Table of Contents

Antivirus และ Firewall ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้อย่างไรให้ปลอดภัยสูงสุด

Facebook
X
LinkedIn
antivirus and firewall

เมื่อชีวิตดิจิทัลของเราซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์และข้อมูลจึงยิ่งทวีความสำคัญ องค์ประกอบพื้นฐานสองอย่างของการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์คือ Antivirus and Firewall ซึ่งแม้ว่าทั้งคู่จะออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบของคุณ แต่ก็ทำงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน ในบล็อกนี้เราจะมาอธิบายหน้าที่ของแต่ละระบบ วิธีการทำงานทั้งแยกกันและร่วมกัน และเหตุผลที่ควรใช้ทั้งสองระบบเพื่อการป้องกันที่ครอบคลุมที่สุด 

 

Antivirus คืออะไร? 

antivirus

ซอฟต์แวร์ Antivirus ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณจากซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย หรือที่เรียกว่า มัลแวร์ ซึ่งมัลแวร์มีหลายประเภท เช่น ไวรัส หนอน โทรจัน แรนซัมแวร์ แอดแวร์ สปายแวร์ ฯลฯ โปรแกรม Antivirus จะสแกนระบบของคุณเพื่อตรวจจับ แยกออก และลบภัยคุกคามเหล่านี้ก่อนที่มันจะสร้างความเสียหาย 

คุณสมบัติหลักของ Antivirus: 

  • การป้องกันแบบเรียลไทม์: ตรวจสอบไฟล์ อีเมล และแอปพลิเคชันตลอดเวลาเพื่อตรวจจับภัยคุกคามทันที 
  • การสแกนทั้งระบบ: สแกนระบบอย่างละเอียดตามเวลาที่กำหนดหรือเมื่อสั่งด้วยตนเอง 
  • การวิเคราะห์แบบเฮอริสติก: ตรวจจับภัยคุกคามที่ไม่รู้จักจากพฤติกรรมที่น่าสงสัย 
  • ฟังก์ชัน Quarantine: แยกไฟล์ที่ติดเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย 
  • การอัปเดตอัตโนมัติ: อัปเดตฐานข้อมูลไวรัสให้ทันสมัยอยู่เสมอ 

Antivirus สมัยใหม่ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การป้องกันฟิชชิ่ง การรักษาความปลอดภัยเว็บไซต์ การควบคุมโดยผู้ปกครอง และการป้องกันข้อมูลส่วนตัวจากการโจรกรรม 

 

Firewall คืออะไร? 

firewall

Firewall เป็นแนวป้องกันด่านแรกที่ช่วยสกัดการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต มันควบคุมการไหลของข้อมูลในเครือข่าย โดยพิจารณาว่าข้อมูลใดปลอดภัยที่จะเข้า-ออกจากระบบของคุณ Firewall ทำงานตามกฎที่กำหนดไว้ เช่น อิงจาก IP address โปรโตคอล พอร์ต หรือพฤติกรรมของข้อมูล 

ประเภทของ Firewall: 

  • Network Firewall: ติดตั้งที่เราเตอร์หรือเกตเวย์ เพื่อป้องกันทั้งเครือข่าย 
  • Host-based Firewall: ติดตั้งในอุปกรณ์แต่ละเครื่อง เพื่อควบคุมทราฟฟิกเข้า-ออกเฉพาะเครื่องนั้น 
  • Next-Generation Firewall (NGFW): มีฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น การป้องกันการบุกรุก การตรวจสอบแพ็กเก็ตลึก และการกรองระดับแอปพลิเคชัน 

หน้าที่หลักของ Firewall: 

  • ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต 
  • ตรวจสอบการรับส่งข้อมูลขาเข้าและขาออก 
  • ป้องกันข้อมูลรั่วไหล 
  • สร้างแนวป้องกันที่ปลอดภัยให้กับเครือข่าย 

Firewall จะไม่ตรวจสอบมัลแวร์ในไฟล์โดยตรง แต่จะควบคุมไม่ให้ข้อมูลที่น่าสงสัยเข้าหรือออกจากระบบ 

 

เปรียบเทียบระหว่าง Antivirus and Firewall 

difference between

ฟีเจอร์ 

Antivirus 

Firewall 

บทบาทหลัก 

ตรวจจับและลบมัลแวร์ 

ตรวจสอบและควบคุมการรับส่งข้อมูลในเครือข่าย 

ชั้นของการป้องกัน 

การตรวจจับภัยคุกคามภายใน 

การป้องกันภัยคุกคามจากภายนอก 

ตรวจจับอะไรได้บ้าง 

ไวรัส โทรจัน แรนซัมแวร์ 

การเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต พอร์ตที่เปิดอยู่ 

ตัวอย่างการตอบสนอง 

กักกันไฟล์ที่ติดไวรัส 

บล็อกแพ็กเก็ตข้อมูล หรือปิดพอร์ตเครือข่าย 

จำเป็นต้องติดตั้งทุกเครื่องหรือไม่ 

จำเป็นต้องมีทุกเครื่อง 

แนะนำให้ใช้ (ระบบปฏิบัติการมักมีติดตั้งมาแล้ว) 

เหมาะสำหรับองค์กรหรือไม่ 

เหมาะ พร้อมระบบจัดการรวมศูนย์ 

เหมาะ ทั้งในระดับเครือข่ายและอุปกรณ์ 

 

ทำไมคุณถึงต้องใช้ทั้ง Antivirus and Firewall 

การใช้ Antivirus and Firewall ร่วมกันถือเป็นแนวทางรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น 

 

แค่ Antivirus อย่างเดียวไม่พอ 

Antivirus สามารถป้องกันมัลแวร์ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์เข้าถึงระบบของคุณผ่านพอร์ตที่เปิดอยู่หรือแอปพลิเคชันที่น่าสงสัย หากไม่มี firewall ระบบของคุณจะเปิดกว้างต่อการเชื่อมต่อจากอินเทอร์เน็ต 

 

แค่ Firewall อย่างเดียวก็ไม่พอ 

Firewall ป้องกันการเชื่อมต่อที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่ไม่สามารถสแกนหรือทำความสะอาดไฟล์ที่ติดมัลแวร์ในระบบของคุณได้ หากมัลแวร์เข้ามาทาง USB หรือไฟล์แนบอีเมลที่เป็นอันตราย Firewall จะไม่สามารถหยุดยั้งมันได้ 

 

การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ 

  • Firewall จะบล็อกทราฟฟิกที่น่าสงสัยก่อนที่จะเข้าระบบของคุณ 
  • Antivirus จะสแกนทุกอย่างที่เข้ามา แยกภัยคุกคาม และกำจัดมัลแวร์ 
    เมื่อทำงานร่วมกัน พวกมันจะช่วยป้องกันทั้งทางเข้าระบบและสภาพแวดล้อมภายในอย่างมีประสิทธิภาพ 

 

ตัวอย่างการใช้งานจริง 

ผู้ใช้ตามบ้าน: 

เหมาะสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและเครือข่าย Wi-Fi ในบ้าน: 

  • ใช้ Host-based Firewall เช่น Windows Firewall หรือ macOS Firewall 
  • ติดตั้ง Antivirus ที่เชื่อถือได้ เช่น Bitdefender, Kaspersky หรือ Windows Defender 
  • หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ 
  • อัปเดตระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์อยู่เสมอ 

ธุรกิจขนาดเล็ก: 

ใช้ Firewall ที่ระดับเครือข่ายร่วมกับ Antivirus ที่อุปกรณ์ปลายทาง เพื่อปกป้องเครื่องพนักงาน ข้อมูลภายใน และข้อมูลลูกค้า 

องค์กรขนาดใหญ่: 

  • ใช้ Next-Generation Firewall ที่มาพร้อมกับการตรวจจับภัยคุกคามด้วย AI 
  • ผสานรวมกับ Antivirus ที่มีฟังก์ชัน EDR (Endpoint Detection and Response) 
  • ใช้ระบบบริหารจัดการและการมอนิเตอร์แบบรวมศูนย์ 
  • ทำการตรวจสอบและทดสอบการเจาะระบบอย่างสม่ำเสมอ 

 

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด 

  • เปิดใช้งานทั้ง Antivirus และ Firewall อยู่เสมอ 
  • อัปเดตฐานข้อมูลไวรัสและกฎของ Firewall อย่างสม่ำเสมอ 
  • ใช้รหัสผ่านที่รัดกุมและเปิดใช้งาน Multi-Factor Authentication (MFA) 
  • อย่ามองข้ามการแจ้งเตือนจาก Firewall หรือ Antivirus — ควรตรวจสอบทันที 
    สำรองข้อมูลบ่อย ๆ เผื่อกรณีถูกโจมตีด้วย Ransomware 

 

ระบบป้องกันที่ติดมากับ OS เทียบกับเครื่องมือของบุคคลที่สาม 

ระบบปฏิบัติการสมัยใหม่มักมีระบบ Firewall และ Antivirus พื้นฐานมาให้ เช่น: 

  • Windows มี Defender Antivirus และ Windows Firewall 
  • macOS มี Gatekeeper, XProtect และ Firewall ในตัว 

แต่ซอฟต์แวร์จากบุคคลที่สามมักให้ความปลอดภัยที่เหนือกว่า เช่น: 

  • การตรวจจับภัยคุกคามบนระบบคลาวด์ 
  • การวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน 
  • การป้องกันฟิชชิ่งและอีเมลอันตราย 
  • การใช้งานร่วมกับ VPN 

 

สรุปท้ายบทความ 

แนวทางด้านความปลอดภัยไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องของการเลือกระหว่างเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่ง แต่เป็นการใช้หลายเครื่องมือร่วมกันอย่างสอดคล้อง ในยุคที่การโจมตีทางไซเบอร์มีความชาญฉลาดและหลากหลายมากขึ้น แนวทางที่ดีที่สุดคือการสร้างเกราะป้องกันแบบหลายชั้น ไม่ว่าคุณจะปกป้องข้อมูลส่วนตัวหรือทรัพย์สินทางดิจิทัลขององค์กร การใช้เครื่องมือด้านความปลอดภัยร่วมกันอย่างเหมาะสมคือวิธีที่มั่นใจได้ว่าจะล็อกประตูดิจิทัลของคุณไว้ และรักษาไฟล์ของคุณให้ปลอดภัย

สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของ Microsoft หรือไม่ ส่งข้อความถึงเราที่นี่

สำรวจเครื่องมือดิจิทัลของเรา

หากคุณสนใจในการนำระบบจัดการความรู้มาใช้ในองค์กรของคุณ ติดต่อ SeedKM เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร หรือสำรวจผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Jarviz สำหรับการบันทึกเวลาทำงานออนไลน์, OPTIMISTIC สำหรับการจัดการบุคลากร HRM-Payroll, Veracity สำหรับการเซ็นเอกสารดิจิทัล, และ CloudAccount สำหรับการบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการความรู้และเครื่องมือการจัดการอื่นๆ ได้ที่ Fusionsol BlogIP Phone BlogChat Framework Blog, และ OpenAI Blog.

Pre-training Chatgpt 4.5

ถ้าอยากติดตามข่าวเทคโนโลยีและข่าว AI ที่กำลังเป็นกระแสทุกวัน ลองเข้าไปดูที่ เว็บไซต์นี้ มีอัปเดตใหม่ๆ ให้ตามทุกวันเลย!

Related Articles

Frequently Asked Questions (FAQ)

Antivirus เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยป้องกัน ตรวจจับ และกำจัดมัลแวร์ เช่น ไวรัส โทรจัน และแรนซัมแวร์ โดยใช้การวิเคราะห์พฤติกรรมและฐานข้อมูลมัลแวร์ที่อัปเดตอย่างต่อเนื่อง

Windows 10 และ 11 มาพร้อม Microsoft Defender ซึ่งเป็น Antivirus ในตัว แต่หากต้องการการป้องกันที่ครอบคลุมมากขึ้น เช่น VPN หรือการป้องกันข้อมูลส่วนตัว อาจพิจารณาซอฟต์แวร์เพิ่มเติม

  • แบบฟรี – ให้การป้องกันขั้นพื้นฐานจากไวรัสและมัลแวร์
  • แบบเสียเงิน – เพิ่มฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น การป้องกันฟิชชิ่ง ไฟร์วอลล์ การตรวจจับพฤติกรรมต้องสงสัย และการป้องกันแรนซัมแวร์

การอัปเดตช่วยให้ Antivirus สามารถรับรู้และป้องกันมัลแวร์ใหม่ๆ ได้ทันที เพราะภัยคุกคามทางไซเบอร์มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

  • ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
  • รันการสแกนด้วย Antivirus เพื่อลบมัลแวร์ออก
  • อัปเดตซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ เพื่อปิดช่องโหว่
  • เปลี่ยนรหัสผ่านสำคัญ หากข้อมูลอาจถูกขโมย
  • สำรองข้อมูลสำคัญ และพิจารณาติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม
Facebook
X
LinkedIn

Popular Blog posts