Table of Contents

Data Lake Pricing: เปรียบเทียบต้นทุนและกลยุทธ์ลดค่าใช้จ่ายสำหรับธุรกิจ

Data Lake Pricing

ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ธุรกิจต่างๆ ผลิตและประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน การจัดการข้อมูลเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีโซลูชันการจัดเก็บที่แข็งแกร่ง และเทคโนโลยี Data Lake ได้กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจ Data Lake Pricing เป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรในการวางแผนงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการ 

คู่มือนี้จะพาคุณไปสำรวจปัจจัยที่มีผลต่อ Data Lake Pricing โมเดลการคิดราคา กลยุทธ์การลดต้นทุน และการเปรียบเทียบผู้ให้บริการชั้นนำ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ 

 

Data Lake คืออะไร? 

Data Lake คือที่เก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่สามารถจัดเก็บข้อมูลแบบมีโครงสร้าง กึ่งโครงสร้าง และไม่มีโครงสร้างได้ในทุกขนาด ไม่เหมือนฐานข้อมูลแบบดั้งเดิมที่ต้องกำหนดโครงสร้างข้อมูลล่วงหน้า Data Lake ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดเก็บข้อมูลดิบและนำมาประมวลผลในภายหลังได้ตามต้องการ ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ การใช้งาน AI/ML และการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ 

 

ปัจจัยที่มีผลต่อ Data Lake Pricing 

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายโดยรวมของการใช้งาน Data Lake namely 

  • ขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล – ปริมาณข้อมูลที่จัดเก็บมีผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปโซลูชันที่ใช้คลาวด์จะคิดราคาตาม GB หรือ TB 
  • ความถี่ในการเข้าถึงข้อมูล – การเข้าถึงข้อมูลบ่อยครั้งจะเพิ่มค่าใช้จ่าย ในขณะที่ข้อมูลที่ถูกเข้าถึงไม่บ่อย (cold storage) จะมีราคาถูกกว่า 
  • ทรัพยากรการประมวลผล – การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ต้องใช้พลังงานคอมพิวเตอร์ที่สามารถขยายได้ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงาน 
  • ค่าถ่ายโอนและนำเข้าข้อมูล – การอัปโหลดและถ่ายโอนข้อมูลระหว่างภูมิภาคหรือระบบภายนอกอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 
  • Safety and compliance – ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น เช่น การเข้ารหัสข้อมูล และการปฏิบัติตามมาตรฐานอุตสาหกรรม อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 

 

โมเดลการคิดราคา Data Lake Pricing 

service provider Data Lake มักมีโมเดลการคิดราคาที่แตกต่างกัน ซึ่งรวมถึง: 

1. Pay-As-You-Go 

  • คิดค่าบริการตามปริมาณการใช้งานจริงของพื้นที่จัดเก็บและทรัพยากรประมวลผล 
  • เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีปริมาณงานที่เปลี่ยนแปลงบ่อย 

2. Tiered Storage Pricing 

  • แบ่งประเภทของการจัดเก็บข้อมูลออกเป็นหลายระดับ เช่น hot, warm และ cold storage 
  • Hot storage มีราคาสูงกว่าแต่ให้การเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว ในขณะที่ cold storage มีราคาถูกแต่เหมาะสำหรับข้อมูลที่เข้าถึงไม่บ่อย 

3. Subscription-Based Pricing 

  • คิดค่าบริการรายเดือนหรือรายปีแบบคงที่ โดยอิงตามขนาดพื้นที่จัดเก็บและขีดความสามารถในการประมวลผล 
  • เหมาะสำหรับองค์กรที่มีปริมาณการใช้งานที่แน่นอนและคาดการณ์ได้ 

4. Reserved Instances 

  • ธุรกิจสามารถซื้อพื้นที่จัดเก็บและทรัพยากรประมวลผลล่วงหน้าในราคาส่วนลด 
  • เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดต้นทุนในระยะยาว 

Comparison of Data Lake Pricing by Major Providers 

service provider 

ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บข้อมูล (ต่อ TB/เดือน) 

ค่าถอนข้อมูล 

ค่าคอมพิวต์ 

ค่าออกจากระบบ (Egress Fees) 

Suitable for 

ฟีเจอร์เพิ่มเติม 

Amazon S3 

$23 – $25 

ฟรี – $0.01/GB 

คิดตามการใช้งานจริง (Pay-as-you-go) 

$0.09/GB สำหรับการถ่ายโอนไปยังอินเทอร์เน็ต 

องค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง 

ระบบจัดเก็บอัจฉริยะ (Intelligent Tiering), ความปลอดภัยสูง, รองรับการจัดเก็บข้อมูลหลายภูมิภาค 

Azure Data Lake 

$20 – $22 

ขึ้นอยู่กับระดับของที่เก็บข้อมูล 

คิดตามการใช้งานจริง (Pay-as-you-go) 

$0.087/GB สำหรับข้อมูลขาออก 

งานด้าน AI และ Machine Learning 

การผสานรวมกับบริการ AI และ ML ของ Azure ได้อย่างราบรื่น 

Google Cloud Storage 

$21 – $24 

ฟรี – $0.01/GB 

คิดราคาตามสั่ง (Custom Pricing) 

$0.12/GB หลังจากใช้งานฟรี 1TB/เดือน 

การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ 

การวิเคราะห์ความเร็วสูง, รองรับการทำงานแบบมัลติคลาวด์ 

IBM Cloud Object Storage 

$22 – $27 

ขึ้นอยู่กับความถี่ในการเข้าถึง 

คิดตามการใช้งานจริง (Pay-as-you-go) 

$0.085/GB 

องค์กรที่ต้องการการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสูง 

ระบบจัดการวงจรข้อมูลอัจฉริยะ, รองรับ Hybrid Cloud 

Oracle Cloud Storage 

$19 – $23 

ฟรีสำหรับการจัดเก็บมาตรฐาน 

คิดตามการใช้งานจริง หรือแบบเหมาจ่าย (Reserved Pricing) 

$0.08/GB 

ธุรกิจที่ใช้ฐานข้อมูล Oracle เป็นหลัก 

ที่เก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง, การเชื่อมต่อโดยตรงกับ Oracle Database 

 

 

วิธีลดต้นทุน Data Lake 

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพค่าใช้จ่าย ธุรกิจสามารถใช้กลยุทธ์ต่อไปนี้: 

  • ใช้ Lifecycle Policies – ย้ายข้อมูลเก่าที่เข้าถึงไม่บ่อยไปยังระดับการจัดเก็บที่มีราคาถูกกว่าโดยอัตโนมัติ 
  • ปรับแต่งการบีบอัดข้อมูล – ลดค่าใช้จ่ายพื้นที่จัดเก็บโดยบีบอัดชุดข้อมูลขนาดใหญ่ก่อนจัดเก็บ 
  • ลดข้อมูลซ้ำซ้อน – หลีกเลี่ยงการจัดเก็บข้อมูลที่ซ้ำกัน และใช้เทคนิค deduplication 
  • ใช้ Spot/Preemptible Instances – ใช้เซิร์ฟเวอร์ประมวลผลต้นทุนต่ำสำหรับงานที่ไม่เร่งด่วน 
  • ตรวจสอบการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ – ติดตามการใช้พื้นที่จัดเก็บและการประมวลผลเพื่อค้นหาโอกาสในการลดค่าใช้จ่าย 

 

Data Lake คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่? 

สำหรับองค์กรที่ต้องจัดการข้อมูลจำนวนมาก Data Lake ให้ความคุ้มค่าในระยะยาวผ่าน: 

expandability – ปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บได้ง่ายเมื่อข้อมูลเพิ่มขึ้น 
ต้นทุนที่คุ้มค่า – เลือกโมเดลการคิดราคาที่เหมาะสมกับการใช้งาน 
การวิเคราะห์ข้อมูลที่ล้ำหน้า – รองรับการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงและ AI 
ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามมาตรฐาน – ป้องกันข้อมูลด้วยระบบเข้ารหัสและการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง 

 

Summary 

การทำความเข้าใจโครงสร้างราคาของ Data Lake เป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลที่สามารถขยายได้และมีต้นทุนที่เหมาะสม ด้วยการวิเคราะห์โมเดลราคา การเปรียบเทียบผู้ให้บริการ และการใช้เทคนิคลดค่าใช้จ่าย องค์กรสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับการลงทุนในระบบจัดเก็บข้อมูล ในขณะที่ควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณพร้อมที่จะเลือก Data Lake ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณหรือยัง? ประเมินความต้องการด้านข้อมูลของคุณและสำรวจราคาจากผู้ให้บริการเพื่อค้นหาทางเลือกที่ดีที่สุด! 

You can learn more about Microsoft Data Lake และรายละเอียดเกี่ยวกับราคาผ่านทาง เว็บไซต์ทางการของ Microsoft เพื่อเปรียบเทียบแผนการใช้งานและค้นหาโซลูชันที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ.

Interested in Microsoft products and services? Send us a message here.

Explore our digital tools

If you are interested in implementing a knowledge management system in your organization, contact SeedKM  for more information on enterprise knowledge management systems, or explore other products such as Jarviz  for online timekeeping, OPTIMISTIC  for workforce management. HRM-Payroll, Veracity  for digital document signing, and CloudAccount  for online accounting.

Read more articles about knowledge management systems and other management tools at Fusionsol Blog, IP Phone Blog, Chat Framework Blog, and OpenAI Blog.

Related Articles

 

Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts