาย บทความนี้จะอธิบายแบบครบถ้วนว่า Copilot ทำอะไรได้บ้าง ประโยชน์ ข้อจำกัด และตัวอย่างการใช้งานจริงในแต่ละสายอาชีพ เพื่อให้คุณสามารถนำไปปรับใช้ในงานของคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

Copilot คืออะไร? ทำไมจึงสำคัญในยุคนี้? 

Copilot คือผู้ช่วยเสมือนหรือ AI Assistant ที่ใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ในการช่วยแนะนำหรือทำงานแทนผู้ใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโค้ด การเขียนเนื้อหา การวิเคราะห์ข้อมูล หรือแม้กระทั่งการจัดประชุม Copilot ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแบบอัตโนมัติ 

Microsoft, GitHub, Google และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้นำ Copilot มาใช้ในผลิตภัณฑ์ของตน เช่น GitHub Copilot สำหรับนักพัฒนา หรือ Microsoft 365 Copilot ที่ช่วยในงานเอกสาร งานพรีเซนเทชัน และอีเมล 

 

ประโยชน์หลักของการใช้ Copilot 

การมี Copilot ในที่ทำงานหรือในกระบวนการพัฒนาธุรกิจ สามารถสร้างข้อได้เปรียบได้อย่างมาก ดังนี้: 

  1. เพิ่มความเร็วและลดเวลาในงานประจำ

Copilot สามารถช่วยให้คุณเขียนโค้ด สร้างเอกสาร หรือจัดการงานต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้นถึง 30-50% ช่วยลดเวลาการทำงานที่ต้องทำซ้ำ 

  1. ลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error)

Copilot มีระบบตรวจสอบและแนะนำการแก้ไขที่ช่วยให้คุณลดข้อผิดพลาดในการทำงาน โดยเฉพาะในงานเขียนโค้ดหรือการวิเคราะห์ข้อมูล 

  1. ช่วยสร้างแนวคิดใหม่

Copilot สามารถเสนอไอเดียหรือทางเลือกใหม่ ๆ ในการแก้ไขปัญหา ช่วยให้ทีมของคุณมีวิธีการทำงานที่สร้างสรรค์มากขึ้น 

  1. เหมาะกับทุกคน

Copilot ไม่ได้เหมาะแค่สำหรับโปรแกรมเมอร์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แต่ยังเหมาะกับนักเขียน นักวิเคราะห์ข้อมูล ฝ่ายขาย หรือแม้กระทั่ง HR 

 

ข้อจำกัดของ Copilot ที่ควรรู้ 

แม้ Copilot จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน: 

  • ขึ้นกับคุณภาพของข้อมูล – ถ้าข้อมูลที่ใช้ไม่สมบูรณ์ Copilot อาจแนะนำวิธีแก้ไขที่ไม่แม่นยำ 
  • ไม่สามารถแทนมนุษย์ได้ 100% – Copilot ช่วยแนะนำหรือช่วยลดเวลางาน แต่ยังต้องมีการตรวจสอบและตัดสินใจโดยมนุษย์ 
  • มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม – บางบริการของ Copilot มีค่าธรรมเนียมที่อาจไม่เหมาะกับองค์กรขนาดเล็ก 

 

ตัวอย่างการใช้งาน Copilot ในแต่ละอุตสาหกรรม 

Blog-Use-Cases-of-Copilot

ด้านนักพัฒนาโปรแกรม (Developer) 

  • เขียนและแก้ไขโค้ดอัตโนมัติ 
  • แนะนำ Best Practices สำหรับการเขียนโค้ด 
  • สร้าง Test Cases หรือ Unit Tests 

ด้านนักการตลาด (Marketer) 

  • สร้างเนื้อหา Social Media 
  • เขียนบทความ SEO-Friendly 
  • วิเคราะห์เทรนด์การตลาดจากข้อมูลดิบ 

ด้านนักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) 

  • เขียน SQL Query อัตโนมัติ 
  • สรุปและตีความข้อมูลเป็นรายงาน 
  • แนะนำแนวโน้ม (Trends) จากข้อมูลขนาดใหญ่ 

ด้านธุรกิจและการบริหาร (Business & Management) 

  • เขียนอีเมลและรายงานได้อย่างรวดเร็ว 
  • สร้าง PowerPoint Presentation ภายในไม่กี่นาที 
  • วิเคราะห์ข้อมูลเชิงกลยุทธ์ 

 

ตารางเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของ Copilot 

ข้อดีของ Copilot 

ข้อจำกัดของ Copilot 

ช่วยประหยัดเวลาและลดภาระงานซ้ำซ้อน 

อาจไม่แม่นยำในบางงานที่ซับซ้อน 

ลด Human Error ในงานเขียนโค้ดหรือเอกสาร 

ต้องอาศัยการตรวจสอบผลลัพธ์จากผู้ใช้งาน 

เพิ่มความคิดสร้างสรรค์และทางเลือกใหม่ ๆ 

อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในบางแพลตฟอร์ม 

เหมาะสำหรับหลายสายอาชีพ ไม่จำกัดเฉพาะสายเทค 

พึ่งพาข้อมูลและคำสั่งที่ผู้ใช้กำหนดเท่านั้น 

เปรียบเทียบ Copilot กับ AI Chatbot อื่น ๆ 

แม้ว่า Copilot จะเป็น AI ที่ได้รับความนิยม แต่ในตลาดก็ยังมี AI chatbot อื่น ๆ ที่ทำงานในลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น ChatGPT, Google Bard หรือ Claude ของ Anthropic ด้านล่างคือการเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละระบบ 

คุณสมบัติ 

Microsoft Copilot 

ChatGPT (OpenAI) 

Google Bard 

Claude (Anthropic) 

จุดเด่น 

เชื่อมต่อกับ Microsoft 365 & Azure 

เน้นการสร้างข้อความและโค้ดที่ยืดหยุ่น 

เชื่อมกับบริการ Google เช่น Gmail, Docs 

เน้นการตอบสนองที่มีความปลอดภัยสูง 

การใช้งาน 

ช่วยในงานเอกสาร Office, PowerPoint, Excel, Teams และงานธุรกิจทั่วไป 

ใช้ได้หลากหลายตั้งแต่การเขียนโค้ดถึงเขียนบทความ 

สร้างเนื้อหาและดึงข้อมูลจาก Search ได้ทันที 

ใช้งานในธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยของข้อมูลสูง 

การเชื่อมต่อ 

ผสานกับระบบ Microsoft Ecosystem อย่างสมบูรณ์ 

ใช้งานผ่าน API หรือ Chat Interface 

เชื่อมกับ Google Workspace และ Search 

เน้น B2B API และระบบปลอดภัยสูง 

การเรียนรู้จากข้อมูลภายใน 

ใช้ข้อมูลองค์กรใน Microsoft Graph และ SharePoint ได้ 

ใช้ข้อมูลจาก prompt และ API integration 

ดึงข้อมูลจาก Google Search ได้แบบ real-time 

ปลอดภัยสูง ไม่เก็บข้อมูลลูกค้าภายนอกระบบ 

ราคา 

ต้องซื้อแยกหรือรวมกับ Microsoft 365 Plan 

มีทั้ง Free และ Paid Plan 

ใช้งานฟรีในหลายพื้นที่ 

กำหนดราคาเฉพาะองค์กร 

 

ตารางราคา Copilot (โดยประมาณสำหรับ Microsoft 365 Copilot) 

แพ็กเกจ 

รายละเอียด 

ราคาเริ่มต้นต่อผู้ใช้ / เดือน* 

Copilot for Microsoft 365 

ใช้งาน Copilot ใน Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams 

เริ่มต้น $30 

Copilot with Azure Integration 

ใช้งาน Copilot ควบคู่กับบริการ Azure และระบบภายในองค์กร 

ตามการใช้งาน (Pay-as-you-go) 

Copilot for Business Users 

สำหรับองค์กรที่ต้องการ Copilot เพื่อช่วยในงาน Business Process 

ปรับราคาเฉพาะองค์กร 

Copilot Add-on 

ซื้อเป็น Add-on เสริมสำหรับ Microsoft 365 เดิม 

เริ่มต้น $20 – $30 

*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามประเทศและโปรโมชั่นของ Microsoft 

คุณสามารถใช้งาน Copilot ได้ฟรี เพียงแค่มีบัญชี Microsoft หากต้องการสมัครบัญชี Microsoft ฟรี สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ลิงก์นี้ >> Microsoft 365 Login

Copilot Pro และการขยายศักยภาพของ Microsoft AI

สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง Copilot Pro เป็นตัวเลือกที่ช่วยปลดล็อกขีดความสามารถใหม่ ๆ ของ Microsoft AI ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับเอกสารขนาดใหญ่ การสร้างงานนำเสนอที่ซับซ้อน หรือการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งพร้อมกัน Copilot Pro ถูกออกแบบมาเพื่อผู้เชี่ยวชาญและองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นและความเร็วที่มากกว่าแพ็กเกจพื้นฐาน

AI Copilot: ผู้ช่วยอัจฉริยะในงานประจำวัน

หลายองค์กรเริ่มเรียก Copilot ในมุมที่กว้างขึ้นว่า AI Copilot เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงฟีเจอร์เสริม แต่คือ “ผู้ช่วยดิจิทัล” ที่สามารถเข้ามาอยู่ในทุกมิติของการทำงาน เช่น การจัดการอีเมล การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ หรือแม้กระทั่งการช่วยสร้างสรรค์เนื้อหาที่สอดคล้องกับแบรนด์

Copilot PCs: คอมพิวเตอร์ยุคใหม่ที่มาพร้อม AI

ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว Copilot PCs ซึ่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ฝัง AI เอาไว้ตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์ จุดเด่นคือสามารถประมวลผลงาน AI ได้อย่างรวดเร็วขึ้น ลดการพึ่งพา Cloud และตอบสนองการทำงานแบบเรียลไทม์ เหมาะกับองค์กรที่ต้องการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง

สรุป 

ตอนนี้คุณคงทราบแล้วว่า Copilot คืออะไร และสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างไร ไม่ว่าคุณจะเป็นนักพัฒนา นักการตลาด นักวิเคราะห์ข้อมูล หรือเจ้าของธุรกิจ การเลือกใช้ Copilot อย่างเหมาะสมจะช่วยให้คุณทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ และมีคุณภาพมากขึ้น พร้อมรองรับความท้าทายในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ Microsoft Copilot. 

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

Related Articles

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts