Table of Contents

TOR ระบบ Low Code No Code

มา Share ประสบการณ์เกี่ยวกับ TOR งาน Application ที่ระบุว่าต้องการพัฒนาด้วยเครื่องมือ Low Code ครับ มันมีความแตกต่างจากการพัฒนา ทั่วไปแยะมากซึ่งผมจะชี้ทีละประเด็นดังนี้

 

    • ระยะเวลาพัฒนาระบบ 8 เดือนประกันอีก 1 ปี
        • ปกติก็เขียนกันแบบนี้ แต่พอเป็น Low Code ตัวเครื่องมือเป็นแบบเช่าใช้ รายปี เราจะซื้อ License ตอนไหนเพราะพอเราใช้งานเวลามันก็เริ่มวิ่งทันที ถ้าเราซื้อตอนเริ่มพัฒนา ค่า License ก็วิ่งไปแล้วกรณีที่แย่มาก ๆ คือต้องซื้อ 2 ปี สมมุติว่าค่า License พัฒนาคิดเป็นแบบ Per user คิด License ละ 10,000 จำนวน User 100 คนเท่ากับปีแรก ต้องมีค่า License 1,000,000 ต่อปี ถ้าซื้อ 2 ปี เท่ากับ 2,000,000 บาท ประเด็นนี้หน่วงานอาจจะไม่คิดไว้
    • Performance ของระบบ Low Code
        • เป็นเรื่องที่ผู้พัฒนาไม่สามารถควบคุมได้ user บอกว่าระบบช้ารับไม่ได้นี่จบเลย เปิด Report ขึ้นช้า ข้อมูลไม่ real time พวกนี้เป็นประเด็นในเรื่องการใช้งาน บริการแบบ PaaS เป็นประเด็นที่ผู้ใช้งานต้องทำใจ อย่างเดียว
    • การระบุเงื่อนไขรูปแบบการพัฒนาให้เป็น Agile
        • ผู้ร่าง TOR ต้องการการพัฒนาที่รวดเร็ว ปรับเปลี่ยนได้เร็ว แต่เขียนบอกงวดการชำระเงินเป็นแบบ Water Fall ก็เหมือนกับอยากได้ม้าเร็ว แต่ กลัวม้าจะวิ่งหนีเลยเอาหินถ่วงขาม้าไว้
    • Thai Style ความต้องการระบบการทำงานที่ดี บนความไม่แน่นอนของการทำงาน
        • เหมือนอยากได้ความมั่นคง บนโฟมลอยน้ำ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ คนเขียน TOR พยายามจะเอา Low Code มาแก้ไขปัญหาตรงจุดนี้เรื่องความไม่แน่นอน แต่ก็ทำได้ไม่สุดเพราะงวดการชำระเงินกำหนดชัดเจนว่าต้องส่ง Design ก่อน ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์เลยกับการใช้ Low Code มาช่วยพัฒนา
    • Low Code สร้างง่าย Customize ยาก
        • Low Code มีความสะดวกในการสร้างอย่างรวดเร็ว ถ้าผู้พัฒนาสามารถ Clear ความเข้าใจได้ จะได้ระบบที่เร็วที่สุด แต่ กรณีของไทย นี้แตกต่างผู้ใช้งานเป็นใหญ่ถ้าผู้ใช้งานไม่ชอบ จะงานเข้าเลย เพราะการแก้ไขจะทำให้ระบบขาดคุณสมบัติความยืดหยุ่น เวลาผ่านไปนาน ๆ นับปี คุณสมบัติของ Low Code ก็ไม่มีอยู่อีกต่อไป กลายเป็น Application ธรรมดาที่อยู่ใน Tool low code ( มีค่าบำรุงรักษารายปีอีกด้วย )

 

 

ปัญหาขนาดนี้จะแก้ไขยังไง

 

    • ลงทุนให้น้อยแล้วทำ Prototype
        • ซื้อ Tool มาเอาแบบเล็กสุดแล้ว ทดลองสร้างดูว่าเป็น ยังไง ให้ User ดู ให้ลองใช้ ว่าถูกใจหรือป่าว ถ้าผ่านแล้วค่อยมาขยายขนาด
        • การจัดจ้างเป็นการจ้างที่ปรึกษา แทนการซื้อ จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า
    • ปรับการจ้างทำของเป็นจ้าง outsource มาดูแลระบบ
        • เปลี่ยนงวดการชำระให้ยืดหยุ่น ไม่ยึดติดกับ output จะทำให้การปรับเปลี่ยนทำได้ง่าย อย่ากลัวว่าจะไม่ได้ชิ้นงาน ชิ้นงานได้อยู่แล้ว ได้หลายชิ้นด้วย อยู่ที่เราจะเลือกชิ้นไหน

 

 

เทียบราคา Tool Low Code

 

    • Microsoft Power Platform
        • Power Apps $40 / user / month
        • Power Automate $15 / user / month
        • Total $ 55 / user / month
        • สามารถซื้อที่ละ User ได้
        • Reference
    • OutSystem
        • Basic $4000 / 100 user
        • ซื้อขั้นต่ำ 100 User
        • Reference
    • Mendix
        • $5,375/month

 

 

สำหรับผู้ที่ต้องการทดสอบ ผมให้คำแนะนำ Power Apps เพราะเราสามารถเลือก Power Apps รุ่น $10/user/month ประหยัดเงินในกระเป๋ามากเหมาะสำหรับ Test ดีต่อใจ

 

https://youtu.be/kRv0EsZHpDE

 

Reference

 

 

 

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts